ผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้ภาวะสุขภาพและการสนับสนุนทางสังคมต่อความมั่นคงด้านสุขภาพในผู้สูงอายุโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จังหวัดพะเยา
คำสำคัญ:
ความมั่นคงด้านสุขภาพ, การรับรู้ภาวะสุขภาพ, การสนับสนุนทางสังคม, ผู้สูงอายุ, โรคไม่ติดต่อเรื้อรังบทคัดย่อ
การวิจัยแบบกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้ภาวะสุขภาพ และการสนับสนุนทางสังคมต่อความมั่นคงด้านสุขภาพ ในผู้สูงอายุโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จังหวัดพะเยา กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จำนวน 70 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 35 คน และผู้ดูแลผู้สูงอายุโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จำนวน 38 คน กลุ่มทดลองได้รับการอบรมการเสริมสร้างการรับรู้ภาวะสุขภาพ และกลุ่มผู้ดูแลผู้สูงอายุได้รับการเสริมสร้างการสนับสนุนทางสังคมตามโปรแกรมฯ สำหรับกลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามมาตรฐานจากสถานพยาบาลที่เข้ารับบริการ เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการวิจัย ได้แก่ โปรแกรมส่งเสริมการรับรู้ภาวะสุขภาพและการสนับสนุนทางสังคม ประกอบด้วยกิจกรรมการอบรมสำหรับผู้สูงอายุกลุ่มทดลอง และผู้ดูแลผู้สูงอายุ คู่มือการส่งเสริมสุขภาพในผู้สูงอายุโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง คู่มือการดูแลผู้สูงอายุโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และประเด็นแลกเปลี่ยนเรียนรู้สำหรับผู้สูงอายุโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและผู้ดูแล เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบสอบถามความมั่นคงด้านสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปด้วยสถิติเชิงพรรณนา เปรียบเทียบผลลัพธ์ก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรมฯ ภายในกลุ่มเดียวกันด้วยสถิติ Paired t-test และระหว่างกลุ่มด้วยสถิติ Independent t-test ตามลำดับ
ผลการศึกษา พบว่าภายหลังเข้าร่วมโปรแกรมฯ เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความมั่นคงด้านสุขภาพในระดับดี มีคะแนนเฉลี่ยความมั่นคงด้านสุขภาพในสัปดาห์ที่ 8 สูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมฯ ในสัปดาห์ที่ 1 และสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p-value < 0.001) ดังนั้นบุคลากรทางสุขภาพสามารถนําโปรแกรมฯ นี้ไปประยุกต์ใช้ในการความสร้างเสริมความมั่นคงด้านสุขภาพ ในผู้สูงอายุโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือนําไปปรับใช้ในพื้นที่อื่น ๆ ที่มีกลุ่มตัวอย่างลักษณะใกล้เคียงกันต่อไป
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2565). ปัญหาสุขภาพผู้สูงอายุไทย. สืบค้นเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2565 จาก https://www.dop.go.th/th/know/15/466.
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2567). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2566. กรุงเทพฯ: โกโกพริ้นท์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน). สืบค้นเมื่อ 10 กันยายน 2567 จาก https://www.dop.go.th/download/statistics/th1738230377-2563_0.pdf.
กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2567). ข้อเสนอเชิงนโยบายวิกฤตประชากรและสังคมสูงวัย. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2567 จาก https://dsdw.go.th/Data/ContenttableFiles/Files/l4zkq4ng.pdf.
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. (2566). สื่อมัลติมีเดีย. สืบค้นเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2565 จาก https://ddc.moph.go.th/dncd/publishvdo.php?vdo.
กองโรคไม่ติดต่อ. (2567). จำนวนและอัตราตายด้วย 5 โรคไม่ติดต่อ (NCD) ปี 2561-2565. สืบค้นเมื่อ 10 กันยายน 2567 จาก https://www.ddc.moph.go.th/dncd/news.php?news=39911.
ขนิษฐา พิศฉลาด, เกศมณี มูลปานันท์, ภาวดี วิมลพันธุ์ และอรนลิน สิงขรณ์. (2562). รายงานวิจัยการพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพแก่ผู้สูงอายุโรคเรื้อรัง. สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง. สืบค้นเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2565 จาก http://www.thai- explore.net/file_ upload/submitter/file_doc/532e29be9c95f7aa2a67de5dc3b751a0.pdf.
คณะกรรมการอำนวยการจัดทำแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) กระทรวงสาธารณสุข. (2559). ร่างแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติฉบับที่ 12. สืบค้นเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2565 จาก https://doh.hpc.go.th/data/HL/nationalHealthDevelopment12.pdf.
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา. (2565). แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา คณะพยาบาลศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566-2570. พะเยา: คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา.
