การพัฒนาแนวปฏิบัติสำหรับการเตรียมผู้ป่วยเพื่อรับการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหิน จังหวัดพิจิตร
คำสำคัญ:
การพัฒนาแนวปฏิบัต, การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่, การคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง, การเตรียมผู้ป่วยบทคัดย่อ
มะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญ การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) เป็นวิธีคัดกรองที่มีประสิทธิภาพในการลดอัตราการเสียชีวิต แต่จำเป็นต้องมีการเตรียมลำไส้ให้สะอาด การเตรียมลำไส้ไม่สะอาดอาจส่งผลให้แพทย์ไม่สามารถมองหาความผิดปกติในลำไส้ใหญ่ได้ วัตถุประสงค์: เพื่อพัฒนาแนวปฏิบัติสำหรับการเตรียมผู้ป่วยเพื่อรับการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ประเมินความเป็นไปได้ของการนำใช้แนวปฏิบัติและความสะอาดของลำไส้ ในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหิน จังหวัดพิจิตร วิธีการศึกษา: การวิจัยเชิงพัฒนา (Development research) ดำเนินการเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน พ.ศ. 2568 โดยใช้กรอบแนวคิด One Day Surgery ของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับขั้นตอนการพัฒนาแนวปฏิบัติทางคลินิกของ NHMRC ประเทศออสเตรเลีย กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ กลุ่มผู้พัฒนาแนวปฏิบัติฯ 5 คน กลุ่มผู้ใช้แนวปฏิบัติฯ 10 คน และกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการใช้แนวปฏิบัติฯ 10 คน เครื่องมือวิจัยได้แก่ แบบประเมินคุณภาพแนวปฏิบัติสำหรับงานวิจัย (AGREE II) แบบประเมินความเป็นไปได้ของแนวปฏิบัติ แบบประเมินความสะอาดของลำไส้ โดยผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 ท่าน พบว่ามีค่าสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ (IOC) เท่ากับ 1.00 และวิเคราะห์สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach’s Alpha Coefficient) ได้ค่าความเที่ยงเท่ากับ เท่ากับ 0.87 ผลการศึกษา: แนวปฏิบัติที่พัฒนาขึ้นแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ 1) ระยะก่อนเข้ารับการตรวจ ซึ่งครอบคลุม การคัดกรองด้วย Fit test การให้ความรู้พื่อเตรียมลำไส้ การประเมินความสะอาดของลำไส้ และ 2) ระยะหลังเข้ารับการตรวจ ประกอบด้วย การดูแลหลังการส่องกล้อง และการให้คำแนะนำก่อนกลับบ้าน แนวปฏิบัติได้รับการตรวจสอบคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้ง 5 ท่าน โดยใช้เกณฑ์การประเมินคุณภาพแนวปฏิบัติสำหรับงานวิจัย พบว่า คะแนนอยู่ระหว่างร้อยละ 95.00-97.77 คะแนนภาพรวมด้านคุณภาพของแนวทางปฏิบัติ เท่ากับร้อยละ 96.66 และผู้ทรงคุณวุฒิมีความคิดเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าสมควรนำแนวทางปฏิบัตินี้ไปใช้งาน ส่วนความเป็นไปได้
ของแนวปฏิบัติ พบว่าผู้ใช้แนวปฏิบัติทุกคนมีความเห็นตรงกันว่าแนวปฏิบัตินี้มีความชัดเจน ทีมสุขภาพเข้าใจตรงกัน ง่ายต่อการปฏิบัติ สามารถนำไปใช้ได้ และมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก สำหรับความสะอาดของลำไส้พบว่าอยู่ในระดับดีมาก ( = 3.90, SD = .316) บทสรุป: แนวปฏิบัติที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมและสามารถใช้ได้จริงในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ข้อเสนอแนะ: ควรมีการนำแนวปฏิบัติไปใช้เพื่อประเมินประสิทธิผลของแนวปฏิบัติ และนำไปใช้กับโรงพยาบาลที่มีบริบทคล้ายกัน
Downloads
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Colorectal cancer. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/colorectal-cancer. Accessed November 4, 2024.
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการตรวจคัดกรอง วินิจฉัยและรักษา โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง. โฆษิตการพิมพ์: 2564.
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์. แนวทางการดำเนินงานและการบันทึกข้อมูลโครงการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ด้วยวิธี FIT test. https://www.nci.go.th/th/File_download/D_index/ptu/update_66/มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง/คู่มือ%20แนวทางการดำเนินงานและการบันทึกข้อมูล%20มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง.pdf. Accessed November 6, 2024.
Brenner H, Stock C, Hoffmeister M. Effect of screening sigmoidoscopy and screening colonoscopy on colorectal cancer incidence and mortality: systematic review and meta-analysis of randomised controlled trials and observational studies. BMJ. 2014;348(apr09 1):g2467. doi:10.1136/bmj.g2467.
ASGE Standards of Practice Committee, Saltzman JR, Cash BD, et al. Bowel preparation before colonoscopy. Gastrointest Endosc. 2015;81(4):781-794. doi:10.1016/j.gie.2014.09.048.
Huffstetler AN, Fraiman J, Brownlee S, Stoto MA, Lin KW. An estimate of severe harms due to screening colonoscopy: A systematic review. J Am Board Fam Med. 2023;36(3):493-500. doi:10.3122/jabfm.2022.220320R2.
งานห้องผ่าตัด. สถิติผู้รับบริการประจำปี. โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหิน จังหวัดพิจิตร. 2567.(เผยแพร่บนระบบเว็บภายใน)
ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์. แนวทางการขับเคลื่อนระบบบริการการผ่าตัดวันเดียวกลับและการผ่าตัดแผลเล็ก ODS & MIS ใน: ธัญเดช นิมมานวุฒิพงษ์, วิบูลย์ ภัณฑบดีกรณ์, กิตติวัฒน์ มะโนจันทร์ และฐิติกัญญา ดวงรัตน์, บรรณาธิการ. ข้อเสนอแนะด้านการพัฒนาระบบบริการผ่าตัดแบบวันเดียวกลับและการผ่าตัดแผลเล็ก (ODS&MIS) ปี 2566. กรุงเทพฯ: จรัลสนิทวงศ์การพิมพ์ จำกัด; 2566: 6.
ฉวีวรรณ ธงชัย. การพัฒนาแนวปฏิบัติทางคลินิก. วารสารสภาการพยาบาล. 2548; 20(2): 63-76.
Armola RR, Bourgault AM, Halm MA, et al. AACN levels of evidence: what’s new?. Crit Care Nurse. 2009;29(4):70-73. doi:10.4037/ccn2009969.
สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. เครื่องมือการประเมินคุณภาพแนวทางปฏิบัติสำหรับการวิจัยและการประเมินผล (Appraisal of Guideline for Research & Evaluation II; AGREE II). http://www.imrta.dms.moph.go.th/imrta/images/AGREE%20ok%20for%20e-book.pdf. Accessed November 8, 2024.
Brouwers MC, Spithoff K, Kerkvliet K, et al. Development and validation of a tool to assess the quality of clinical practice guideline recommendations. JAMA Netw Open. 2020;3(5):e205535. doi:10.1001/jamanetworkopen.2020.5535.
นาวรัตน์ แก้วตา, สมรภพ บรรหารักษ์, ธัญญา อภิชาติวัลลภ. การพยาบาลเพื่อส่งเสริมการเตรียมตัวสำหรับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ทางทวารหนัก แบบผู้ป่วยนอกในผู้สูงอายุ: การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ. 2021; 48(1): 92-110.
Brouwers MC, Kho ME, Browman GP, et al. AGREE II: advancing guideline development, reporting and evaluation in health care. CMAJ. 2010;182(18):E839-42. doi:10.1503/cmaj.090449.
Adhikari K, Mughal MK, Whitworth J, et al. Evaluating the implementation of a multicomponent intervention to improve faecal immunochemical test-based (FIT) colorectal cancer screening in primary care. BMJ Open Qual. 2025;14(1):e003004. doi:10.1136/bmjoq-2024-003004.
Janahiraman S, Tay CY, Lee JM, et al. Effect of an intensive patient educational programme on the quality of bowel preparation for colonoscopy: a single-blind randomised controlled trial. BMJ Open Gastroenterol. 2020;7(1):e000376. doi:10.1136/bmjgast-2020-000376.
ช่อมะลิ, นิรินธน์. ผลของการให้ความรู้ต่อการปฏิบัติตนก่อนการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ในบุคคลกลุ่มเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ [วิทยานิพนธ์]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/3112/. Accessed September 20, 2024.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และคณาจารย์ท่านอื่น ในราชวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว