รูปแบบการฝึกอบรมผ่านเทคโนโลยีอุปกรณ์เคลื่อนที่ตามแนวคิดการเข้าถึงการเรียนรู้ ด้วยตนเองเพื่อส่งเสริมสมรรถนะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล สำหรับข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมผ่านเทคโนโลยีอุปกรณ์เคลื่อนที่ตามแนวคิดการเข้าถึงการเรียนรู้ด้วยตนเองเพื่อส่งเสริมสมรรถนะด้านเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ โดยการศึกษานี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ซึ่งกลุ่มเป้าหมายในการให้ข้อมูลสำหรับงานวิจัย คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการฝึกอบรมบุคลากรภาครัฐ ทั้งหมดจำนวน 6 ท่าน โดยผลการวิจัยได้นำมาพัฒนาไปสู่การสร้างเป็นรูปแบบการฝึกอบรมผ่านเทคโนโลยีอุปกรณ์เคลื่อนที่ตามแนวคิดการเข้าถึงการเรียนรู้ด้วยตนเองในการส่งเสริมสมรรถนะด้านเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ ซึ่งผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่ารูปแบบการฝึกอบรมผ่านเทคโนโลยีอุปกรณ์เคลื่อนที่ตามแนวคิดการเข้าถึงการเรียนรู้ด้วยตนเองที่ประสบความสำเร็จนั้น จะต้องประกอบไปด้วย
3 องค์ประกอบสำคัญ คือ 1) องค์ประกอบด้านปัจจัยนำเข้า ที่นักออกแบบควรมีการวิเคราะห์แนวคิดการเข้าถึงการเรียนรู้ด้วยตนเอง การวิเคราะห์เนื้อหาการฝึกอบรม การออกแบบกระบวนการฝึกอบรมผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ วิเคราะห์เครื่องมือที่ใช้ในการฝึกอบรมที่ประกอบไปด้วยการกำหนดแหล่งข้อมูล / แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้เพิ่มเติม 2) องค์ประกอบด้านกระบวนการ ที่รูปแบบการอบรมจำเป็นต้องมีขั้นตอนต่าง ๆ ในการอบรมอย่างเป็นระบบ อันประกอบไปด้วย ขั้นตรียมความพร้อม เช่น การชี้แจงวิธีการฝึกอบรมหรือการชี้แจงรายละเอียดเนื้อหาหลักสูตร ต่อมา คือ ขั้นดำเนินการฝึกอบรมที่ประกอบไปด้วย การวัดความรู้ก่อนที่ได้เรียนรู้จากหลักสูตรฝึกอบรมตามเนื้อหา และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เข้ารับการฝึกอบรม และขั้นตอนสุดท้ายคือ ขั้นหลังฝึกอบรมที่ประกอบด้วย การประเมินผลการเรียนรู้ ส่วนองค์ประกอบสุดท้ายคือ 3)องค์ประกอบด้านผลผลิต ที่ประกอบไปด้วยการวัดผลการเรียนรู้ของผู้เข้ารับการอบรมและทัศนคติของผู้เข้ารับการอบรม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
Frank Russell. (2018). 6 reasons micro - learning will make a huge impact in your organization. Retrieved from https://prositions.com/dashtrain/6-reasons-micro-learning-will-make-a-huge-impact-in-your-organization-webinar/
Hopper, C. (1992). Differences between left and right hemisphere. Retrieved from http://www.mtsu.edu/-studskl/hd/learn.html
Napin Yeamprayunsawasd. (2014). Mobile learning to enhance the training of personnel in the corporate. Retrieved from https://www.slideshare.net/napiny/mobile-learning-to-enhance-the-training-of-personnel-in-the-corporate
Natcha Vachirahattapong. (2015). Develop of blended training model via m - training and face to face training on active board using for Chonburi provincial administration organization teachers (Master’s thesis), Burapha University.
Office of the Higher Education Commission. (2018). Background. Retrieved from http://www.mua.go.th/index2.html
Office of the Civil Service Commission. (2019). Digital literacy. Retrieved from https://www.ocsc.go.th/DLProject/mean-dlp
Testing and Evaluation Center for Educational and Professional Development, The Faculty of Education, Chulalongkorn University. (2018). Project evaluation form. Retrieved from http://km.moi.go.th/km/quality_plan/evaluate/evaluate5_4.pdf
Wichit Awakul. (1997). Training. Bangkok: Chulalongkorn University.