การสร้างเกณฑ์การประเมินทักษะวิชายูโดสําหรับนิสิต ระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเกณฑ์การประเมินทักษะวิชายูโดสําหรับนิสิตระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เกณฑ์การประเมินทักษะวิชายูโดที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ประกอบด้วย 3 ทักษะ ได้แก่ 1) ทักษะการล้ม (Ukemi-Waza) จํานวน 14 ท่า 2) ทักษะการทุ่ม (Nage-Waza) จํานวน 4 ท่า และ 3) ทักษะ การจับยึด (Osae-Waza) จํานวน 3 ท่า รวมทั้งสิ้น 21 ท่า หาค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาโดยวิธีการหาดัชนี ความสอดคล้องของ Rovineli and Hambleton จากผู้เชี่ยวชาญจํานวน 5 ท่าน และหาค่าความเชื่อถือได้ โดยการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ จากกลุ่มตัวอย่างจํานวน 20 คน โดยใช้วิธีทดสอบซ้ํา (test-retest) ทําการประเมินครั้งที่ 2 โดยใช้วีดิทัศน์ เว้นระยะเวลาห่างกัน 1 สัปดาห์
ผลการวิจัยพบว่าเกณฑ์การประเมินทักษะวิชายูโดสําหรับนิสิตระระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ มีค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (IOC = 0.86 1.00) และมีค่าความเชื่อถือได้ อยู่ในระดับดีถึง ดีมาก
สรุปได้ว่าเกณฑ์การประเมินทักษะวิชายูโดสําหรับนิสิตระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น มีคุณภาพด้านความเที่ยวตรงเชิงเนื้อหา และมีค่าความเชื่อถือได้ จึงมีความเหมาะสมในการ นําไปใช้ในการประเมินทักษะวิชายูโดของนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
กรรวี บุญชัย. (2553). สมุดบันทึกกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาการวัดและการประเมินทางพลศึกษาขั้นสูง, กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 86-87.
กองบริการการศึกษา. (2555). คู่มือหมวดวิชาศึกษาทั่วไป มก. (ออนไลน์), แหล่งที่มา: http://eduserv.ku.ac.th/data curri/gen- ed/2555/manua/doc GenEd/std gened.pdf. 17 ธันวาคม 2557
บุญเรียง ขจรศิลป์. (2543ก), วิธีวิจัยทางการศึกษา, พิมพ์ครั้งที่ 5, กรุงเทพฯ : พีเอ็นการพิมพ์, 35-172.
บุญเรียง ขจรศิลป์. (2543ข), เกณฑ์การประเมิน (Rubric Assessment), วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์. 15 (2), 75-83.
บุญส่ง โกสะ. (2547). การวัดผลและประเมินผลทางพลศึกษา, กรุงเทพฯ : สํานักส่งเสริมและฝึกอบรมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 10-102.
พรรณี ลีกิจวัฒนะ. (2551). วิธีการวิจัยทางการศึกษา, พิมพ์ครั้งที่ 3, กรุงเทพฯ : สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, 105-143.
วรศักดิ์ เพียรชอบ. (2548), รวมบทความเกี่ยวกับปรัชญา หลักการ วิธีสอน และการวัดเพื่อประเมินผลทางพลศึกษา, กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 1-2.
สุรีย์ แก้วเศษ. (2553). รูปแบบการพัฒนาครูในการประเมินตามสภาพจริงวิชาพลศึกษา ระดับมัธยมศึกษา วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพลศึกษา, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ, 233.
Jonson, A. and G. Svingby. (2007). The use of scoring rubrics: Reliability, validity and educational consequences. Education Research Review, 2(2), 130-144.
Kirkendall, D. R., J. J. Gruber and R. E. Johnson. (1980). Measurement and Evaluation for Physical Education, lowa : William C. Brown, 54.