ผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ในการป้องกันการหกล้ม ต่อพฤติกรรมการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ
คำสำคัญ:
โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพ, ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, พฤติกรรมการป้องกันการหกล้ม, ผู้สูงอายุบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลอง แบบสองกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบคะแนนพฤติกรรมการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุก่อนและหลังการเข้าร่วมโปรแกรมฯ และระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการหกล้ม จำนวน 54 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 27 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ 1) เครื่องมือคัดกรองกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ แบบประเมินความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน แบบประเมินสติปัญญาการรู้คิดฉบับสั้นแบบสอบถามความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับการหกล้มในผู้สูงอายุ และแบบประเมินความเสี่ยงต่อการหกล้ม 2) เครื่องมือในการทดลอง ได้แก่ โปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ในการป้องกันการหกล้ม และ 3) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปและแบบสอบถามพฤติกรรมในการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาในการอธิบายลักษณะทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง สถิติ Paired t-test เปรียบเทียบคะแนนพฤติกรรมการป้องกันการหกล้มก่อนและหลังการทดลองภายในกลุ่มทดลอง และสถิติ Independent t-test เปรียบเทียบคะแนนพฤติกรรมระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมภายหลังการทดลอง
ผลการวิจัยพบว่า คะแนนพฤติกรรมการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุกลุ่มทดลองหลังการเข้าร่วมโปรแกรมฯ สูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.001) และสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.001) ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าบุคลากรด้านสุขภาพสามารถนำโปรแกรมนี้ไปใช้เป็นแนวทางในการป้องกันการหกล้มได้ ซึ่งจะช่วยลดการพลัดตกหกล้มและผลกระทบที่เกิดจากการหกล้มได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กมลรัตน์ กิตติพิมพานนท์ และผจงจิต ไกรถาวร (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ภาวะสุขภาพ และความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับการหกล้มกับพฤติกรรมการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชน. รามาธิบดีพยาบาลสาร, 27(3), 331-342.
กรมควบคุมโรค. (2566). เตรียมพร้อมผู้สูงวัย ปลอดภัยจากหกล้ม. สืบค้นเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2566 จาก https://ddc.moph.go.th/odpc5/news.php?news=37415&deptcode=odpc5.
กรมควบคุมโรค. (2565). ข้อมูลพลัดตกหกล้ม. สืบค้นเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2566 จาก https://ddc.moph.go.th/dip/news.php?news=23567&deptcode=.
กระทรวงสาธารณสุข. (2564). คู่มือการคัดกรองและประเมินสุขภาพผู้สูงอายุ พ.ศ. 2564. กรุงเทพฯ: ณจันตา ครีเอชั่น.
ขวัญเมือง แก้วดำเกิง. (2564). ความรอบรู้ด้านสุขภาพ กระบวนการ ปฏิบัติ เครื่องมือประเมิน. กรุงเทพฯ: ไอดี ออล ดิจิตอล พริ้นท์.
จารุภา เลขทิพย์, ธีระ วรธนารัตน์, ศักรินทร์ ภูผานิล และศราวุธ ลาภมณีย์. (2562). ปัจจัยเสี่ยงต่อการหกล้มในผู้สูงอายุ. วารสารการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 26(1), 85-103.
ฐิติมา ทาสุวรรณอินทร์ และกรรณิการ์ เทพกิจ. (2560). ผลของโปรแกรมการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 35(3), 186-195.
ปรีดา สาราลักษณ์ และวรารัตน์ ทิพย์รัตน์. (2565). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันการพลัดตกหกล้มของผู้ดูแลผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงในเขตเทศบาลนครตรัง. วารสารการพยาบาลและการศึกษา, 15(2), 1-13.
ปาณิศา บุณยรัตกลิน. (2563). บทบาทพยาบาลอนามัยชุมชนกับการสร้างเสริมความความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้สูงอายุในชุมชน. วารสารพยาบาลสภากาชาดไทย, 13(1), 63-75.
เพ็ญรุ่ง วรรณดี, จิรพรรณ โพธิ์ทอง และอุมากร ใจยั่งยืน. (2563). การศึกษาสถานการณ์การหกล้มในผู้สูงอายุ ในชุมชน จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9, 14(34), 126-141.
วรารัตน์ ทิพย์รัตน์, จรูญรัตน์ รอดเนียม และพีรวิชญ์ สุวรรณเวลา. (2565). ผลของโปรแกรมการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพโดยการมีส่วนร่วมของครอบครัวต่อความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้ดูแลพฤติกรรมการป้องกันการพลัดตกหกล้มและการทรงตัวของผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, 14(3), 72-91.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่. (2561). แบบคัดกรองผู้สูงอายุระดับชุมชน. สืบค้นเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2566 จาก https://www.chiangmaihealth.go.th/cmpho_web/document /181112154199934579.pdf.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่. (2566). โครงการการป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุจังหวัดแพร่. แพร่: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่.
สำนักอนามัยผู้สูงอายุ. (2564). ยากันล้ม คู่มือป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ. สืบค้น 13 กุมภาพันธ์ 2566 จาก https://thaitgri.org/?p=36204.
Centers for Disease Control and Prevention. (2023). Older adult falls data. Retrieved March 7, 2024 from https://www.cdc.gov/falls/data-research/index.html.
Montero-Odasso, M., et al. (2022). Global guidelines for falls in older adults. World guidelines for falls prevention and management for older adults: A global initiative. Age Ageing, 51(9), 1-36. https://doi.org 10.1093/ageing/afac205
Nutbeam, D. (2015). Defining, measuring and improving health literacy. Health Evaluation and Promotion, 42(4), 16-21.
Polit, D. F., & Beck, C. T. (2021). Nursing research: Generating and assessing evidence for nursing practice (11th ed.). Philadelphia: Wolters Kluwer.
World Health Organization. (2021). Falls. Retrieved March 7, 2024 from https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/falls.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
2. บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข


