ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชาชนวัยทำงานในประเทศไทย

ผู้แต่ง

  • บุญประจักษ์ จันทร์วิน วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
  • รวิ บัวด้วง วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
  • ธนณัฏฐ์ สากระสัน วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จักรีรัช คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
  • วัลลภา ดิษสระ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครศรีธรรมราช คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
  • ธีระวัฒน์ สิมมาจันทร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์

คำสำคัญ:

ปัจจัย, พฤติกรรมการบริโภคอาหาร, ประชาชนวัยทำงาน, ประเทศไทย

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงสำรวจแบบภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชาชนวัยทำงานในประเทศไทย กลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนวัยทำงานที่มีอายุ 19-59 ปี จำนวน 10,260 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามออนไลน์ ได้แก่ แบบสอบถามปัจจัยลักษณะส่วนบุคคล ปัจจัยเอื้อในการบริโภคอาหาร ปัจจัยเสริมในการบริโภคอาหาร และพฤติกรรมในการบริโภคอาหาร วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติถดถอยแบบขั้นตอน

ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยเอื้อในการบริโภคอาหาร อยู่ในระดับสูง (Mean = 4.08, S.D.= 0.61) ปัจจัยเสริมในการบริโภคอาหาร อยู่ในระดับปานกลาง (Mean = 3.44, S.D. = 0.38) สำหรับพฤติกรรมในการบริโภคอาหาร พบว่า อยู่ในระดับปานกลาง (Mean = 3.30, S.D. = 0.26) ตัวแปรที่สามารถทำนายพฤติกรรมในการบริโภคอาหาร ได้แก่ ปัจจัยเสริมในการบริโภคอาหาร (ß = 0.24; p-value < 0.001) ปัจจัยเอื้อในการบริโภคอาหาร (ß = 0.04; p-value < 0.001) ครอบครัวเดี่ยว (ß = 0.03; p-value < 0.001) การไม่มีโรคประจำตัว (ß = 0.02; p-value < 0.001) เพศชาย (ß = -0.01; p-value = 0.04) และจำนวนสมาชิกในครอบครัว (ß = -0.008; p-value < 0.001) สามารถทำนายพฤติกรรมในการบริโภคอาหารของประชาชนวัยทำงานได้ ร้อยละ 14.80 (adjR2 = 0.15) จากผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยเสริมและปัจจัยเสริมในการบริโภคอาหารมีอำนาจทำนายมากเป็น 2 อันดับแรก ดังนั้นบุคลากรด้านสุขภาพควรให้ความรู้ด้านโภชนาการที่สนับสนุนการให้ข้อมูลข่าวสารที่เหมาะสมในวัยทำงาน เน้นการสร้างความตระหนักในการวางแผนการบริโภคในครอบครัว และให้ประชาชนสามารถซื้ออาหารมาบริโภคได้อย่างเหมาะสม

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงสาธารณสุข. (2561). รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรังของประเทศไทย. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.

กระทรวงสาธารณสุข. (2567). ข้อมูลทั่วไป. นนทบุรี. สืบค้นเมื่อ 20 มีนาคม 2567 จาก https://hdc.moph.go.th/center.

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2562). สถานการณ์การดำเนินงานด้านการป้องกัน ควบคุมโรคไม่ติดต่อ (NCDs). (พิมพ์ครั้งที่ 2). นนทบุรี: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.

กรมอนามัย. (2562). พฤติกรรมสุขภาพของประชากรไทย. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.

กัลยา วานิชย์บัญชา. (2551) การใช้ SPSS for Windows ในการวิเคราะห์ข้อมูล. (พิมพ์ครั้งที่ 11). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

จินตรัตน์ อินทมาศ. (2559). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารมื้อเช้าของวัยทำงานในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร. ปริญญาการจัดการมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจอาหาร วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล

เบญจมาศ เผยกลาง และเบญจา มุกตพันธุ์. (2561). ความสัมพันธ์ระหว่างระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารและกิจกรรมทางกายของหญิงวัยกลางคน อาศัยอยู่ที่ตำบลโตนด อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 12(1), 51-61.

พิชศาล พันธุ์วัฒนา. (2562). พฤติกรรมการบริโภคอาหารของคนเมืองวัยทำงานในกรุงเทพมหานคร. สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น, 26(2), 93-103.

วรางคณา บุญยงค์ และสุวลี โล่วิรกรณ์. (2561). พฤติกรรมการบริโภคอาหารและภาวะโภชนาการของวัยแรงงานที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอ อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 11(4), 1-9.

วสุนธรา รตโนภาส และตรรกพร สุขเกษม. (2565). พฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลคลองพิไกร อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร. วารสารวิจัยรำไพพรรณี, 16(1), 58-65.

สำนักอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2559). องค์ความรู้ด้านอาหารและโภชนาการสำหรับทุกช่วงวัย. นนทบุรี: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา.

สโรชิน สมพงษ์พันธุ์ และอรัญญา อุดมเวช. (2566). พฤติกรรมการบริโภคอาหารของบุคลากร ณ ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. ศรีนครินทร์เวชสาร, 38(2), 152-160.

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2561). การสำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชากร พ.ศ. 2560. กรุงเทพฯ: กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2564). การสำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชากร พ.ศ. 2560. กรุงเทพฯ: กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.

สำนักโภชนาการ. (2562). แผนปฏิบัติการด้านโภชนาการระดับชาติ 5 ปี พ.ศ. 2562-2566. นนนบุรี: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.

สำนักโภชนาการ. (2568). แผนปฏิบัติการด้านโภชนาการแห่งชาติ ระยะที่ 1 (พ.ศ.2566-2570) ในช่วงครึ่งปีหลัง ของแผน (พ.ศ. 2568-2570). นนทบุรี: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.

สำนักคณะกรรมการอาหารและยา. (2559). องค์ความรู้ด้านอาหารและโภชนาการสำหรับทุกช่วงวัย. นนทบุรี: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข.

เสกสรรณ์ สกุลเอื้อ. (2565). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคอาหารของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม. วารสารวิจัยเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต, 2(3), 59-70.

Best, J. W. (1977). Research in Education. Englewood Cliffs, New Jersy: Pretice Hall.

Carins, J. E., Thiele, S. R. R., & Parkinson, J. E. (2017). Delivering healthy food choice: A dual-process model enquiry. Social Marketing Quarterly, 23(3), 266-83.

Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297-334.

Green, L. M. & Kreuter, M. W. (2005). Health Promotion Planning an Education and Ecological Approach. (4th ed). Toronto: Mayfield Publishing Company.

Hartman-Petrycka, M., Witkoś, J., Lebiedowska, A., & Błońska-Fajfrowska, B. (2022). Individual characteristics, including olfactory efficiency, age, body mass index, smoking and the sex hormones status, and food preferences of women in Poland. PeerJ, 10, e13538. https://doi.org/10.7717/peerj.13538.

Kotler, P. & Keller, K. L. (2016). Marketing management (15th ed.). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education.

Mazalán, P., Kita, P., Kita, J., Žambochová, M., Hasan, J., & Prochotzký, A. (2021). Slovakians' adversarial attitude towards consumption of functional food. Central European Journal of Public Health, 29(2), 122-129. https://doi.org/10.21101/cejph.a6431

Neuman, W. L. (1991). Social research methods: Qualitative and quantitative approaches. Boston: Allyn and Bacon.

Naing, L., Winn, T., & Rusli, B. N. (2006). Practical issues in calculating the sample size for prevalence studies. Archives of Orofacial Sciences, 1(1), 9-14.

Rovinelli, R. J. & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Dutch Journal of Educational Measurement, 2, 49-60.

Sooriyaarachchi, P. & Jayawardena, R. (2023). Impact of the economic crisis on food consumption of Sri Lankans: An online cross-sectional survey. Diabetes & Metabolic Syndrome, 17(6), 102786. https://doi.org/10.1016/j.dsx.2023.102786

Trewern, J., Chenoweth, J., & Christie, I. (2022). Sparking Change: Evaluating the effectiveness of a multi-component intervention at encouraging more sustainable food behaviors. Appetite, 171, 105933. https://doi.org/10.1016/j.appet.2022.105933

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-01-29

รูปแบบการอ้างอิง

จันทร์วิน บ., บัวด้วง ร. ., สากระสัน ธ. ., ดิษสระ ว. ., & สิมมาจันทร์ ธ. (2026). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชาชนวัยทำงานในประเทศไทย . วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข, 6(1), e278812. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/jnphr/article/view/278812