การประเมินสมดุลน้ำในร่างกายผู้ป่วยที่เข้ารับการล้างไตด้วย shunt effect
คำสำคัญ:
ล้างไต, ก๊าซในเลือดแดง, การพยาบาล, Shunt Effectบทคัดย่อ
ความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทำให้พฤติกรรมของคนในสังคมเกิดการแปรเปลี่ยน การบริโภคอาหารที่ด้อยคุณภาพ ส่งผลให้ร่างกายขาดสารอาหารและเสี่ยงต่อภาวะการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ที่มีอัตราตายสูง ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคไตสูงเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มประเทศอาเซียน และมีคนป่วยที่เข้าสู่ภาวะไตวายประมาณปีละกว่า 8 ล้านคน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นโรคไตวายเฉียบพลันและโรคไตเรื้อรัง โดยมีแนวทางการรักษา ได้แก่ การล้างไต การปลูกถ่ายไต และการดูแลแบบประคับประคอง
การล้างไตทำได้ 2 วิธี คือ การล้างไตผ่านทางหน้าท้องและการล้างไตด้วยการฟอกเลือด ซึ่งช่วยกำจัดของเสียพร้อมปรับสมดุลน้ำและกรดด่างตลอดจนเกลือแร่ในร่างกาย โดยผู้ป่วยจะได้รับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอดการทำหัตถการ เนื่องจากสมดุลน้ำมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
จากผลการวิเคราะห์ก๊าซในเลือดแดง ถ้าพบว่า PAO2-PaO2 มีค่ามากกว่า 10–20 มม.ปรอท หรือ PaO2/PAO2 น้อยกว่า 0.75–1.00 หรือ PaO2/FiO2 น้อยกว่า 400-500 มม.ปรอท แสดงว่าผู้ป่วยมี shunt effect กล่าวคือเมื่อผู้ป่วยมีภาวะน้ำเกินเนื่องจากการทำงานของหัวใจล้มเหลว หรือภาวะไตวายในระยะเฉียบพลัน จะทำให้ปริมาตรเลือดเพิ่มสูงขึ้น และแม้ปริมาตรอากาศที่ผ่านเข้าสู่ถุงลมปอดปกติ ก็ทำให้การแลก เปลี่ยนก๊าซเกิดขึ้นได้ไม่เต็มที่ ด้วยเหตุนี้ shunt effect น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งในเวชปฏิบัติคลินิกสำหรับแพทย์และพยาบาล ในการประเมินผู้ป่วยข้างเคียง ช่วยในการติดตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของน้ำในร่างกายผู้ป่วยที่เข้ารับการล้างไต
Downloads
เอกสารอ้างอิง
วิวัฒน์ มีสุวรรณ์. อินเทอร์เน็ตเพื่อสรรพสิ่ง (Internet of Things) กับการศึกษา. วารสารวิชาการนวัตกรรมสื่อสารสังคม. 2559;4(2):83-92.
อริญญา เถลิงศรี. Disruption: ทำลายล้างหรือสร้างโอกาส? | ThaiPublica. Published June 19, 2018. Accessed 25 ตุลาคม 2562. https://thaipublica.org/2018/06/seac-disruption/
วรางคณา พิชัยวงศ์. อ้วนกลมระทมไต. สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. Accessed 29 ตุลาคม 2562. https://www.nephrothai.org/images/อ้วนกลมระทมไต_2.pdf
คนไทยป่วยโรคไตติดอันดับ 3 ของอาเซียน - Thaihealth.or.th | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). Thaihealth.or.th. Accessed 25 ตุลาคม 2562. https://www.thaihealth.or.th/Content/30963-คนไทยป่วยโรคไตติดอันดับ3ของอาเซียน.html
Palevsky PM, Liu KD, Brophy PD, et al. KDOQI US Commentary on the 2012 KDIGO Clinical Practice Guideline for Acute Kidney Injury. Am J Kidney Dis. 2013;61(5):649-672. https://doi.org/10.1053/j.ajkd.2013.02.349
ณัฐชัย ศรีสวัสดิ์, เกรียง ตั้งสง่า. โรคไตวายเฉียบพลัน. วารสารกรมการแพทย์. 2560;42(6):64-68.
