การพัฒนารูปแบบการสอนมวยไทยเพื่อการอนุรักษ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการสอนมวยไทยเพื่อการอนุรักษ์ วิชามวยไทย 1 สําหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตมหาสารคาม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ครูผู้สอนมวยไทยในโรงเรียนกีฬา จํานวน 25 คน ครูผู้สอนมวยไทยในสถาบันการพลศึกษา จํานวน 40 คน ครูผู้สอนมวยไทยในศูนย์อนุรักษ์ศิลปะมวยไทยประจําจังหวัด สังกัดสถาบันอนุรักษ์ศิลปะมวยไทย กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จํานวน 100 คน ครูผู้สอนมวยไทยวิทยาลัยมวยไทยศึกษา และการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จํานวน 2 คน นักศึกษาสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตมหาสารคาม จํานวน 40 คน โดยการเลือกแบบเจาะจงและการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการ วิจัยประกอบด้วยเอกสารประกอบการเรียนการสอนวิชามวยไทย เพื่อการอนุรักษ์ แผนการจัดการเรียนรู้ มวยไทย เพื่อการอนุรักษ์ แบบสมภาษณ์ แบบประเมินโครงร่างรูปแบบการสอนมวยไทยเพื่อการอนุรักษ์ แบบประเมินพฤติกรรมการเรียน แบบประเมินพฤติกรรมการอนุรักษ์ และประเมินทักษะมวยไทยเพื่อการ อนุรักษ์ แบบวัดความรู้ความเข้าใจ และแบบวัดเจตคติที่มีต่อการใช้รูปแบบ การสอนมวยไทยเพื่อการอนุรักษ์ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที่
ผลการวิจัยพบว่า
- ผลการเปรียบเทียบการทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังการใช้รูปแบบการ พัฒนาการสอนมวยไทยเพื่อการอนุรักษ์ตามแผนการจัดการเรียนรู้ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการใช้รูปแบบ การสอนมวยไทยเพื่อการอนุรักษ์สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสําคัญที่ระดับ .01
- นักศึกษามีพฤติกรรมการเรียนไปในทางบวก ผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ 80 ทุกคน
- นักศึกษามีพฤติกรรมการอนุรักษ์ศิลปะมวยไทยโดยรวมอยู่ในระดับสูงคิดเป็นร้อยละ 90.18 สูงกว่าเกณฑ์ที่กําหนดไว้คือร้อยละ 80
- โดยรวมนักศึกษามีทักษะมวยไทยเพื่อการอนุรักษ์อยู่ในระดับสูง คิดเป็นร้อยละ 89.77 และผ่านเกณฑ์ การประเมินที่กําหนดไว้ คือ ร้อยละ 80 ทุกคน
- นักศึกษามีเจตคติต่อการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการสอนมวยไทยเพื่อการอนุรักษ์โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม. (2555). ไทยไฟท์คาดเชือก (ออนไลน์), แหล่งที่มา : tvshow.tlcthai.com/category/รายการทีวี-ช่อง-3/ไทยไฟท์-thai./2/.16 ธันวาคม 2555.
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม. (2556), มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม (ออนไลน์), แหล่งที่มา : http://www.culture.go.th/ichthailand/post.html. 1 ธันวาคม 2555
กาญจนา วัธนาสุนทร. (2550), การออกแบบวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบ. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการวัดและประเมินผล บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 11.
คณะกรรมาธิการการกีฬาสภาผู้แทนราษฎร สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. (2546) แผนยุทธศาสตร์พัฒนามวยไทยสู่ระดับสากล, กรุงเทพ : สํานักการพิมพ์, 3.
ชาญณรงค์ สุหงษา. (2545). คู่มือการสอนมวยไทยเบื้องต้น. กรุงเทพมหานคร: บรรณกิจ, 2.
ทิศนา แขมมณี. (2552), ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 282-284.
นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ. (2553), มวยไทย, สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ, กรุงเทพมหานคร คํานิยม.
ปัญญา ไกรทัศน์. (2524), ยอดศิลปะการต่อสู้, กรุงเทพมหานคร : บพิธการพิมพ์, 15.
โพธิ์สวัสดิ์ แสงสว่าง. (2522), พัฒนาการกีฬามวยไทย. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 25.
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง. (2550). หลักสูตรศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชามวยไทยศึกษา (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2550). ราชบุรี, 2-3.
ลือชา สุบรรณพงษ์. (2527), กติกามวยไทยและมวยสากล, กรุงเทพมหานคร : สารมวลชน, 2.
วัลลภิศร์ สดประเสริฐ. (2547). มวยสยาม. กรุงเทพมหานคร : เคล็ดไทย, 13.
วิชิต ชี้เชิญ. (2553). ภูมิปัญญากีฬาไทย : MORE THAN SPORT. กรุงเทพฯ: สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), 1.
วีระ อําพันสุข. (2526), กรุงศรีอยุธยา, กรุงเทพมหานคร : คุรุสภาลาดพร้าว, 162.
สมชาย เสียงหลาย. (2553) มวยไทย. กรุงเทพมหานคร : สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ,
คํานํา สมศักดิ์ ศิริอนันต์. (2541). กรุงเทพมหานคร : ศิลปะมวยไทยชั้นสูง. กรมศาสนา, 5-6.
แสวง ศิริไปล์. (2520), เอกสารประกอบการเรียนมวยสากล, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, กรุงเทพมหานคร, 1.
Batten, G. D. (1999). Senescence of the flag leaf and grain yield following late foliar and root applications of phosphate on plants of differing phosphorus status. Journal of Plant Nutrition, 10, 735-748.
Beat, J. W. (1981). Research in Education. New Jersey : Prentice Hall,
Engle Bigge, M. & Samuel, S. (1992). Learning Theories for Feachers (5th ed). New York: Harper Collins.
Brookfield, S. D. (1987). Developing Critical Thinkers: Challenging adults to explore alternative ways of thinking and acting. San Francisco: Jossey-Bass.
Gagne, R. M. (1977). Condition for Learning. Library of Congress Cataloging in Publication Data. Holt, Rinehart and Winston.
Glogower, N. (2009). A good defense will leave you beautiful, a bad defense will make you ugly: Gender in Muay Thai kickboxing. M.A. dissertation, Michigan State University, United States Michigan. Retrieved September 15, 2010, from Dissertations & Theses:
A&I.(Publication No. AAT 1478803).
Kindleberger, C. P. (1998). American Business Abroad: Six lecture on direct investment. New Haven: Yale university Press.
Phonglorpisit, S. (2003). The effect of strapping on changing the velocity of punching and kicking in Muay Thai boxer. The Degree of Master of Science (Sports Science), Mahidol University.
Sangperm, P. (2003). Practice and nutrient intake for weight reduction during the last 3 days prior to the competition in Thai boxers. The Degree of Master of Science (Sports Science), Mahidol University.
Schissel, P. (2008). Muai Thai and the embodiment of fighting forms in a rural, northeast Thai household. M.A. dissertation, Carleton University (Canada), Canada. Retrieved September 15, 2010, from Dissertations & Theses: A&l. (Publication No.AAT MR 40611).
Sports Focus. (2004). Muay Thai, a national tradition. RBSC Magazine 4(42) December 2004.
Hoogvelt, A. (2001). The Third World in Global Development. London: Macmillan Publishers Ltd.
Weinstein, M. (1991). Critical thinking and education for democracy. Resource Publication Series 4. No.2.
Yamane, T. (1967). An Introductory Analysis. New York: Harper and Row.