พฤติกรรมการออกกำลังกายของคนวัยทำงานที่ใช้สถานที่ออกกำลังกายในจังหวัดเชียงใหม่
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการออกกำลังกายของคนวัยทำงานที่ใช้สถานที่ ออกกำลังกายในจังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ เป็นคนวัยทำงานที่ใช้สถานที่ออกกำลังกายในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 300 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้การแจกแจงความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t - test independent และ F - test
ผลการวิจัยพบว่า
- พฤติกรรมการออกกำลังกายของคนวัยทำงานที่มาใช้สถานที่ออกกำลังกายในจังหวัดเชียงใหม่ ผู้ตอบแบบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย จะมีอายุอยู่ในช่วง 30 - 39 ปี มีสถานภาพโสด มีระดับการศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี และมีรายได้อยู่ที่ 10,001 - 25,000 บาท / เดือน
- ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับพฤติกรรมการออกกำลังกายพบว่า ผู้ที่มาออกกำลังกายส่วนใหญ่ออกกำลังกาย 3 - 4 วัน / สัปดาห์ ช่วงเวลาที่ใช้มากที่สุด ช่วงเวลา 17.01 น. - 18.00 น. เวลาที่ใช้ในการออกกำลังกายแต่ละครั้ง 30 - 60 นาที / ครั้ง ประเภทที่นิยมมากที่สุดคือ การวิ่งเหยาะ ๆ และจุดประสงค์ที่สำคัญที่สุด คือ เพื่อผ่อนคลายความเครียด
- พฤติกรรมการออกกำลังกายจากผู้ตอบแบบสอบถามพบว่า มีพฤติกรรมการออกกำลังกายเป็นประจำ
- พฤติกรรมการออกกำลังกายของเพศชายกับเพศหญิงมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และเมื่อนำเอาปัจจัยส่วนบุคคลในแต่ละด้านมาเปรียบเทียบกันพบว่า อายุ สถานภาพสมรส และระดับการศึกษา มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
Cochran, W. G. (1977). Sampling Techniques (3rd ed.). John Wiley & Sons, New York.
Department of Mental Health. (2018). The department of mental health reveals that working people are at high risk of being stressed, suggesting 10 ways to take care of your heart to be happy daily. have a better performance. Retrieved from https://th.rajanukul.go.th
Charoen Krabuanrat. (2014). Science of Sports Coaching. Bangkok: Kasetsart University.
Thai People's Health Survey Office, Public Health Systems Research Institute. (2009). Report of the 4th Thai health examination survey. Nonthaburi: The Grapho Systems Company Limited.
Sudjit Triprakong, Watcharee Sangmanee, & Kamontip Thavornprasit. (2012). Factors affecting exercise behavior of nursing service personnel. Songkhla Nakarin Hospital Faculty of Medicine Songkhla Nakarin Hospital Prince of Songkhla University.
Kapook. (2015). Evening – to - evening exercise. Retrieved from https://health.kapook.com/ view109066.html
Aungkana Kunjaikaew. (2019). The relationship between belief concerning health and selfcare behavior of people who exercised at Nong Buak Hat Park, Muang Chiang Mai District, Chiang Mai Province (Master’s thesis), Institute of Physical Education Chiang Mai Campus.