ผลของโปรแกรมเสริมสร้างพลังอำนาจต่อความรู้ พฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อในเยื่อบุช่องท้องและการติดเชื้อในเยื่อบุช่องท้องในผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง โรงพยาบาลฝาง จังหวัดเชียงใหม่
คำสำคัญ:
โปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจ, การล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง, ความรู้, พฤติกรรมการดูแลตนเอง, การติดเชื้อในเยื่อบุช่องท้องบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมเสริมสร้างพลังอำนาจต่อความรู้ พฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อในเยื่อบุช่องท้องและอัตราการติดเชื้อในเยื่อบุช่องท้องในผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง โรงพยาบาลฝาง จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มตัวอย่างทำการคัดเลือกแบบเจาะจง เป็นผู้ป่วยที่ได้รับการล้างไต ทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง จำนวน 76 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 38 คน เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการวิจัย ได้แก่ โปรแกรมเสริมสร้างพลังอำนาจต่อความรู้ พฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อในเยื่อบุช่องท้องและการติดเชื้อในผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่องที่พัฒนาขึ้น เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินการติดเชื้อในเยื่อบุช่องท้อง และแบบประเมินความรู้และพฤติกรรมการล้างไตทางช่องท้อง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา เปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนความรู้และพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อในเยื่อบุช่องท้องของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมหลังได้รับโปรแกรม ฯ โดยใช้สถิติ Independent t-test และเปรียบเทียบอัตราการติดเชื้อในเยื่อบุช่องท้องของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมหลังได้รับโปรแกรม ฯ โดยใช้สถิติ Chi-Square
ผลการศึกษา พบว่า หลังการได้รับโปรแกรม ฯ กลุ่มทดลองมีความรู้เกี่ยวกับการล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่องมากกว่ากลุ่มควบคุมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.001) กลุ่มทดลองมีพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อในเยื่อบุช่องท้องดีกว่ากลุ่มควบคุมแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.001) และไม่พบอุบัติการณ์การติดเชื้อในเยื่อบุช่องท้องในกลุ่มทดลอง ดังนั้น บุคลากรทีมสุขภาพหน่วยงานอื่น ๆ สามารถนำโปรแกรมเสริมสร้างพลังอำนาจนี้ไปประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมความรู้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองและลดการติดเชื้อในเยื่อบุช่องท้องในผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่องได้
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข. (2566). ข้อมูลเพื่อตอบสนอง Service Plan สาขาไต. สืบค้นเมื่อ 1 ธันวาคม 2565 จาก hdcservicehttps://hdcservice.moph.go.th/hdc/reports/pag_kpi.php?flag_kpi_level=9&flag_kpi_year=2023.
งานสถิติกลุ่มงานอายุรกรรมโรงพยาบาลฝาง. (2565). สถิติผู้ป่วยโรคไตที่ได้รับการล้างไตทางช่องท้อปีงบประมาณ 2563 - 2565. โรงพยาบาลฝาง จังหวัดเชียงใหม่.
จีรวรรณ์ ประชุมฉลาด และภาวิณี แพงสุข. (2564). ผลของการสอนอย่างมีแบบแผนต่อความรู้ ทัศนคติและพฤติกรรมในการล้างไตทางช่องท้องอย่างต่อเนื่องด้วยตนเอง ในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี, 29(2), 249-259.
จุฑามาส พรมใจมั่น. (2563). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อความรู้ พฤติกรรมการจัดการตนเองและการเกิดเยื่อบุช่องท้องอักเสบในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ได้รับการล้างไตทางช่องท้อง. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่ มหาวิทยาลัยคริสเตียน กรุงเทพมหานคร.
เฉลิมพล ณ เพ็ชรวิจารณ์. (2563). ระบาดวิทยาของการติดเชื้อแบคทีเรียในเยื่อบุช่องท้องในผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องอย่างต่อเนื่องโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช. มหาราชนครศรีธรรมราชเวชสาร, 4(1), 84-96.
พัชราภรณ์ วงศ์ษาบุตร, วรรณภา ประไพพานิช และพรทิพย์ มาลาธรรม. (2560). พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยที่ได้รับการล้างไตทางช่องท้องอย่างต่อเนื่องที่มีภาวะแทรกซ้อน. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 35(2), 6-15.
แพรวพรรณ โกสินทร, อะเคื้อ อุณหเลขกะ และนงเยาว์ เกษตร์ภิบาล. (2558). ผลของการเสริมสร้างพลังอำนาจต่อการปฏิบัติการป้องกันการติดเชื้อและอุบัติการณ์การติดเชื้อในผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง. พยาบาลสาร, 42, 1-13.
รสสุคนธ์ วาริทสกุล. (2560). การจัดการข้อมูลในการบริการสุขภาพสำหรับกลุ่มผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง. วารสารพยาบาลทหารบก, 18(1), 6-14.
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. (2558). คู่มือบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2559 เล่ม 3 การบริหารงบประมาณผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง. กรุงเทพมหานคร: ธนาเพลส จำกัด.
Anderson, L.W., et al. (2001). A Taxonomy for learning, teaching, and assessing: A revision of Bloom’s Taxonomy of educational objective. New York: Pearson, Allyn & Bacon.
Bieber, S. & Mehrotra, R. (2019). Peritoneal dialysis access associated infections. Advances in Chronic Kidney Disease, 26(1), 23–29. https://doi.org/10.1053/j.ackd.2018.09.002.
Cao, F., Hong, F., Ruan, Y., & Lin, M. (2023). Effect of patient-empowerment interaction model on self- management ability of peritoneal dialysis patients: A randomized controlled trial. Patient Preference and Adherence, 17, 873–881. doi: 10.2147/PPA.S402698.
Chen, T. K., Knicely, D. H., & Grams, M. E. (2019). Chronic kidney disease diagnosis and management: A review. The Journal of the American Medical Association, 322(13), 1294–1304. doi: 10.1001/jama.2019.14745.
Gibson, C. H. (1995). The process of empowerment in mothers of chronically ill children. Journal of Advanced Nursing, 21(6), 1201-1210. doi: 10.1046/j.1365-2648.1995.21061201.x.
Sahlawi, M. A., et al. (2020). Peritoneal dialysis-associated peritonitis outcomes reported in trials and observational studies: A systematic review. Peritoneal Dialysis International: Journal of the International Society for Peritoneal Dialysis, 40(2), 132–140. doi: 10.1177/0896860819893810.
Shi, X., Du, H., Zhang, Z., & Zhou, Y. (2022). Clinical outcomes of automated versus continuous ambulatory peritoneal dialysis for end-stage kidney disease: Protocol of a systematic review and meta-analysis. BMJ Open, 12(11), e065795. doi: 10.1136/bmjopen-2022- 065795.
Vaidya, S. R., & Aeddula, N. R. (2022). Chronic renal failure. In StatPearls. StatPearls Publishing.
Wearne, N., et al. (2017). Continuous ambulatory peritoneal dialysis: perspectives on patient selection in low- to middle-income countries. International Journal of Nephrology and Renovascular Disease, 10, 1–9. doi: 10.2147/IJNRD.S104208.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
2. บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข


