นวัตกรรมเทคโนโลยีทางการกีฬากับการพัฒนานักกีฬาเพื่อความเป็นเลิศและอาชีพ
Main Article Content
บทคัดย่อ
ปัจจุบันเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิต การนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาแก้ปัญหาและกิจกรรมในทุกภาคส่วนส่งผลโดยตรงกับวิถีชีวิตคนในสังคมยุคใหม่ที่จำเป็นต้องปรับตัวไปพร้อมกับเทคโนโลยีดิจิทัล ปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิตในสิ่งแวดล้อมดิจิทัล คุณภาพชีวิตมนุษย์เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศและการขับเคลื่อนความเจริญก้าวหน้าทางสังคม ดังนั้นการออกกาลังกายและการเล่นกีฬาเพื่อพัฒนาสุขภาพกายใจและความแข็งแรงของร่างกาย จะช่วยให้เราดำเนินชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น บางคนเล่นกีฬาเพื่อแข่งขันแต่นอกเหนือจากการแข่งขันแล้วกีฬายังเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี อีกทั้งความหลากหลายของกีฬาสามารถตอบสนองต่อความต้องการที่แตกต่างกัน ตลอดจนฝึกฝนเพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองเพื่อความเป็นเลิศ จึงได้นำเอาหลักการทางวิทยาศาสตร์การกีฬาหลายแขนงมาใช้ในการปรับปรุงพัฒนานักกีฬา โดยเฉพาะการปรับปรุงท่าทางทักษะและสมรรถภาพทางกาย อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านสมรรถนะทางการกีฬา เป็นผลให้สถิติกีฬาชนิดต่าง ๆ ดีขึ้น
ดังนั้น การพัฒนากีฬาไปสู่ความเป็นเลิศและอาชีพนั้น ไม่เพียงแต่การเตรียมความพร้อมทางร่างกาย
โดยการฝึกซ้อมอย่างหนักเพียงอย่างเดียว แต่การนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาใช้ในการพัฒนานักกีฬาก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน ด้วยการนำเครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีความทันสมัย เข้ามาช่วยในด้านต่าง ๆ เช่น การวัดและประเมินผลสมรรถภาพของนักกีฬาด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถทดสอบและประเมินผลพร้อมเปรียบเทียบผลการทดสอบได้ทันทีที่มีการทดสอบเสร็จ เครื่องวิเคราะห์มุมการเคลื่อนไหว เพื่อช่วยปรับองศาและท่าทางของนักกีฬาให้ถูกต้องซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำท่าของนักกีฬาได้ดีและแรงยิ่งขึ้น การเสริมสร้างกล้ามเนื้อเครื่องออกกำลังกาย ทั้งเป็นอุปกรณ์สำหรับตัวบุคคลและอุปกรณ์สนาม เช่น เสื้อผ้า รองเท้า พื้นลู่ยาง ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้แก่นักกีฬามากขึ้น
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
Apiwat Panthong. (2017). Long Term Athlete Development. Journal of Graduate Studies, 14(64), 15-22.
Chalerm Chaiwatcharaporn. (2023). Innovative research and development in sports science. Faculty of sports science and health, Thailand National Sports University Samut Sakhon Campus.
McCracken, H. (2016). 7 wearable technologies to watch out for at the last Rio Olympics. Retrieved from https://stadiumth.com/columns/detail?id=109&tab=inter
Patcharin Pavalee. (2020). Conditions and guidelines for athlete development according to sports science principles for excellence of the Sports Office in the National Sports University, Northern Campus (Master’s thesis), Naresuan University.
Pornpimol Rungruangsin. (2017). Problems of sports management for health in Rajabhat University (Master’s thesis), Naresuan University.
Qingya Li (2020). Causal relationship of routine innovation factors affecting performance of support personnel. Chiang Mai Rajabhat University international college Chiang Mai Rajabhat University
Ratima Kotchanna. (2018). Which position in the world level is the development of innovation in Thailand arranged. Academic Bureau, Office of General Secretariat of House of Representatives. Retrieved from https://library2.parliament.go.th/ebook/ content-issue/2561/hi2561-088.pdf
Thanomwong Kritpetch. (2001). Concepts and directions of sports science in Thailand. Bangkok: Chulalongkorn University Press.
Thavorn Kamutsri. (2017). Enhancement of physical fitness. Media press LP: Bangkok.
Vidthayakorn Chiangkul. (2009). State of Education in Thailand 2007/2008 “Problems of equality and quality of Thai Education” (2nd ed.). Bangkok: V.P.C. Communication.
Warsittee Saisudjai, & Suppawan Vongsrangsap. (2022). Innovation, digital technology in exercise and sports. Journal of Education and Human Development Sciences, 6(2), 115 – 130 Retrieved from https://kuojs.lib.ku.ac.th/index.php/jehds/article/view/5040/2454