การพัฒนาคุณภาพการรับส่งเวรทางการพยาบาลในหอผู้ป่วยศัลยกรรมอุบัติเหตุ โรงพยาบาลอุตรดิตถ์

ผู้แต่ง

  • สุภัครพร แพรขาว โรงพยาบาลอุตรดิตถ์
  • อภิรดี นันท์ศุภวัฒน์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • เพชรสุนีย์ ทั้งเจริญกุล คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

คำสำคัญ:

การพัฒนาคุณภาพ, การรับส่งเวรทางการพยาบาล, หอผู้ป่วยศัลยกรรมอุบัติเหตุ

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงพัฒนา (Developmental Study) นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพการรับส่งเวรทางการพยาบาลหอผู้ป่วยศัลยกรรมอุบัติเหตุ โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ โดยใช้กระบวนการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องโฟกัสพีดีซีเอ (FOCUS-PDCA) 9 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ค้นหากระบวนการที่ต้องการปรับปรุง 2) สร้างทีมงานที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการ 3) ทำความเข้าใจกระบวนการที่ต้องปรับปรุง 4) ทำความเข้าใจถึงสาเหตุของความแปรปรวนของกระบวนการ 5) เลือกวิธีการปรับปรุงกระบวนการ 6) วางแผนการปรับปรุง 7) ดำเนินการปรับปรุง 8) ตรวจสอบผล และ 9) ยืนยันการดำเนินการและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับใช้การสื่อสารแบบเอสบาร์ (SBAR) 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) รายงานสถานการณ์ 2) ให้ข้อมูลภูมิหลัง 3) รายงานข้อมูลจากการประเมินผู้ป่วย และ 4) ให้ข้อเสนอแนะ คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ได้แก่ พยาบาลวิชาชีพ หอผู้ป่วยศัลยกรรมอุบัติเหตุ โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ จำนวน 18 คน แบ่งเป็น 2 ทีม คือ ทีมพัฒนาคุณภาพ จำนวน 3 คน และทีมปฏิบัติการพยาบาล จำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แนวคำถามในการประชุมกลุ่ม แนวทางการรับส่งเวรทางการพยาบาล แบบตรวจสอบการปฏิบัติตามแนวทางการรับส่งเวรทางการพยาบาล และแบบบันทึกอุบัติการณ์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติบรรยาย ได้แก่ การแจกแจงความถี่และร้อยละ 

ผลการศึกษา พบว่า ภายหลังการใช้กระบวนการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องโฟกัสพีดีซีเอ (FOCUS-PDCA) และกระบวนการสื่อสารแบบเอสบาร์ (SBAR) ทีมผู้ปฏิบัติสามารถปฏิบัติการรายงานรับส่งเวรได้ถูกต้อง ครบถ้วน มากกว่าร้อยละ 80 และไม่พบอุบัติการณ์ใด ๆ จากการรับส่งเวร ดังนั้นผู้บริหารทางการพยาบาลในหอผู้ป่วยหน่วยงานอื่น ๆ สามารถนำผลการศึกษาการพัฒนาคุณภาพการรับส่งเวรทางการพยาบาลนี้เป็นแนวทางในการรับส่งเวรทางการพยาบาลเพื่อให้เกิดคุณภาพในการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง

เอกสารอ้างอิง

จันทร์ทิรา เจียรณัย, อาทินุช เบญจะรักษ์, กนกนาถ กิ่งสันเทียะ และสุรางคนา พรหมมาศ. (2562). การพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ: ทฤษฎีการดูแลตนเองและการประยุกต์ใช้ทฤษฎีระบบการพยาบาล. วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล, 28(1), 1-12.

ธัญรัศม์ ปิยวัชร์เวลา. (2563). การพยาบาลผู้ป่วยสมองบาดเจ็บร่วมกับมีภาวะเลือดออกเหนือเยื่อหุ้มสมองชั้นนอก. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ขอนแก่น, 2(1), 125-138.

นวลทิพย์ ธีระเดชากุล, นุชศรา พรมชัย และนงลักษณ์ พลแสน. (2561). ประสิทธิผลการพัฒนาการดูแลผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บหลายระบบด้วย Multiple Injury Nursing Management Guideline แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลบุรีรัมย์. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์, 33(2), 165-177.

พิมพ์กษมา ศรีชาติธนวัฒน์. (2561). การพัฒนาคุณภาพการรับส่งเวรทางการพยาบาลในหอผู้ป่วยหนักศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลพุทธชินราช. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการพยาบาล บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

มนนพรัฐ อุเทน. (2558). การพัฒนาคุณภาพการรับส่งเวรทางการพยาบาลในหอผู้ป่วยศัลยกรรมชายโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการพยาบาล บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ลัดดา มีจันทร์. (2560). การพัฒนาคุณภาพการรับส่งเวรทางการพยาบาลหอผู้ป่วยหนักศัลยกรรม โรงพยาบาลอุตรดิตถ์. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการพยาบาล บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ศูนย์พัฒนาคุณภาพ โรงพยาบาลอุตรดิตถ์. (2563). การประชุมทีมพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลอุตรดิตถ์. อุตรดิตถ์: โรงพยาบาลอุตรดิตถ์.

Deming, W. E. (1994). The new economics: for industry, government, education (2nd ed.). Cambridge, MA: Massachusetts Institute of Technology Center for Advance Education Service.

Hada, A., & Coyer, F. (2021). Shift-to-shift nursing handover interventions associated with improved inpatient outcomes—Falls, pressure injuries and medication administration errors: An integrative review. Nursing & Health Sciences, 23(2), 337-351.

Ibrahim, M. A. (2014). Improving nursing handoff process in the cardiovascular intensive care unit (Doctoral dissertation, Royal College of Surgeons in Ireland).

Leonard, M., Graham, S., & Bonacum, D. (2004). The human factor: The critical importance of effective teamwork and communication in providing safe care. BMJ Quality & Safety, 13(suppl 1), i85-i90.

McLaunghlin, C. P., & Kaluzny, A. D. (1999). Continuous quality improvement in health care: Theory, implementation, and application. Maryland: Aspen.

Shahid, S., & Thomas, S. (2018). Situation, background, assessment, recommendation (SBAR) communication tool for handoff in health care–a narrative review. Safety in Health, 4(1), 1-9.

The Joint Commission. (2017). Inadequate hand-off communication. Sentinel Event Alert Newsletter, 12(58), 1-6.

Tucker, A., & Fox, P. (2014). Evaluate nursing handover: The REED model. Nursing Standard, 28(20), 44-48.

Zolkefli, Y. (2022). Greater accountability in nursing handover. Belitung Nursing Journal, 8(1), 84-85.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-07-03

รูปแบบการอ้างอิง

แพรขาว ส. ., นันท์ศุภวัฒน์ อ. ., & ทั้งเจริญกุล เ. . (2023). การพัฒนาคุณภาพการรับส่งเวรทางการพยาบาลในหอผู้ป่วยศัลยกรรมอุบัติเหตุ โรงพยาบาลอุตรดิตถ์. วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข, 3(3), 1–15. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/jnphr/article/view/263253