Webster AC, Nagler EV, Morton RL, Masson P. Chronic Kidney Disease. The Lancet. 2017;389(10075):1238-1252. https://doi.org/10.1016/S0140-6736(16)32064-5
Division of Nephrology & Hypertension and general internal medicine. Kidney replacement therapy. Chronic Kidney Disease(CKD) Clinical Practice Recommendations for Primary Care Physicians and Healthcare Providers. Published online 2017. Accessed October 20, 2019. https://www.asn-online.org/education/training/fellows/HFHS_CKD_V6.pdf
ญาณนันท์ รัตนธีรวิเชียร. คู่มือการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดปลูกถ่ายไต (Kidney Transplantation). คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล; 2558. https://www2.si.mahidol.ac.th/division/nursing/sins/attachments/article/214/sins_nursing_manual_2558_02.pdf
สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. คำแนะนำ สำหรับการดูแลรักษาโรคไตเรื้อรัง แบบองค์รวมชนิดประคับประคอง. Vol 2560. 1st ed. สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย; 2560.
Fayad AII, Buamscha DG, Ciapponi A. Timing of renal replacement therapy initiation for acute kidney injury. Cochrane Database Syst Rev. 2018;(12). https://doi.org/10.1002/14651858.CD010612.pub2
พงศธร คชเสนี. การบําบัดทดแทนไตในปัจจุบัน. Accessed October 25, 2019. https://www.nephrothai.org/images/การบำบดทดแทนไตในปจจบน.pdf
เถลิงศักดิ์ กาญจนบุษย์. แนวปฏิบัติการล้างไตทางช่องท้อง : Practical Peritoneal Dialysis. พิมพ์ครั้งที่ 1. คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.
คณะอนุกรรมการกำหนดแนวทางการรักษาด้วยการฟอกเลือดและการกรองพลาสมา สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. คู่มือการรักษาด้วยการฟอกเลือดและการกรองพลาสมาสำหรับผู้ป่วยโรคไต. สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย Accessed 25 ตุลาคม 2562. https://www.nephrothai.org/images/คมอการฟอกเลอด_e-book_final.pdf
สุธาสินี เรียมจันทร์, เสาวลักษณ์ พุฒแก้ว. การรับรู้เพื่อป้องกันภาวะน้ำเกินก่อนวันฟอกเลือด ของผู้ป่วยไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี. 2561;1(3):25-34.
พงศธร คชเสนี, อนุตตร จิตตินันทน์, อาคม นงนุช, et al. Essentials in hemodialysis. บริษัท เท็กซ์ แอนด์ เจอร์นัล พับลิเคชั่น จำกัด; 2560.
Gennari FJ. Acid-base assessment of patients receiving hemodialysis. What are our management goals? Semin Dial. 2018;31(4):382-387. https://doi.org/10.1111/sdi.12682
Cao Z, Jia Y, Zhu B. BNP and NT-proBNP as Diagnostic Biomarkers for Cardiac Dysfunction in Both Clinical and Forensic Medicine. Int J Mol Sci. 2019;20(8). https://doi.org/10.3390/ijms20081820
วิไลวรรณ ศรีวิมล. Laboratory Investigation in CVS: Cardiac Biomarkers. Published online 2560. https://meded.psu.ac.th/binla/class02/B5_311_241/LabInterpretation/cardiac_biomarkers/index3.html
Ekinci C, Karabork M, Siriopol D, Dincer N, Covic A, Kanbay M. Effects of Volume Overload and Current Techniques for the Assessment of Fluid Status in Patients with Renal Disease. Blood Purif. 2018;46(1):34-47. https://doi.org/10.1159/000487702
Kim D-H, Shin S, Kim N, Choi T, Choi SH, Choi YS. Carotid ultrasound measurements for assessing fluid responsiveness in spontaneously breathing patients: corrected flow time and respirophasic variation in blood flow peak velocity. Br J Anaesth. 2018;121(3):541-549. https://doi.org/10.1016/j.bja.2017.12.047
พงศ์ธารา วิจิตเวชไพศาล. การวิเคราะห์ก๊าซในเลือด = Traditional & alternative approaches. Vol 2557. 4th ed. โครงการตำรา-ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล; 2557.
ชัชวาล วงค์สารี, อรนันท์ หาญยุทธ. การใช้กระบวนการพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม. วารสารพยาบาลตำรวจ. 2557;6(2):220-233.
Powers KA, Dhamoon AS. Physiology, Pulmonary, Ventilation and Perfusion. In: StatPearls. StatPearls Publishing; 2020. Accessed May 3, 2020. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK539907/
Sarkar M, Niranjan N, Banyal PK. Mechanisms of hypoxemia. Lung India. 2017;34(1):47. https://doi.org/10.4103/0970-2113.197116
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และคณาจารย์ท่านอื่น ในราชวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว