ปัจจัยที่สมัครใจเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติครั้งที่ 5 ของนักกีฬาอาวุโส จังหวัดเชียงใหม่

Main Article Content

สุดยอด ชมสะห้าย
ปรียาพัชร ใสแสง
ศราวุธ ไทยสงวนวรกุล
ประสิทธิ์ศิลป์ ชมสะห้าย
อภิวันท์ โอนสูงเนิน

บทคัดย่อ

เพื่อศึกษาปัจจัยในการสมัครใจเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 5 “ชอนตะวันเกมส์” ของนักกีฬาอาวุโส จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 103 คน โดยการสุ่มจากตารางสุ่มของเครจซี่และมอร์แกน เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบสอบถามปัจจัยภายในและภายนอก อย่างละ 6 ด้าน หาคุณภาพเครื่องมือจากผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่านได้ค่าดัชนีความสอดคล้อง IOC = 1 ทำการวิเคราะห์ข้อมูล โดยหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า นักกีฬาอาวุโสจำนวน 103 คน ใน 12 ชนิดกีฬา ข้อมูลทั่วไปเป็น เป็นเพศชาย จำนวน 58 คน เพศหญิง 45 คน มีอายุระหว่าง 50 - 84 ปี ส่วนมากจะเริ่มเข้าสู่การเป็นกีฬาอาวุโสแห่งชาติ แข่งขันครั้งแรก มีจำนวน  37 คน คิดเป็นร้อยละ 35.92 แข่งมากกว่า 3 ครั้ง มีจำนวน 36 คน คิดเป็นร้อยละ 34.95 และแข่งขันจำนวน 2-3 ครั้ง มีจำนวน 30 คน คิดเป็นร้อยละ 29.13 ปัจจัยภายในสมัครใจในการเข้าร่วมแข่งขันของนักกีฬา โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ย 4.03 อยู่ในระดับมาก ปัจจัยภายนอกสมัครใจในการเข้าร่วมแข่งขันของนักกีฬา โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ย 4.09 อยู่ในระดับมาก จากข้อเสนอแนะของนักกีฬาอาวุโส ต้องการให้ภาครัฐให้การสนับสนุนทางงบประมาณ มีโค้ชให้คำแนะนำการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาจะทำให้ผู้สูงอายุมีขวัญกำลังใจในการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายอย่างถูกต้องและมั่นใจมากยิ่งขึ้น ลดภาระจากการรักษาโรค ทำให้ผู้สูงอายุสุขภาพแข็งแรง สร้างกำลังใจและทางกาย

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ชมสะห้าย ส. ., ใสแสง ป. ., ไทยสงวนวรกุล ศ., ชมสะห้าย ป. ., & โอนสูงเนิน อ. . (2024). ปัจจัยที่สมัครใจเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติครั้งที่ 5 ของนักกีฬาอาวุโส จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, 16(3), 271–280. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TNSUJournal/article/view/264835
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Atchara Purakhom. (2018). Promotion of physical activity for the health of the elderly (2nd ed.). Nakhon Pathom: Petchkasem Printing Group.

Bamrung Watcharathet. (2019) Factors affecting exercise behaviors of the elderly who use the service in Chiang Mai municipality stadium (Master’s thesis), Institute Physical Education, Chiang Mai Campus.

Boonchom Srisaard. (2013). Statistical methods for research (5th ed.). Bangkok: Suree Wiyasan.

Charoen Prachuaprat. (2010). Exercise for health. Bangkok: Faculty of Education Kasetsart University.

Krejcie, J. P., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample Size for Research Activities. Education and Psychological Measurement, 30(3), 607 - 610.

Siriwan Arunthip. (2022). Aging society, challenges in Thailand. Retrieved from https://www.dop.go.th

Supranee Muenya. (2017). The effectiveness of family support on work behavior exercise of the elderly. The Journal of Faculty of Nursing Burapha University, 25(1), 74 - 81.