ประสิทธิภาพของการใช้สัญญาณเตือนภาวะวิกฤตในการพยากรณ์การเสียชีวิตผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่รับการรักษาในหอผู้ป่วยแยกโรค โรงพยาบาลนครพิงค์
คำสำคัญ:
การใช้สัญญาณเตือนภาวะวิกฤต, การพยากรณ์การเสียชีวิต, การประเมินอวัยวะล้มเหลว, โรคโควิด-19บทคัดย่อ
การวิจัยแบบการศึกษาย้อนหลัง ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของการใช้สัญญาณเตือนภาวะวิกฤต National Early Warning Score (NEWS2) ในการพยากรณ์อัตราการเสียชีวิต ในผู้ป่วยโรคโควิด-19 และเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ NEWS2 และ Sequential Organ Failure Assessment (SOFA Score) ในการพยากรณ์อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยแยกโรค โรงพยาบาลนครพิงค์ กลุ่มตัวอย่าง คือผู้ป่วยทั้งเพศชายและเพศหญิงที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปี ขึ้นไป ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคโควิด-19 (รหัส U071 ตามหลัก ICD-10) ที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยแยกโรค ในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2564 จำนวน 222 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลข้อมูลจากเวชระเบียน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการถดถอยพหุโลจิสติก และประเมินความสามารถในการพยากรณ์การเสียชีวิตในโรงพยาบาลของผู้ป่วยโรคโควิด-19 ด้วยพื้นที่ใต้โค้งอาร์โอซี (Receiver Operating Characteristics (ROC Curve))
ผลการศึกษาพบว่า การประเมิน NEWS2 ก่อน admit สามารถพยากรณ์การเสียชีวิตผู้ป่วยโรคโควิด-19 ได้สูงสุดเมื่อเทียบกับการประเมิน NEWS2 หลัง admit 24 ชั่วโมง และ ประเมิน NEWS2 ขณะ admit มีพื้นที่ใต้กราฟ ROC เท่ากับ 87.15, 83.83 และ 81.83 ตามลำดับ ค่าคะแนน NEWS2 ที่มากกว่าหรือเท่ากับ 8 สามารถพยากรณ์การเสียชีวิตผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในโรงพยาบาลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value = 0.003) เมื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ NEWS2 และ SOFA Score ในการพยากรณ์อัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยโรค โควิด-19 ก่อน admit พบว่า SOFA score สามารถพยากรณ์การเสียชีวิตผู้ป่วยโรคโควิด-19 ได้ดีกว่า NEWS2 โดยมีพื้นที่ใต้กราฟ ROC เท่ากับ 98.69 ส่วนพื้นที่ใต้กราฟ ROC ของ NEWS2 เท่ากับ 86.24 และค่าคะแนน SOFA Score มากกว่าหรือเท่ากับ 5 สามารถพยากรณ์การเสียชีวิตผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในโรงพยาบาล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.001)
เอกสารอ้างอิง
กลุ่มงานนโยบายและแผนงาน โรงพยาบาลนครพิงค์. (2564). ข้อมูลสถิติประจำปี 2564 โรงพยาบาลนครพิงค์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กระทรวงสาธารณสุข.
จุฬาลักษณ์ นุพอ, กาจบัณฑิต สุรสิทธิ์ และวรัตม์สุดา สมุทรทัย. (2563). การประเมิน NEWS (Nakornping Early Warning Scores) ณ ห้องฉุกเฉินเพื่อทำนายอัตราการเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมงของผู้ป่วยที่มีภาวะติดเชื้อ. วารสารโรงพยาบาลนครพิงค์, 11(1), 28-44.
พลอยลาภ เลิศวิภาภัทร, ชาญกิจ พุฒิเลอพงศ์, พีระวงษ์ วีรารักษ์, ทิพา ชาคร, ณสิกาญจน์ อังคเศกวินัย และณภคดล นพคุณสมบูรณ์. (2560). การเปรียบเทียบลักษณะทางคลินิกและผลการรักษาของผู้ป่วยภาวะพิษเหตุติดเชื้อหรือภาวะช็อกจากภาวะพิษเหตุติดเชื้อระหว่างผู้ที่เข้าเกณฑ์การวินิจฉัย ปี ค.ศ. 2012 และผู้ที่ เข้าเกณฑ์การวินิจฉัย ปีค.ศ.2016. วารสารเภสัชกรรมไทย, 9(1), 204-215.
ศศิวิมล บรรจงจัด, จันทิมา อ่องประกฤษ และปรียารัตน์ เจริญลาภ. (2565). ผลของการใช้แนวทางการประเมินผู้ป่วยโดยใช้สัญญาณเตือนการเข้าสู่ภาวะวิกฤต (Nakornping Early Warning Score: NEWS) ในการประเมินและเฝ้าระวังอาการเปลี่ยนแปลงผู้ป่วยในหอผู้ป่วยศัลยกรรมชาย 1 โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัด เชียงใหม่. วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข, 2(1), 47-59.
สาคร เสริญไธสง. (2564). ผลของการใช้ระบบ Modified Early Warning Scores (MEWS) ในการรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิต (Sepsis) ที่หอผู้ป่วยในโรงพยาบาลบ้านผือ. วารสารการแพทย์ โรงพยาบาลอุดรธานี, 27(2), 223-230.
Abbott, T., Cron, N., Vaid, N., Ip, D., Torrance, H., & Emmanuel, J. (2018). Pre-hospital National Early Warning Score (NEWS) is associated with in-hospital mortality and critical care unit admission: A cohort study. Annals of Medicine and Surgery (2012), 27, 17–21.
Guan, W., et al. (2020). Clinical Characteristics of Coronavirus Disease 2019 in China. New England Journal of Medicine, 30(382), 1708-1720.
Huang, C., et al. (2020). Clinical features of patients infected with 2019 novel coronavirus in Wuhan, The Lancet, 395(10223), 497-506.
Kenneth, F., et al. (2021). National Early Warning Score 2 (NEWS2) to identify inpatient COVID-19 deterioration: A retrospective analysis. Clinical Medicine, 21(2), 84–89.
Rosenberger, S. R., Von Rueden, K. T., & Des Champs, E. S. (2018). “Multisystem Dysfunction: Shock, Systemic Inflammatory Response Syndrome, and Multiple Organ Dysfunction Syndrome. In Morton, P.G., & Fontaine, D.K.” Critical Care Nursing: A Holistic Approach. (pp. 1049-1070). China: Wolters Klower.
Royal College of Physicians. (2020). National Early Warning Score (NEWS) 2: Standardizing the assessment of acute-illness severity in the NHS. Updated report of a working party [Internet]. London: RCP, 2017. Retrieved July 28, 2020. from http://allcatsrgrey.org.uk/wp/ download/governance/clinical_governance/NEWS2-final-report0.pdf.
Smith, M. E., et al. (2014). Early warning system scores for clinical deterioration in hospitalized patients: a systematic review. Annals of the American Thoracic Society, 11(9), 1454–1465.
Stenhouse, C., Coates, S., Tivey, M., Allsop, P., & Parker, T. (1999). Prospective evaluation of a Modified Early Warning Scoreto aid earlier detection of patients developing critical illness on a general surgical ward. State of the Art Meeting, Intensive Care Society, London; December.
Usman, O. A., Usman, A. A., & Ward, M. A. (2019). Comparison of SIRS, qSOFA, and NEWS for the early identification of sepsis in the Emergency Department. The American Journal of Emergency Medicine, 37(8), 1490–1497.
Vincent, J. L., et al. (1996). The SOFA (Sepsis-Related Organ Failure Assessment) Score to Describe Organ Dysfunction/Failure. Intensive Care Medicine, 22, 707-710.
World Health Organization. (2020). Cardiovascular Diseases [Internet]. Switzerland: World Health Organization; c2020. Retrieved from: http://www.who.int/topics/ cardiovascular diseases/en/.
Yu, S. C., et al. (2021). Comparison of early warning scores for sepsis early identification and prediction in the general ward setting. JAMIA Open, 4(3), ooab062.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
2. บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข


