ประสิทธิผลการบริหารองค์การด้านงานก่อสร้าง สนามกีฬาอําเภอของกรมพลศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารองค์การด้านงานก่อสร้างสนามกีฬาอําเภอ ของกรมพลศึกษา 2) ศึกษาการเพิ่มประสิทธิผลการก่อสร้างสนามกีฬาอําเภอของกรมพลศึกษา 3) ศึกษา ความสัมพันธ์ระหว่างประสิทธิผลและการบริหารองค์การด้านงานก่อสร้างสนามกีฬาอําเภอของ กรมพลศึกษา และ 4) แสวงหาแนวทางในการเพิ่มประสิทธิผลของการบริหารองค์การด้านงานก่อสร้าง สนามกีฬาอําเภอของกรมพลศึกษา
ขอบเขตการวิจัยเป็นการศึกษาพื้นที่การก่อสร้างสนามกีฬาอําเภอของกรมพลศึกษาที่ดําเนินการ ก่อสร้างในปี 2555 จํานวน 21 แห่ง และปี 2556 จํานวน 30 แห่ง ทําการศึกษาโดยการทอดแบบสอบถาม กับกลุ่มตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินงานก่อสร้างสนามกีฬาอําเภอของกรมพลศึกษา ซึ่งประกอบด้วย บุคลากรของหน่วยงานดังต่อไปนี้ 1.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 2.กรมพลศึกษา 3.สํานักงานท่อง เที่ยวและกีฬาจังหวัด 4.องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และ 5.บริษัทรับเหมาก่อสร้าง จํานวน 2,159 ตัวอย่าง นําข้อมูลมาวิเคราะห์ สรุป และอภิปรายผล ด้วยวิธีการเชิงปริมาณด้วยค่าสถิติ Canonical Correlation และ Path Analysis ตามสมมุติฐานการวิจัยและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพจากการ สัมภาษณ์ด้วยคําถามเชิงลึกในการลงพื้นที่จริง และการสังเกตการณ์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประสิทธิผลและ การบริหารองค์การด้านงานก่อสร้างสนามกีฬาอําเภอของกรมพลศึกษา มาสนับสนุนข้อค้นพบของการ ศึกษาตามวัตถุประสงค์การวิจัยและผลการทดสอบสมมติฐาน
ผลการวิจัย พบว่า ประสิทธิผลในการปรับตัวขององค์การ การบรรลุเป้าหมายที่ทันต่อเวลา และ คุณภาพของงานอยู่ในระดับมากทุกด้าน ในขณะเดียวกันการบริหารองค์การด้านงานก่อสร้างสนามกีฬา อําเภอของกรมพลศึกษาในการวางแผนระดับนโยบาย การวางแผนกลยุทธ์ และแผนดําเนินงานอยู่ในระดับ มากทุกด้านเช่นเดียวกัน ผลการทดสอบสมมติฐานด้วยค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ Canonical พบว่า การ วางแผนระดับนโยบาย การวางแผนกลยุทธ์ และแผนดําเนินการมีความสัมพันธ์กับประสิทธิผลในด้าน คุณภาพของงานที่เป็นไปตามมาตรฐาน มีต้นทุนการดําเนินงานที่เหมาะสม และมีความรู้ความเข้าใจในงาน ที่ปฏิบัติจากผลการศึกษาเบื้องต้นนําไปสู่การสร้างตัวแบบประสิทธิผลของการบริหารองค์การด้านงาน ก่อสร้างสนามกีฬาอําเภอของกรมพลศึกษา โดยการวิเคราะห์เส้นทางทําให้พบแนวทางการบริหารองค์การ ด้านงานก่อสร้างสนามกีฬาอําเภอของกรมพลศึกษาที่มีประสิทธิผล โดยเฉพาะกรมพลศึกษาควรมุ่งเน้น ที่การวางแผน ที่มีการวางแผนระดับนโยบาย การวางแผนกลยุทธ์ และแผนดําเนินงาน ซึ่งเป็นส่วนสําคัญ ที่มีผลต่อประสิทธิผลในด้านคุณภาพของงาน ที่เป็นไปตามมาตรฐาน มีต้นทุนการดําเนินงานที่เหมาะสม และมีความรู้ความเข้าใจในงานที่ปฏิบัติ เมื่อกรมพลศึกษาดําเนินการตามตัวแบบดังกล่าวแล้ว มีโอกาสที่จะ ก่อให้เกิดประสิทธิผลของการบริหารองค์การด้านงานก่อสร้างสนามกีฬาอําเภอของกรมพลศึกษาได้ ในอนาคต
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2554). แผนการก่อสร้างสนามกีฬาระดับอําเภอและตําบล ระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2555 - 2559), กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน กองกลาง กรมพลศึกษา.
พลศักดิ์ จิรไกรศิริ. (2556). ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์: เทคนิคแผนที่นําทางการวิจัย. (พิมพ์ครั้งที่ 7), กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยรามคําแหง คณะรัฐศาสตร์.
ภรณี กีรติบุตร. (2539), การประเมินประสิทธิผลขององค์การ. กรุงเทพมหานคร: โอเดียนสโตร์.
ศิริวรรณ เสรีรัตน์. (2545), องค์การและการจัดการ, ธรรมสาร. กรุงเทพฯ.
สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2540). คู่มือเทคนิคและวิธีการบริหารจัดการสมัยใหม่ตามแนวทางการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี: การบริหารความรู้, กรุงเทพฯ: ธรรกมลการพิมพ์.
อุทัย หิรัญโต. (2531). หลักการบริหารบุคคล (พิมพ์ครั้งที่ 2), กรุงเทพมหานคร: โอ เอชพริ้นติ้งเฮ้าส์.
Arnold and Feldman Scott A. (1986). Intergroups Conflict in Organization Behavior. New York: McGraw-Hill.
Etzioni, Amitai. (1964). Modern Organizations. Engle wood Cliffs. New York: Pretice - Hall.
Fayol, Henri. (1949). General and Industrial Management. London: Sir Isaac Pitman & Sons.
Gibson and others Lloyd L. (1979). Organizational: Behavior, Structure, Process; Behavior, Dallas. Taxas: Business Publication, Inc.
Gulick and Urwick Abraham A. (1943). Paper on the Science of Administration. New York: Institute of Public Administration.
Henry L. Gantt. (1919). Organizing for Work. New York, USA: Harcourt, Brace, and Howe.
Millet, John D. (1954). Management in the Publics Service: The Quest for Effective Performance. New York: McGraw-Hill Company, Inc.
Onwuegbuzie, Anthony J.(2000). Science process skills and achievement in research methodology courses. Retrieved from: http://www.eric.ed, April 27, 2009.
Schermerhorn, John R. (1999). Management 5th ed. New York: John Wiley & Sons.
Stufflebeam, D.L., and others.(1971). Educational Evaluation and Decision Making. Bloomington: Phi Delta Kappa.
Verma, B.M. (1986). Agricultural Service Delivery System in India: Delivery of public Service in Asia Countries: Case in Development Administration. Bangkok, Thailand.
Weber, Max. (1947). The Theory of Social and Economic Organization, A.M. Handerson and Talcott parsons trans& ed., New York, The Free press of Glencor.