จุฑามาส ขุมทอง และวิทยา จันตุ. (2564). ผลของโปรแกรมสุขศึกษาโดยประยุกต์ใช้แรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคและแรงสนับสนุนทางสังคมต่อพฤติกรรมการป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในผู้สูงอายุที่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 39(1), 39-48.
ทิตาวดี สิงห์โค, ศากุล ช่างไม้ และทิพา ต่อสกุลแก้ว. (2563). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้ความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองและการรับรู้ประโยชน์ของการคงไว้ซึ่งพฤติกรรมในผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง. วารสารโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์, 16(2), 42-60.
ธัญรัศม์ ภุชงค์ชัย, ณัฐปภัสญ์ นวลสีทอง, ธรณินทร์ คุณแขวน และภัททิรา ก้านทอง. (2563). โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรัง. วารสารการพยาบาลและการแพทย์, 38(4), 172-180.
นิตยาทิพย์ แสนแดง และชื่นจิตร โพธิศัพท์สุข. (2561). ผลของโปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมการใช้ยาในผู้สูงอายุโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 36(3), 33-41.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
ปัทมา ภูพิพัฒน์ผล และบุญเอื้อ บุญฤทธิ์. (2564). รูปแบบการจัดการความมั่นคงด้านสุขภาพของผู้สูงอายุ. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 6(3), 649-661.
แว่นใจ นาคะสุวรรณ. (2563). ประสิทธิผลของโปรแกรมการส่งเสริมสุขภาพต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในชุมชน. วารสารพยาบาลตำรวจ, 12(1), 171-180.
ศิริพร แสงศรีจันทร์, ปะราลี โอภาสนันท์ และมลฤดี เกศหอม. (2561). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความมั่นคงด้านสุขภาพของผู้ป่วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ในจังหวัดพะเยา. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 36(3), 117-126.
สังคม ศุภรัตนกุล, ดุษฎี อายุวัฒน์ และพีระศักดิ์ ศรีฤาชา. (2555). ความมั่นคงด้านสุขภาพของครอบครัวในชนบทอีสาน. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 31(3), 138-150.
สารสนเทศจังหวัดพะเยา P-Health. (2567). ข้อมูลทะเบียนราษฏร์ ปี 2557-2566. สืบค้นเมื่อ 10 กันยายน 2567 จาก http://203.209.96.243/phealth/web/popmoi/default/popgr?cat_id=25&category_name=ข้อมูลประชากรรายปี.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยา. (2565). การป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อที่สำคัญ. สืบค้นเมื่อ 30 ตุลาคม 2565 จาก https://pyo.hdc.moph.go.th/hdc/reports/page.php?cat_id=6a1fdf282fd28180eed7d1cfe0155e11.
เสาวลักษณ์ ถาวรกฤษ, ดวงภรณ์ เนตรสว่าง, อรสา เพิ่มทรัพย์ และชลีรัตน์ อินอ่ำ. (2566). ประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาโดยประยุกต์ใช้แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ ต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง. Trat Hospital Publication. สืบค้นเมื่อ 30 ตุลาคม 2565 จาก https://www.trathospital.go.th.
อิกรอม กาซอ. (2557). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความมั่นคงด้านสุขภาพของครอบครัว บ้านนิคม ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา.
Burn, J. C. & Glove, R. (2013). Sample size and statistical power analysis: A practical guide. Education Quarterly, 11(1), 1-47. https://doi.org/10.1177/109019818401100101
Janz, N. K. & Becker, M. H. (1984). The Health Belief Model: A decade later. Health Journal of Research Methodology, 18(2), 345-360.
Kostova, D., et al. (2017). Synergies between Communicable and noncommunicable disease Programs to enhance global health security. Emerging Infectious Diseases, 23(13), S40-S46. https://doi.org/10.3201/eid2313.170581
Kostova, D., Richter, P., Van Vliet, G., Mahar, M., & Moolenaar, R. L. (2021). The role of Noncommunicable diseases in the pursuit of global health security. Health Security, 19(3), 288-301. https://doi.org/10.1089/hs.2020.0121
Pensirinapa, N., Thammakul, T., & Ngowsiri, K. (2020). Effectiveness of the Participatory Health Promotion Program for improving health outcomes of elderly with non-communicable diseases in municipalities, Thailand: An experimental study. Indian Journal of Public Health Research & Development, 11(3), 2505-2509. https://doi.org/10.37506/ijphrd.v11i3.2872
Strecher, V. J., & Rosenstock, I. M. (1997). The health belief model. In K. Glanz, F. M. Lewis, & B. K. Rimer (Eds.), Health behavior and health education: Theory, research, and practice (2nd edition). Hoboken, NJ: Jossey-Bass.
United Nations Development Programme. (2001). Human development index. Retrieved November 10, 2020 from https://hdr.undp.org/content/human-development-report-2001.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
2. บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข


