ปัญหาการตัดสินมวยไทยอาชีพในกลุ่มจังหวัดภาคใต้
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัญหาการตัดสินมวยไทยอาชีพในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ ด้านผู้ตัดสิน ด้านการจัดการแข่งขัน ด้านพี่เลี้ยงและนักมวย ด้านผู้ชมและเซียนมวย ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้ตัดสินมวยไทยอาชีพในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ที่ผ่านการอบรมผู้ตัดสินขึ้นทะเบียนกับการกีฬาแห่งประเทศไทยจำนวน 119 คน กลุ่มตัวอย่างใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้ตัดสินมวยไทยอาชีพในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ที่ผ่านการอบรมผู้ตัดสินขึ้นทะเบียนกับการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน ตามสัดส่วนกลุ่มตัวอย่างที่ได้มาทั้งสิ้น 92 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม มาตราส่วนประเมินค่าและปลายเปิด ซึ่งมีความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา จากการดำเนินหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถาม เท่ากับ 0.99 และค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.97 จากการคำนวณพบว่าค่าสัมประสิทธิ์อัลฟาและครอนบาค การวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์แปรปรวนทางเดียว
ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามปัญหาการตัดสินมวยไทยอาชีพในกลุ่มจังหวัดภาคใต้อายุ 35 ปีขึ้นไป มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 69.6 รองลงมา คือ ผู้ตอบแบบสอบถามอายุต่ำกว่า 35 ปี คิดเป็นร้อยละ 30.4 ผู้ตอบแบบสอบถามที่มีประสบการณ์ในการเป็นผู้ตัดสินมวยไทยอาชีพในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ 10 ปีขึ้นไป มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 57.6 รองลงมา เป็นผู้ตัดสินมวยไทยอาชีพในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ที่มีประสบการณ์ 5 – 10 ปี คิดเป็นร้อยละ 42.4 ปัญหาการตัดสินมวยไทยอาชีพในกลุ่มจังหวัดภาคใต้โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ปัญหาที่อยู่ในระดับมากมี 3 ด้าน ได้แก่ ด้านผู้ชมและเซียนมวย ด้านการจัดการแข่งขัน และด้านนักกีฬาและพี่เลี้ยง ปัญหารองลงมาอยู่ในระดับปานกลาง ได้แก่ ด้านผู้ตัดสิน ปัญหาการตัดสินมวยไทยอาชีพในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ โดยภาพรวมจำแนกตามอายุของกลุ่มตัวอย่าง แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านที่ 1 ด้านผู้ตัดสิน ด้านที่ 2 ด้านการจัดการแข่งขัน และด้านที่ 4 ด้านผู้ชมและเซียนมวย มีปัญหาไม่แตกต่างกัน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
Ann Mahakita, & Naphatsawan Charoenchaipinan. (2019). Guidelines for reforming sports organizations in the regions of Thailand. Academic Journal of Sisaket Rajabhat University, 13(1).
Chaichana Hemhomngern. (2010). Conditions and problems of team preparation to participate in foot volley competition for higher education level in 2009 (Master’s thesis), Srinakharinwirot University.
Charoen Nuchniyom. (2017). Gambling and Thai Boxing. Bangkok: Chulalongkorn University.
Kreetha Phromthep, Chakkarin Duangkham, Wiradee Ekronnarongchai, Weerasak Kulchawa, & Nantapoom Ketsara (2018). Opinions of football referees on football decision-making factors. Regional League Division 2 Northeast Zone 2015. Journal of Humanities and Social Sciences Nakhon Phanom University, 8(2).
Patcharamon Raksapoldej, & Anupong Taesillapasatit. (2016). A model of professional Muay Thai business management in Thailand. Journal of Humanities, Social Sciences and Arts Silpakorn University, 10(1).
Saneh Nuanchantuk. (2015). Professional standard development of professional Muay Thai referees (Doctoral dissertation), Muban Chombueng Rajabhat University.
Thee Cantothong. (2018). Populist culture from watching and cheering Thai League football. Suthiparitat Journal, 32(104), 223 - 236.
Torsak Kaewcharaswilai. (2011). Creating an exercise pattern with the ancient art of Muay Thai for youth. Journal of Education Khon Kaen University, 39(2).
Wattana Chonchanakul, & Paiboon Srichaisawat. (2013). Opinions of referees towards the competition. Regional Football League Division 2, Bangkok and Metropolitan Region 2012 (Master's Thesis), Srinakharinwirot University.