ผลของการใช้แบบบันทึกการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพ ต่ออัตราการเกิดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพและความสมบูรณ์ของการใช้แบบบันทึก โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

ผู้แต่ง

  • ฮัสสณา หวันประรัตน์ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
  • กัสตูรี แวมะแอ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
  • นูรไลลี หะยีดือราแม โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

คำสำคัญ:

แบบบันทึก, การดูแลผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพ, อัตราการเกิดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพ

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงพรรณนานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้แบบบันทึกการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพต่ออัตราการเกิดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพและความสมบูรณ์ของการใช้แบบบันทึก โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ กลุ่มตัวอย่าง คือ พยาบาลวิชาชีพที่รับผิดชอบงานควบคุมและป้องกันการติดเชื้อประจำหอผู้ป่วย (Infection Control Ward Nurse (ICWN)) จำนวน 28 คน คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบบันทึกการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพ ได้ค่าความสอดคล้องระหว่าง 0.67 – 1.00 และค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.99 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ความถี่และร้อยละ

ผลการวิจัย พบว่า อัตราการเกิดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพก่อนทำวิจัย ระหว่างเดือนมีนาคม - พฤษภาคม พ.ศ. 2564 เท่ากับ 25.75, 31.66 และ 21.88 ตามลำดับ ช่วงระหว่างดำเนินการวิจัย เดือนมิถุนายน - สิงหาคม 2564 พบอัตราการเกิดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เท่ากับ 14.20, 14.40 และ 12.26 ตามลำดับ และกลุ่มตัวอย่างมีการใช้แบบบันทึกการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาต้าน  จุลชีพเพิ่มขึ้น โดยมีการใช้แบบบันทึกก่อนทำวิจัยร้อยละ 18.75 และในระหว่างการทำวิจัยและหลังการทำวิจัยร้อยละ 46.66 ดังนั้น พยาบาลวิชาชีพควรบันทึกการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพให้สมบูรณ์และต่อเนื่อง เพื่อนำเป็นข้อมูลในการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติการพยาบาลโดยมีเป้าหมายในการลดอัตราการเกิดเชื้อดื้อยาของผู้ป่วย

เอกสารอ้างอิง

กุลดา พฤติวรรธน์, รัชนีย์ วงค์แสน, สุทธิพันธ์ ถนอมพันธ์ และสมรรถเนตร ตะริโย. (2560). การเพิ่มประสิทธิผลการดูแลผู้ป่วยเพื่อลดการติดเชื้อดื้อยา แผนกอายุรกรรม และศัลยกรรม โรงพยาบาล นครพิงค์. วารสารกองการพยาบาล, 44(4), 10-32.

งานเวชสารสนเทศ โรงพยาบาลนราธิวาสนครินทร์. (2564). ข้อมูลค่ารักษาพยาบาลเดือนมีนาคม – สิงหาคม 2564. นราธิวาส: โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์.

บุญญรัตน์ รัตนประภา. (2562). การพัฒนาระบบการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาควบคุมพิเศษ โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย. สืบค้นเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2563 จาก http://203.157.71.172/academic/web/files/2563/research/MA2563-001-01-0000000162-0000000039.pdf.

ภาณุมาศ ภูมาศ, ตวงรัตน์ โพธะ, วิษณุ ธรรมลิขิตกุล, อาทร ริ้วไพบูลย์, ภูษิต ประคองสาย และสุพล ลิ้มวัฒนา. (2555). ผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐศาสตร์จากการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในประเทศไทย: การศึกษาเบื้องต้น. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 6(3), 352-360.

วิไลลักษณ์ วงศ์จุลชาติ. (2560). การใช้กลวิธีหลากหลายเพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตามแนวทางป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต. วารสารวิชาการแพทย์เขต, 11(31), 441–456.

ศูนย์เฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ (NARST). (2563). สถานการณ์เชื้อดื้อยาต้านจุลชีพปี 2000-2020. สืบค้น 14 กุมภาพันธ์ 2564 จาก https://narst.dmsc.moph.go.th/data/AMR%202000-2020-12M.pdf.

สุกัญญา บัวชุม. (2562). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม Enterobacteria-ceae ที่ดื้อต่อยา Carbapenem: CRE ในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในผู้ป่วยใน โรงพยาบาลพิจิตร. วารสารวิจัยและวิชาการสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร, 1(1), 1–13.

สุทธิพันธ์ ถนอมพันธ์, บัวจันทร์ธงเชื้อ และปัทมา คำฟู. (2560). ผลของโปรแกรมการล้างมือต่อความรู้ และการปฏิบัติด้านการ ป้องกันและควบคุม การติดเชื้อดื้อยาของบุคลากรทางการพยาบาล ผู้ป่วยและญาติในแผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อ โรงพยาบาลนครพิงค์. วารสารสมาคมพยาบาลแห่ง ประเทศไทยฯ สาขาภาคเหนือ, 23(2), 12-25.

Abushaheen, M. A., et al., (2020). Antimicrobial resistance, mechanisms and its clinical significance. Disease a Month: DM, 66(6), 100971.

Browne, A. J., et al., (2020). Drug-resistant enteric fever worldwide, 1990 to 2018: A systematic review and meta-analysis. BMC Medicine, 18(1), 1. https://doi.org/10.1186/s12916-019-1443-1.

Centers for Disease Control and Prevention. (2014). Antibiotic/ Antimicrobial Resistance. Available at: Retrieved Frebuary 14, 2021 from https://www.cdc.gov/drugresistance/index.html.

Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed.). Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum Associates, Publishers.

Faul, F., Erdfelder, E., Lang, A. G., & Buchner, A. (2007). G*Power 3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behavior Research Methods, 39(2), 175-191.

World Health Organization. (2014). Antimicrobial resistance: Global report on surveillance 2014. Retrieved September 22, 2022 from http://apps.who.int/iris/bitstream/handle/10665/112642/9789241564748_eng.pdf?sequence=1.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-10-05

รูปแบบการอ้างอิง

หวันประรัตน์ ฮ. ., แวมะแอ ก., & หะยีดือราแม น. . (2022). ผลของการใช้แบบบันทึกการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพ ต่ออัตราการเกิดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพและความสมบูรณ์ของการใช้แบบบันทึก โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์. วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข, 2(3), 1–13. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/jnphr/article/view/258846