การพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก: กรณีศึกษาตำบลต้นแบบ หมู่ 3 บ้านทุ่งทอง ตำบลลาดบัวขาว อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี

ผู้แต่ง

  • ฐิติชญา ฉลาดล้น วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จักรีรัช ราชบุรี
  • พิมพ์ลดา อนันต์สิริเกษม วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จักรีรัช ราชบุรี

คำสำคัญ:

การมีส่วนร่วม, รูปแบบ, ป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก

บทคัดย่อ

การวิจัยและพัฒนามีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการมีส่วนร่วมของชุมชน การพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชน และศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาคือ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน ตัวแทนของครอบครัวและครอบครัวที่เคยป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก ผู้นำชุมชนและคณะกรรมการหมู่บ้าน และเจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลลาดบัวขาว จำนวน 28 คน และประชาชนหมู่ 3 ตำบลลาดบัวขาว จำนวน 15 หลังคาเรือน ที่มีสมาชิกในครัวเรือนป่วยด้วยไข้เลือดออกภายใน 5 ปีย้อนหลัง เครื่องมือการวิจัย ประกอบด้วย 1) แนวทางสนทนากลุ่มเพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการของชุมชนในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก 2) แนวทางสนทนากลุ่มเพื่อพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชน 3) แบบสอบถามได้แก่ 1) แบบวัดค่าดัชนีลูกน้ำยุงลาย (House Index) 2) แบบประเมินความพึงพอใจต่อการป้องกันและควบคุมไข้เลือดออก 3) แบบสอบถามความรู้ เจตคติและการปฏิบัติตัวในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ โดยใช้สถิติพรรณนา ข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัย 1) ประชาชนให้ความสำคัญในเรื่องการป้องกันไม่ให้ยุงกัดมากกว่าการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ครอบครัวที่มีลูกหลานมีประวัติป่วยด้วยไข้เลือดออกจะตื่นตัวและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการป้องกันและควบคุมโรคมากกว่า 2) รูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชน ประกอบด้วย การให้ความรู้ป้องกันและควบคุมโดยเสียงตามสาย การประยุกต์ใช้สมุนไพรและปูนแดงในการกำจัดลูกน้ำยุงลาย การแจกทรายอะเบท (Abate sand) ปลาหางนกยูง การแลกเปลี่ยนประสบการณ์โดยการสะท้อนคิดจากครอบครัวที่มีผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกหรือครอบครัวที่มีผู้ป่วยกลับเป็นซ้ำ และการติดตามกำกับการสำรวจลูกน้ำยุงลายเดือนละ 1 ครั้ง และ 3) หลังการดำเนินงาน พบว่าค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายมีค่าลดลง จาก 80 เหลือเพียง 10 และผลประเมินความพึงพอใจหลังการดำเนินงาน อยู่ในระดับมากที่สุด และพบว่าครอบครัวที่มีสมาชิกป่วย ด้วยไข้เลือดออก มีความรู้เพิ่มขึ้น ในระดับดี ร้อยละ 100 มีเจตคติเพิ่มขึ้นในระดับดี ร้อยละ 86.66 และมีพฤติกรรมการปฏิบัติการเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น จากไม่ปฏิบัติเลยร้อยละ 20.00 ลดลงเป็น ร้อยละ 13.33

References

Department of Disease Control Ministry of Public Health. (2014). Dengue fever report (Dengue fever) Dengue Shock and Red Fever) Thailand. Retrieve on April 2, 2015 From http://www.boe.moph.go.th/files/report/20150106_732528.pdf

Suphan, B., Chuengthong, P., Tansakun, S., & Pundee, W. (2012). Factors that have a relationship And dengue fever prevention behaviors of people in Sisaket Province cited by Jarusiri, W., National Academic Conference Report for Sustainable Research Development (p 1-13). Bangkok: Srinakharinwirot University. (in Thai).

Wasri, P. (2014). Power tools to create quality for health. Suksala Magazine Bureau of Social and Health Research, 6(22).

Wongmarimat, S. (2013). Factors related to non-screening of cervical cancer in selected communities: Nonthaburi Province. Academic Journal Department of Health Service Support, 9(1) (in Thai).

Monki, S., Jai-Aree, A., & Tanphichai, P. (2013). Factors related to participation in prevention and control of dengue hemorrhagic fever Banangsai Community Wang namkhiao Sub-district Kamphaengsaen District Nakhonpathom. Veridian E-Journal, 6(3), 467-477. (in Thai).

Ratchaburi Provincial Health Office. (2014). Summary of the dengue hemorrhagic fever report of the Ratchaburi province in October 2014. Retrieve April 2, 2015. Fromhttp://ssoptr.com/phothaepid/index.php/usingjoomla/extensions/components/ content-component/article-category-list/50-upgraders

Bhatt, S., Gething, PW., Brady, OJ., Messina, JP., Farlow, AW., et al., (2013). The global distribution and burden of dengue. Retrieved April 10, 2015, from http://dx.doi.org/10.1038/nature12060

Downloads

เผยแพร่แล้ว

2019-06-01