The Effect of a Self-Efficacy Enhancement Program on the Determination to Refuse Kratom Use Among University Students in Nakhon Ratchasima Province
Keywords:
Self-Efficacy Promotion Program, Determination to Refuse, Kratom, University StudentsAbstract
This quasi-experimental study aimed to examine the effects of a self-efficacy enhancement program on the commitment to refusing kratom use. The sample consisted of 56 university students from an institution in Nakhon Ratchasima province, divided into an experimental group (27 participants) and a control group (29 participants). The research instruments included the self-efficacy enhancement program for commitment to refusing kratom use, a personal information record, and a questionnaire measuring commitment to refusing kratom use. General data were analyzed using descriptive statistics. The mean scores for commitment to refusing kratom use were compared within the experimental group before and after participation in the program using the Wilcoxon Signed Rank Test. Additionally, post-program comparisons between the experimental and control groups were conducted using the Mann-Whitney U test.
The results indicated that after participating in the program, the experimental group had significantly higher mean scores for commitment to refusing kratom use compared to before the intervention (p-value < 0.001) and significantly higher scores than the control group (p-value < 0.001). These findings suggest that the self-efficacy enhancement program effectively improved university students' skills in refusing kratom use. Further research should focus on long-term follow-up to assess the sustainability of this behavior change.
References
กนิษฐา ไทยกล้า. (2561). พืชกระท่อมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้. กรุงเทพฯ: สถาบันสํารวจและติดตามการปลูกพืชเสพติด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกระทรวงยุติธรรม.
กนิษฐา ไทยกล้า. (2565). รายงานฉบับสมบูรณ์ ตลาดการค้ายาเสพติดในประเทศไทย. เชียงใหม่: สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
เดลินิวส์. (2566). สุดอนาถโคราชพบผู้ป่วยติดน้ำกระท่อมกว่า 1,700 ราย ต่ำสุดเป็นเยาวชนอายุ 12 ปี. สืบค้นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2566 จาก https://www.dailynews.co.th/news/2819365.
ธวัลรัตน์ ชยาอนันตพัฒน์. (2564). การศึกษาความชุกของกลุ่มอาการร่วมทางจิตเวช และปัจจัยที่เกี่ยวข้องของผู้เสพพืชกระท่อมในโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 35(2), 1-16.
นันท์ชัตสัณห์ สกุลพงศ์, อรพินทร์ ชูชม และณัฐสุดา เต้พันธ์. (2558). การพัฒนาแบบวัดความตั้งใจในการเลิกใช้ยาเสพติดในผู้ติดยาเสพติดหญิง. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 33(3), 144-151.
ปัณณทัต ตันธนปัญญากร, ทัศนพรรณ เวชศาสตร์, นลพรรณ ขันติกุลานนท์, ศศิวิมล จันทร์มาลี และอภิเชษฐ์ จำเนียรสุข. (2566). ความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการใช้พืชกระท่อม ของประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่อาศัยอยู่ในชุมชนบ้านกระแชง จังหวัดปทุมธานี. วารสารวิจัยและพัฒนาวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 18(2), 45-59.
พรนภา หอมสินธุ์ และรุ่งรัตน์ ศรีสุริยเวศน์. (2565). ผลของโปรแกรมสร้างเสริมสมรรถนะแห่งตนเพื่อป้องกันการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ของวัยรุ่นที่มีความ บกพร่องทางการได้ยิน. วารสารพยาบาลสภากาชาดไทย, 15(1), 161-167.
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (2522, 27 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 96 ตอนที่ 74 ก.
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2564 (2564, 26 พฤษภาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 138 ตอนที่ 35 ก. หน้า 1-3.
มูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด. (2566). รายงานการประชุมทางวิชาการ เรื่อง นโยบายยาเสพติดและการนำสู่การปฏิบัติ. การประชุมวิทยาศาสตร์การเสพติด วันที่ 9-11 สิงหาคม 2566. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ราชัน คงชุม. (2565). วิวัฒนาการกฎหมายพืชกระท่อมในประเทศไทย. วารสารการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ, 1(1), 45-48.
วนิดา อินทรอำนวย. (2566). ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายพืชกระท่อม. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 จาก https://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/elaw_parcy/ewt_dl_link.php?nid=3244.
วิฑูรย์ อึ้งประพันธ์. (2560). กระท่อมกับกัญชาไม่ควรเป็นยาเสพติดให้โทษตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522. วารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, 15(1), 1-3.
วุฒิเชษฐ รุ่งเรือง. (2563). พิษวิทยาของพืชกระท่อม. วารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล, 30(2), 118-124.
ศิริญญา ชมขุนทด, พรนภา หอมสินธุ์, รุ่งรัตน์ ศรีสุริยเวศน์. (2557). ผลของโปรแกรมสร้างเสริมสมรรถนะแห่งตน และการมีส่วนร่วมของ ครอบครัวต่อความมั่นใจในการหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และความตั้งใจ ไม่สูบบุหรี่ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาชาย. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา, 9(1), 91-103.
ศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. (2563). บทสรุปของพืชกระท่อม. (พิมพ์ครั้งที่ 2). สงขลา: ลีโอ ดีไซน์ แอนด์ พริ้นท์
สุจิตรา ทองประดิษฐ์โชติ. (2561). ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของ Mitragynine สารสำคัญในใบกระท่อม. สืบค้นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2566 จาก https://kratom.sci.psu.ac.th/wp-content/uploads/2021. หน้า 40-82.
อโนทัย ฟุ้งขจร. (2559). ผลของโปรแกรมสร้างเสริมสมรรถนะแห่งตนต่อการรับรู้ความสามารถตนเองความคาดหวัง ในผลลัพธ์ และพฤติกรรมหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี. วิทยานิพนธ์ของการศึกษาตามหลักสูตรสาธารณสุขศาสตร์มหาบัณฑิต คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.
Bandura, A., & Wessels, S. (1997). Self-efficacy. Cambridge: Cambridge University Press.
Faul, F., Erdfelder, E., Lang, A. G., & Buchner, A. (2007). G*Power 3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behavior Research Methods, 39(2), 175-191. https://doi.org/10.3758/bf03193146
Veltri, C., & Grundmann, O. (2019). Current perspectives on the impact of Kratom use. Substance Abuse and Rehabilitation, 10, 23-31. https://doi.org/10.2147/SAR.S164261
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
Copyright (c) 2024 Journal of Nursing and Public Health Research

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
2. บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข


