การพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลการจัดซื้อ ในโรงพยาบาลเสาไห้เฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา

ผู้แต่ง

  • สถิตย์ สงสนธิ -

คำสำคัญ:

โปรแกรมจัดการข้อมูล, Microsoft Access, การจัดซื้อจัดจ้าง, SDLC

บทคัดย่อ

การวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของระบบงานแผนการจัดซื้อจัดจ้างของโรงพยาบาลเสาไห้เฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา และ 2) พัฒนาและประเมินประสิทธิภาพของโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับจัดเก็บและบริหารข้อมูลคำขอซื้อจ้างอย่างเป็นระบบ การวิจัยดำเนินการตามกรอบวงจรการพัฒนาระบบ (System Development Life Cycle: SDLC) ประกอบด้วย 5 ระยะ ได้แก่ การวิเคราะห์ระบบ การออกแบบ การพัฒนา การทดสอบ และการประเมินผล โดยเก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลหลัก 3 ท่าน และทดสอบด้วยชุดข้อมูลจำลอง 1,000 รายการ ซ้ำ 100 ครั้ง

ผลการวิจัยพบว่า ระบบงานเดิมมีปัญหาความซ้ำซ้อน ความคลาดเคลื่อน และความล่าช้าในการจัดทำรายงาน โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นด้วย Microsoft Access ซึ่งออกแบบให้เป็นฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ มี 4 โมดูลหลัก ได้แก่ การบันทึกและแก้ไขคำขอ การสืบค้นข้อมูล การจัดการข้อมูลหลัก และการออกรายงาน ผลการประเมินเชิงเทคนิคพบว่า โปรแกรมมีความถูกต้องของผลลัพธ์ 100% ใช้เวลาในการประมวลผลฐานข้อมูล 0.13 วินาที (S.D. 0.01 วินาที) และลดเวลาการสรุปรายงานการจัดซื้อรวมจาก 5.44 นาทีในระบบเดิม เหลือเพียง 2.27 วินาที สะท้อนถึงประสิทธิภาพและเสถียรภาพของระบบที่พัฒนาขึ้นอย่างชัดเจน

สรุปได้ว่า โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพสูงทั้งด้านความถูกต้องและความรวดเร็ว สามารถแก้ไขข้อจำกัดของระบบงานเดิมได้อย่างมีนัยสำคัญ และเหมาะสมต่อการนำไปใช้สนับสนุนการจัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้

เอกสารอ้างอิง

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2560). พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560. สืบค้นเมื่อ 14 มกราคม 2567, จาก https://www.krisdika.go.th

กัลยาณี เจริญสุข. (2565). การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารงานพัสดุในโรงพยาบาล A(วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, กรุงเทพฯ.

มะลิ พรมพิจารณ์. (2566). การพัฒนารูปแบบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุด้วยการใช้แนวคิดขจัดความสิ้นเปลืองและสูญเปล่า (Lean) มาประยุกต์ใช้: กรณีศึกษาโรงพยาบาลแม่จัน จังหวัดเชียงราย. วารสารการบริหารนิติบุคคลและนวัตกรรมท้องถิ่น, 9(1), 160–176.

Kendall, K. E., & Kendall, J. E. (2014). System analysis and design (9th ed.). Pearson Education.

นลินี ชนะมูล. (2562). การจัดทำระบบจัดการฐานข้อมูลครุภัณฑ์สำหรับโรงพยาบาล (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี, จันทบุรี.

Pressman, R. S. (2014). Software engineering: A practitioner’s approach (8th ed.). McGraw-Hill Education.

Date, C. J. (2003). An introduction to database systems (8th ed.). Addison-Wesley.

Smith, J., & Jones, A. (2018). Developing small business database solutions with Microsoft Access. Tech Press.

สุภาวดี สิทธิยศ, นวลจันทร์ ธรรมเจริญ, และ กาญจนา ลาภเจริญสุข. (2559). การพัฒนาโปรแกรม RE Management เพื่อการจัดการฐานข้อมูลเครื่องมือ/อุปกรณ์วิจัย. Mahidol R2R e-Journal, 3(2).

Shneiderman, B., et al. (2016). Designing the user interface: Strategies for effective human-computer interaction (6th ed.). Pearson.

ประภาพร ศรีสุกใส. (2563). ปัญหาและแนวทางแก้ไขระบบบริหารพัสดุของโรงพยาบาลชุมชน. วารสารวิจัยสุขภาพชุมชน, 14(2), 45–59.

Codd, E. F. (1970). A relational model of data for large shared data banks. Communications of the ACM, 13(6), 377–387.

อมรเทพ วงศ์เกษมศักดิ์ และ กิตติพงษ์ ทองห่อ. (2565). การพัฒนาระบบฐานข้อมูลการจัดการวัสดุคงคลังสำหรับสำนักงานขนาดเล็กโดยใช้ Microsoft Access. วารสารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการ, 10(1), 10–25.

Hammer, M. (1990). Reengineering work: Don’t automate, obliterate. Harvard Business Review, 68(4), 104–112.

DeLone, W. H., & McLean, E. R. (2003). The DeLone and McLean model of information systems success: A ten-year update. Journal of Management Information Systems, 19(4), 9–30.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-10

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย