การเปรียบเทียบสมรรถกาพทางกาพของนักศึกษาสังกัดสถาบันการพลศึกษาที่ได้รับโปรแกรมการฝึกแตกต่างกัน

Main Article Content

พิชัยภูษิต เทพราช

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) เปรียบเทียบสมรรถภาพทางกายภายในกลุ่มของนักศึกษาที่ ได้รับการฝึกด้วยโปรแกรมการฝึกแตกต่างกัน ระหว่างก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และหลังการฝึก สัปดาห์ที่ 8 2) เพื่อเปรียบเทียบสมรรถภาพทางกายระหว่างกลุ่มของนักศึกษาที่ได้รับการฝึกด้วยโปรแกรม การฝึกแตกต่างกัน ระหว่างก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 กลุ่มตัวอย่างที่ ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษาปริญญาตรี สังกัดสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตมหาสารคามที่ลงทะเบียนเรียน วิชามวยปล้ําที่ลงทะเบียนเรียนวิชามวยปล้ํา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 จํานวน 1 ห้อง จํานวน 30 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) แล้วให้ทั้ง 30 คน มาจับสลากเพื่อเป็นกลุ่มทดลองและ กลุ่มควบคุม จํานวนกลุ่มละ 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ โปรแกรมการฝึกสมรรถภาพทางกาย จํานวน 2 โปรแกรม แบบทดสอบสมรรถภาพทางกาย ประกอบด้วยการทดสอบความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อขา ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขน ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อท้อง ความคล่องแคล่วว่องไว ความ อ่อนตัว พลังกล้ามเนื้อขา และความอดทนของกล้ามเนื้อแขน ผลการวิจัยปรากฏดังนี้


  1. ผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายของกลุ่มทดลองก่อนการฝึกของ หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 พบว่า พลังกล้ามเนื้อ และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ไม่แตกต่างกัน ส่วน ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขน ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อท้อง ความคล่องแคล่วว่องไว ความอ่อนตัว และ ความอดทนของกล้ามเนื้อแขน ผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายก่อนการฝึกของ หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05

  2. ผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายของกลุ่มควบคุมก่อนการฝึกของ หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 พบว่า ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขน ความ แข็งแรงของกล้ามเนื้อท้อง ความคล่องแคล่วว่องไว ความอ่อนตัว พลังกล้ามเนื้อขา และความอดทนของ กล้ามเนื้อแขน ไม่แตกต่างกัน

  3. การทดสอบสมรรถภาพทางกายก่อนการฝึกระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม พบว่า ความ แข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขน ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อท้อง ความคล่องแคล่ว ว่องไว ความอ่อนตัว พลังกล้ามเนื้อขา และความอดทนของกล้ามเนื้อแขนไม่แตกต่างกัน

  4. การทดสอบสมรรถภาพทางกายหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 ระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม พบว่า ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขน ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อท้อง ความ คล่องแคล่วว่องไว ความอ่อนตัว พลังกล้ามเนื้อขา และความอดทนของกล้ามเนื้อแขน ไม่แตกต่างกัน

  5. การทดสอบสมรรถภาพทางกายหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 ระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม พบว่า ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขน ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อท้อง ความคล่องแคล่วว่องไว ความอ่อนตัว พลังกล้ามเนื้อขา และความอดทนของกล้ามเนื้อแขน ไม่แตกต่างกัน ส่วนความอ่อนตัว แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เทพราช พ. . (2015). การเปรียบเทียบสมรรถกาพทางกาพของนักศึกษาสังกัดสถาบันการพลศึกษาที่ได้รับโปรแกรมการฝึกแตกต่างกัน. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, 7(3), 23–34. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TNSUJournal/article/view/256475
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

วันใหม่ ประพันธ์บัณฑิต. (2549). วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา, ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 ชลบุรี : สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชลบุรี.

วาสนา ตาลพรรณ์. (2550). ผลของโปรแกรมการออกกําลังกายแบบผสมผสานที่มีต่อสมรรถภาพทางกายที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของบุคลากรห้องผ่าตัด. วิทยานิพนธ์ ส.ม. (การส่งเสริมสุขภาพ) นครราชสีมา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.

สุวัตร สิทธิหล่อ. (2546), ความสําคัญของความอ่อนตัวในกีฬายิมนาสติก, สารยิมนาสติก, 2(3): 12-13.

สนธยา สีละมาด. (2547). หลักการฝึกสําหรับผู้ฝึกสอนกีฬา, กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุภาภรณ์ ศิลาเลิศเดชกุล. (2548), หมอนวดกับกีฬาสําคัญอย่างไร.วารสารวิทยาศาสตร์กีฬาและวารสารกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย. ประจําเดือนเมษายน พ.ศ. 2548,

Catherine YW Cheung and Gabriel YF Ng. (2003) An Eight-week Exercise Programme Improves Physical Fitness of Sedentary Female Adolescents. Physiotherapy. 89(4) : 249-255. Retrieved November 23.