ผลของโปรแกรมการฝึกสมาธิบำบัดเพื่อการเยียวยาแบบเอสเคทีต่อความเครียดและ อาการหายใจลำบากของผู้ป่วยปอดอุดกั้นเรื้อรัง
คำสำคัญ:
สมาธิบำบัดเพื่อการเยียวยาแบบเอสเคที, ความเครียด, อาการหายใจลำบาก, ปอดอุดกั้นเรื้อรังบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการทำสมาธิบำบัดเพื่อการเยียวยาแบบ เอสเคทีต่อการลดความเครียดและอาการหายใจลำบากในผู้ป่วยปอดอุดกั้นเรื้อรัง กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยทั้งเพศชายและหญิง ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มีภูมิลำเนาอยู่ในอำเภอแม่ลาว คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 30 คน แบ่งเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง กลุ่มละ 15 คน กลุ่มทดลองจัดให้เข้าร่วมโปรแกรมสมาธิบำบัดเพื่อการเยียวยาแบบเอสเคที วันละ 2 ครั้ง เช้า และเย็น ครั้งละ 30 นาที เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มควบคุมให้การดูแลรักษาพยาบาลตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการวิจัย ได้แก่ โปรแกรมการทำสมาธิบำบัดเอสเคที เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล 2) แบบประเมินความเครียด 3) แบบวัดอาการหายใจลำบาก เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยความเครียดและอาการหายใจลำบากก่อนและหลังการทดลองภายในกลุ่มทดลอง โดยใช้สถิติ Paired T-Test และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยความเครียดและอาการหายใจลำบากระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม โดยใช้สถิติ Independent T-Test
ผลการศึกษาพบว่า หลังได้รับการทำสมาธิบำบัดเอสเคที 4 สัปดาห์ กลุ่มทดลองมีระดับความเครียดและอาการหายใจลำบากลดลง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 เมื่อเปรียบเทียบความเครียดและอาการหายใจลำบากระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม พบว่ากลุ่มทดลองมีระดับความเครียดและอาการหายใจลำบากลดลงมากกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 ผลการวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าการฝึกสมาธิบำบัดเพื่อการเยียวยาแบบเอสเคทีช่วยลดระดับความเครียดและอาการหายใจลำบากของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้ ดังนั้นพยาบาลหรือบุคลากรทางด้านสาธารณสุขอื่น ๆ สามารถนำโปรแกรมนี้ไปพัฒนาหรือประยุกต์ใช้เพื่อดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
เอกสารอ้างอิง
กฤษณา พุทธวงค์. (2554). ผลของโปรแกรมการจัดการอาการ ร่วมกับการปฏิบัติสมาธิ ต่อคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของผู้สูงอายุโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มณฑา ทองตำลึง และสุรีพร ธนศิลป์. (2559). ผลของโปรแกรมการจัดการกับอาการร่วมกับการใช้สมาธิต่ออาการกำเริบเฉียบพลันในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตร์มหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เวชระเบียนและสถิติ. (2559). รายงานสถิติผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในโรงพยาบาลแม่ลาว: งานเวชระเบียนและสถิติ โรงพยาบาลแม่ลาว. เชียงราย: โรงพยาบาลแม่ลาว.
สมาคมทรวงอกแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์. (2017). แนวทางการวินิจฉัยและการรักษา. กรุงเทพฯ: บียอนด์ เอ็นเตอร์ไพรส์.
สมพร กันทรดุษฎี-เตรียมชัยศรี. (2551). การปฏิบัติสมาธิเพื่อการเยียวยาสุขภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ: คณะสาธารณสุขศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหิดล.
สมพร กันทรดุษฎี- เตรียมชัยศรี. (2562). ถอดบทเรียนประสบการณ์การใช้สมาธิบำบัด SKT ของบุคลากรสาธารณสุข เล่มที่ 1. ขอนแก่น: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สมพร กันทรดุษฎี- เตรียมชัยศรี. (2563). ถอดบทเรียนประสบการณ์การใช้สมาธิบำบัด SKT ของบุคลากรสาธารณสุข เล่มที่ 2. ขอนแก่น: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
อรสา ปิ่นแก้ว. (2561). ผลของโปรแกรมการจัดการกับอาการร่วมกับสมาธิบำบัดต่ออาการ หายใจลำบากความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด และความวิตกกังวล ของผู้สูงอายุโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง: คณะ พยาบาลศาสตร์, มหาวิทยาลัยบูรพา.
Cohen, L. H. (1998). Quantitative assessment of thriving. Journal of Social Issues, 54(2), 323-335.
Gift,A.G. (1989). Validation of a vertical visual analogue scale as a measure of clinical dyspnea. Rehabilitation Nursing, 14(6), 323-325.
Global Initiative for Chronic Obstructive Lung Disease [GOLD]. (2021). Global strategy for the diagnosis, management and prevention of chronic obstructive pulmonary disease. Retrieved from http://www.goldcopd.org/ Greer, J. A., MacDonald, J. J., Vaughn, J., Viscos.
Hurst, J. R., Skolnik, N., Hansen, G. J., Anzueto, A., Donaldson, G. C., Dransfield, M. T., & Varghese, P. (2020). Understanding the impact of chronic obstructive pulmonary disease exacerbations on patient health and quality of life. European Journal of Internal Medicine, 73, 1–6. https://doi.org/10.1016/j.ejim.2019.12.014.
Lee, J., Nguyen, H. Q., Jarrett, M. E., Mitchell, P. H., Pike, K. C., & Fan, V. S. (2018). Effect of symptoms on physical performance in COPD. Heart & lung: The Journal of Critical Care, 47(2), 149–156. https://doi.org/10.1016/j.hrtlng.2017.12.007.
Thapa, N., Maharjan, M., Shrestha, T. M., Gauchan, S., Pun, P., & Thapa, Y. B. (2017). Anxiety and depression among patients with chronic obstructive pulmonary disease and general population in rural Nepal. BMC Psychiatry, 17(1), 397. https://doi.org/10.1186/s12888-017-1550-5.
World Health Organization. (2017). Chronic Obstructive Pulmonary Disease (COPD). Retrieved from http://www.who.int/respiratory/ copd/en/October 9, 2017.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
1. บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
2. บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข


