ผลลัพธ์ทางคลินิกของการบริบาลเภสัชกรรมในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง โรงพยาบาลเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่

ผู้แต่ง

  • กันยารัตน์ พรหมคำแดง โรงพยาบาลเวียงแหง
  • ฐิติพงศ์ ศิริลักษณ์ โรงพยาบาลเวียงแหง

คำสำคัญ:

โรคไตเรื้อรัง, การบริบาลเภสัชกรรม, ผลลัพธ์ทางคลินิก

บทคัดย่อ

งานวิจัยการศึกษาข้อมูลย้อนหลัง (Retrospective Study) นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ทางคลินิกและประเมินผลลัพธ์ด้านการดูแลผู้ป่วย จากการให้โปรแกรมการบริบาลเภสัชกรรมในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ระยะ 3 หรือ 4 ที่มีโรคความดันโลหิตสูง และ/หรือโรคเบาหวานร่วม โปรแกรมการบริบาลเภสัชกรรม ประกอบด้วย การค้นหาปัญหาจากการใช้ยา การประเมินความร่วมมือในการใช้ยา การทบทวนใบสั่งยา การปรับขนาดยาร่วมกับการให้ความรู้ด้านยา โดยทำการศึกษาข้อมูลย้อนหลังจากฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของโรงพยาบาลของกลุ่มตัวอย่างจำนวน 120 ราย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 – 30 กันยายน 2562 เปรียบเทียบผลลัพธ์ด้านคลินิกในผู้ป่วยกลุ่มเดียวก่อนและหลังการให้โปรแกรมการบริบาลเภสัชกรรม ระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 ได้แก่ ค่าความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด ระดับน้ำตาลสะสม ระดับคลอเลสเตอรอล ระดับไตรกลีเซอไรด์ ระดับเอชดีแอล และระดับแอลดีแอล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ Paired T-Test ในการเปรียบเทียบค่าระดับการทำงานของไต ค่าทางห้องปฏิบัติการ ก่อนและหลังการให้การบริบาลทางเภสัชกรรม และสถิติ Wilcoxon Signed Ranks-Test กรณีพบการกระจายของข้อมูลไม่ปกติ ได้แก่ Triglycerides และ Urine albumin

ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีอายุเฉลี่ย 71 ปี (S.D=10.70) ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 51.70 และร้อยละ 95.80 เป็นผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในระดับ 3 การเปรียบเทียบผลลัพธ์ด้านคลินิก พบว่า ค่าการทำงาน   ของไต ในกลุ่มตัวอย่างดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมีค่าเฉลี่ยของระดับการทำงานของไต (eGFR) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จาก 51.85 (S.D.=14.71) เป็น 54.84 (S.D.=16.53) ml/min/1.73m2 (p-value = 0.009) และค่าเฉลี่ยของระดับ Serum Creatinine ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จาก 1.33 (S.D.=0.41) เป็น 1.27 (S.D.=0.39) mg/dL (p-value =0.001) การศึกษานี้ แสดงให้เห็นว่าโปรแกรมการบริบาลทางเภสัชกรรมสามารถชะลอการเสื่อมของไตในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่มีโรคความดันโลหิตสูง และ/หรือโรคเบาหวานร่วมได้

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงสาธารณสุข. (2565). KPI กระทรวงสาธารณสุข: ร้อยละผู้ป่วย CKD ที่มีค่า eGFR ลดลงน้อยกว่าหรือเท่ากับ 5 ml/min/1.73 m2/yr. สืบค้นเมื่อ 22 ตุลาคม 2565 จากhttp://healthkpi.moph.go.th/kpi2/kpi-list/view/?id=1857.

กานต์ธีรา ชัยเรียบ ภัทรินทร์ กิตติบุญญาคุณ และวนรัตน์ อนุสรณ์เสงี่ยม. (2560). การพัฒนารูปแบบการบริบาลทางเภสัชกรรมร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายที่ได้รับการรักษาโดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมทั้งในโรงพยาบาลและการดูแลที่บ้าน. วารสารเภสัชกรรมไทย, 10(2), 324-336.

จักรภพ สวัสดิ์พาณิชย์. (2557). การบริบาลทางเภสัชกรรมเบื้องต้นในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง โรงพยาบาลกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 7(3), 57-63.

นีลนาถ เจ๊ะยอ และอนุชิต วังทอง. (2552). ผลของการใช้ยาเบาหวานตามแนวทางปฏิบัติของ NKF-K/DOQI ในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีภาวะไตวายเรื้อรังระยะที่ 3-5. สงขลานครินทร์เวชสาร, 27(4), 271-278.

ประเสริฐ ธนะกิจจารุ, สกานต์ บุนนาค และวรางคณา พิชัยวงศ์. (2557). โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease). ใน ชุษณะ มะกรสาร (บ.ก.), Thailand Medical Services Profile 2011 – 2014 (การแพทย์ไทย 2554-2557). นนทบุรี: กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข.

พนาวัลย์ ศรีสุวรรณภพ. (2555). ประสิทธิผลของการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในคลินิกเบาหวาน โรงพยาบาลชาติตระการ. วิทยานิพนธ์ปริญญาเภสัชศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

พัชนี นวลช่วย. (2555). ผลของการให้บริบาลทางเภสัชกรรมต่อการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อการเสื่อมของไต ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ณ โรงพยาบาลท่าศาลา. วิทยานิพนธ์ปริญญาเภสัชศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

วรรณคล เชื้อมงคล, ปิยวดี สุขอยู่ และนลินี เครือทิวา. (2557). ผลการให้คำปรึกษาด้านยาแก่ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย ที่ได้รับการบำบัดทดแทนไตด้วยการล้างไตทางช่องท้องต่อความร่วมมือในการใช้ยาที่คลินิกบำบัดทดแทนไต โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรุงเทพมหานคร. วารสารเภสัชศาสตร์อีสาน, 10(3), 339-353.

สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. (2558). คำแนะนำสำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังก่อนการบำบัดทดแทนไต พ.ศ.2558.

สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2561). สรุปรายงาน การเฝ้าระวังโรคประจำปี 2560 (Annual Epidemiological Surveillance Report 2018). กรุงเทพฯ: กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.

สุธาบดี ม่วงมี. (2559). ผลของการบริบาลทางเภสัชกรรมต่อการชะลอไตเสื่อมของไตในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังร่วมกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2. วิทยานิพนธ์ปริญญาเภสัชศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

อุไรวรรณ พานทอง. (2561). การจัดการโรคไตเรื้อรังโดยใชรูปแบบการดูแลโรคเรื้อรังในสถานบริการปฐมภูมิจังหวัดนครศรีธรรมราช. มหาราชนครศรีธรรมราชเวชสาร, 1(2), 48-58.

Al Raiisi, F., Stewart, D., Fernandez-Llimos, F., Salgado, T. M., Mohamed, M. F., & Cunningham, S. (2019). Clinical pharmacy practice in the care of Chronic Kidney Disease patients: a systematic review. International Journal of Clinical Pharmacy, 41(3), 630–666.

Alruqayb, W. S., Price, M. J., Paudyal, V., & Cox, A. R. (2021). Drug-Related Problems in Hospitalised Patients with Chronic Kidney Disease: A Systematic Review. Drug Safety, 44(10), 1041–1058.

Ameh, O. I., Ekrikpo, U. E., & Kengne, A. P. (2019). Preventing CKD in Low- and Middle-Income Countries: A Call for Urgent Action. Kidney International Reports, 5(3), 255–262.

Anderegg, M. D., et al. (2018). Pharmacist Intervention for Blood Pressure Control in Patients with Diabetes and/or Chronic Kidney Disease. Pharmacotherapy, 38(3), 309–318.

Casas, J. P., et al. (2005). Effect of inhibitors of the renin-angiotensin system and other antihypertensive drugs on renal outcomes: Systematic review and meta-analysis. Lancet (London, England), 366, 2026-2033.

Cha'on, U., et al. (2020). CKDNET, a quality improvement project for prevention and reduction of chronic kidney disease in the Northeast Thailand. BMC Public Health, 20(1), 1299.

Ingsathit, A., et al. (2010). Prevalence and risk factors of chronic kidney disease in the Thai adult population: Thai SEEK study. Nephrology, dialysis, transplantation : official publication of the European Dialysis and Transplant Association - European Renal Association, 25(5), 1567–1575.

Jha, V., et al. (2013). Chronic kidney disease: global dimension and perspectives. Lancet (London, England), 382(9888), 260-272.

Kalantar-Zadeh, K., Jafar, T. H., Nitsch, D., Neuen, B. L., & Perkovic, V. (2021). Chronic kidney disease. Lancet (London, England), 398(10302), 786–802.

Kasbekar, R., & Ambizas, E. M. (2021). Chronic Kidney Disease. US Pharmacist, 45(3), 6-12.

Kovesdy, C. P. (2022). Epidemiology of chronic kidney disease: An update 2022. Kidney International Supplements, 12(1), 7–11.

Kshirsagar, A. V., Joy, M. S., Hogan, S. L., Falk, R. J., & Colindres, R., E. (2000). Effect of ACE inhibitors in diabetic and nondiabetic chronic renal disease: a systematic overview of randomized placebo-controlled trials. American Journal of Kidney Diseases: The Official Journal of The National Kidney Foundation, 35(4), 695-707.

Paini, A., Salvetti, M., Caligaris, S., Castelli, F., & Muiesan, M. L. (2019). Chronic kidney disease in low-middle income populations: A call to action for screening and prevention. Internal and Emergency Medicine, 14(2), 199–202.

Strippoli, G. F., Bonifati, C., Craig, M., Navaneethan, S. D., & Craig, J. C. (2006). Angiotensin converting enzyme inhibitors and angiotensin II receptor antagonists for preventing the progression of diabetic kidney disease (Review). The Cochrane Database of Systematic Reviews, 2006(4), CD006257.

Webster, A. C., Nagler, E. V., Morton, R. L., & Masson, P. (2017). Chronic kidney disease. Lancet (London, England), 389(10075), 1238–1252.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-12-20

รูปแบบการอ้างอิง

พรหมคำแดง ก. ., & ศิริลักษณ์ ฐ. . (2022). ผลลัพธ์ทางคลินิกของการบริบาลเภสัชกรรมในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง โรงพยาบาลเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข, 3(1), 1–19. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/jnphr/article/view/259668