เทคนิคการเปิดหลอดเลือดดำส่วนปลายในผู้ป่วยโรคมะเร็ง
คำสำคัญ:
ผู้ป่วยโรคมะเร็ง, การเปิดหลอดเลือดดำ, ความปวดบทคัดย่อ
พยาธิสภาพของโรคมะเร็งขัดขวางกระบวนการความสัมพันธ์ทางสรีรวิทยาระหว่างเซลล์ที่อยู่ข้างเคียงกันส่งผลให้โครงสร้างของหลอดเลือดที่สร้างขึ้นใหม่ขาดความแข็งแรง บิดเบี้ยว เปราะบาง เกิดการรั่วซึมของพลาสม่า เม็ดเลือด และสารน้ำออกสู่เนื้อเยื่อโดยรอบจนเกิดอาการบวมและภาวะพร่องออกซิเจน ผู้ป่วยโรคมะเร็งจะได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดทางหลอดเลือดดำอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาตามที่กำหนดและยาหลากหลายชนิดส่งผลกระทบโดยตรงต่อหลอดเลือดของผู้ป่วยโดยเฉพาะเมื่อเกิดการรั่วซึมบริเวณรอบ ๆ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้เทคนิคในการเปิดหลอดเลือดดำอย่างถูกต้องเหมาะสม ตำแหน่งที่นิยมในการเจาะเลือดคือหลอดเลือดดำส่วนปลายบริเวณด้านหน้าของข้อพับแขน ได้แก่หลอดเลือดดำ median cubital, cephalic และ basilic เพราะเห็นได้ชัดเจนที่สุด ไม่มีเส้นประสาทอยู่ใกล้เคียงมากนักและใช้เทคนิคปลอดเชื้อตลอดการทำหัตถการ ผู้ปฏิบัติจำเป็นต้องดูแลเฝ้าระวังภายหลังการเปิดหลอดเลือดดำ ควรเปลี่ยนบริเวณที่แทงเข็มทุก 72 ชั่วโมง ดูแลป้องกันภาวะหลอดเลือดดำอักเสบโดยใช้เกณฑ์ในการประเมินสถานการณ์ ในกรณีที่เกิดปัญหาผู้ปฏิบัติบันทึกรายงานอุบัติการณ์ ยุติการบริหารสารน้ำหรือยา พร้อมให้การ รักษาด้วยการประคบร้อนหรือเย็น หลักสำคัญคือสามารถระงับความปวดได้จากการเจาะเลือด อาจเป็นการใช้ยาชาเฉพาะที่หรือยาชาชนิดสูดดม และดำเนินวิธีปฏิบัติด้วยการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ป่วย
Downloads
เอกสารอ้างอิง
Goolsby TV, Lombardo FA. Extravasation of Chemotherapeutic Agents: Prevention and Treatment. Semin Oncol. 2006;33(1):139-143. https://doi.org/10.1053/j.seminoncol.2005.11.007
Svendsen RP, Støvring H, Hansen BL, Kragstrup J, Søndergaard J, Jarbøl DE. Prevalence of cancer alarm symptoms: A population-based cross-sectional study. Scand J Prim Health Care. 2010;28(3):132-137. https://doi.org/10.3109/02813432.2010.505412
Marieb EN, Hoehn K. Human Anatomy & Physiology. 6th ed. Boston: Pearson; 2012.
Gonzalez T. Chemotherapy extravasations: prevention, identification, management, and documentation. Clin J Oncol Nurs. 2013;17(1):61-66. https://doi.org/10.1188/13.CJON.61-66
สุวรรณี สิริเลิศตระกูล. ยารั่วซึมออกนอกหลอดเลือด. สมาคมพยาบาลโรคมะเร็งแห่งประเทศไทย; 2559. http://www.thons.or.th/index.php/knowledge-nurse/29-knowledge-ns-03.
Dougherty L. Extravasation: prevention, recognition and management. Nurs Stand R Coll Nurs G B 1987. 2010;24(52):48-55; quiz 56, 60. https://doi.org/10.7748/ns2010.09.24.52.48.c7956
อรวรรณ อินชูใจ. โครงการการป้องกันการเกิดภาวะExtravasation ในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบําบัด. 2553. http://www.hospital.tu.ac.th/km/admin/new/141217_141841.pdf.
ภาวดี ช่วยเจริญ. การเจาะเลือดและการเก็บตัวอย่างเลือด. 2554. http://research-hcu.hcu.ac.th/wp-content/uploads/2015/02/การเจาะเลือดและการเก็บตัวอย่างเลือด.pdf.
วิโรจน์ ไววานิชกิจ, เพียงเพ็ญ อินทรฑูต. ความเจ็บปวดจาการเจาะเลือดและการบริบาลลดความปวด. จุฬาลงกรณ์เวชสาร. 2546;47(8):515-520.
Usichenko TI, Pavlovic D, Foellner S, Wendt M. Reducing Venipuncture Pain by a Cough Trick: A Randomized Crossover Volunteer Study. Anesth Analg. 2004;98(2):343–345. https://doi.org/10.1213/01.ANE.0000094983.16741.AF
Rogers TL, Ostrow CL. The use of EMLA cream to decrease venipuncture pain in children. J Pediatr Nurs. 2004;19(1):33-39. doi:10.1016/j.pedn.2003.09.005
Costello M, Ramundo M, Christopher NC, Powell KR. Ethyl vinyl chloride vapocoolant spray fails to decrease pain associated with intravenous cannulation in children. Clin Pediatr (Phila). 2006;45(7):628-632. https://doi.org/10.1177/0009922806291013
Sealey L. Nurse administration of Entonox to manage pain in ward settings. Nurs Times. 2002;98(46):28-29.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และคณาจารย์ท่านอื่น ในราชวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว