การวิเคราะห์รูปแบบการรุกที่ส่งผลต่อการทำคะแนนของทีมชาติไทยในการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงเนชันส์ลีก 2022
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการรุกที่ส่งผลต่อการทำคะแนนของทีมชาติไทย และเพื่อเปรียบเทียบผลของการรุกของรูปแบบการรุกที่ส่งผลต่อการได้คะแนนและเสียคะแนนระหว่างทีมชาติไทยและทีมคู่ต่อสู้ในการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงเนชันส์ลีก 2022 กลุ่มตัวอย่างเป็นแมตช์การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงของทีมชาติไทยในรายการวอลเลย์บอลหญิงเนชันส์ลีก 2022 จากเว็บไซต์ https://www.volleyballworld.tv ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม ถึง 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 เลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive sampling) จำนวน 13 แมตช์ 51 เซต แยกเป็นวิเคราะห์ข้อมูลการรุก 1,584 ข้อมูล และข้อมูลผลของการรุก 1,584 ข้อมูล โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการวิเคราะห์สมรรถนะทางการกีฬา FocusX2 ทำการวิเคราะห์รูปแบบการรุกที่ทำคะแนนได้ และการทำเสียคะแนน โดยใช้ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ และทดสอบค่าที (t - test)
ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการรุกที่ส่งผลต่อการทำคะแนนของทีมชาติไทยในการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงเนชันส์ลีก 2022 ประกอบไปด้วย การรุกด้วยการตบบอลโค้งหน้า (C) รุกแล้วได้คะแนน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 17.77 ± 5.59 ครั้งต่อแมตช์ การรุกด้วยการตบบอลโค้งหลัง (C’) รุกแล้วได้คะแนน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 13.46 ± 5.56 ครั้งต่อแมตช์ และการรุกด้วยการตบบอล 3 เมตร (3m) รุกแล้วได้คะแนน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 8.31 ± 3.83 ครั้งต่อแมตช์เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างผลของการรุกของรูปแบบการรุกที่ส่งผลต่อการได้คะแนนและเสียคะแนนระหว่างทีมชาติไทยและทีมคู่ต่อสู้ พบว่า การรุกด้วยการตบบอลโค้งหน้า (C') การตบบอลบีแทรก (X) และการตบบอล 3 เมตร (3m) มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และผลของการรุกที่เสียคะแนนของรูปแบบการรุกด้วยการตบบอลบีแทรก (X) มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
Chamnan Dok Mai. (2010). Teaching basic techniques in playing volleyball 5 hits (Spike). Retrieved from http://www.oknation.net/blog/volleyball
International Federation of Volleyball. (2022). World Ranking. Retrieved from https://www.fivb.com
Junlawong Kanhala, Theeritsara Suriyo, & Tanawanaphorn Srimuang. (2023). The analysis of the scoring volleyball skill: Case study of Thailand women national volleyball team. Journal of Sports Science and Health Innovation, Rajabhat University Group of Thailand: SHIRT, 2(3), 1 – 14.
K. Ravivuth Rangubhet. (2019). Innovation analysis of performance in beach volleyball. National Conference Science Research (pp. 242 – 251). 23 - 24 May 2019, Faculty of Science Srinakharinwirot University, Prasarnmit, Bangkok.
K. Ravivuth Rangubhet. (2022). Performance analysis system for volleyball: Volleyball performance indicator. Academic Journal of Thailand National Sports University, 14(3), 13 – 24.
Krittaya Suppamit. (2013). A comparative study of volleyball spike tactics between successful and unsuccessful women’s volleyball team in the Olympic games 2012. Journal of Science, Sports and Health, 16(2), 1 - 13.
Koch, C., & Tilp, M. (2009). Beach volleyball techniques and tactics: A comparison of male and female playing characteristics. Kinesiology, 41(1), 52 - 59.
O’Donoghue, P., Holmes, L., & Robinson, G. (2017). Doing a research project in sport performance analysis. London: Routledge.
Thanakorn Suwanno, Nonglak Phangyang, Narisa Adnala, Tharaporn Sunthorn, & Chamnan Chinasi. (2022). Analysis of the Asian Women's Volleyball Championship 2019. Thaksin University Online Journal (TSU OJ), 2022(4), SS-03 (16).
Uthai Sanguanpong. (2011). Handbook of volleyball coaches. Bangkok: Printing Office Veterans Welfare Organization under the Royal Patronage.