ประสิทธิผลของโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพในผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง
คำสำคัญ:
ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, พฤติกรรมการดูแลตนเอง, โรคความดันโลหิตสูง, ผู้สูงอายุบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความรอบรู้ด้านสุขภาพ พฤติกรรมการดูแลตนเองและระดับความดันโลหิตของผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูงก่อนและหลัง การได้รับโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูงที่มารับบริการ ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านแม่ผาแหน จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 30 คน คัดเลือก การสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ โปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ ตาม 3อ. 2ส. วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติทดสอบที (Paired t-test)
ผลการวิจัย พบว่า หลังสิ้นสุดโปรแกรม กลุ่มตัวอย่างมีระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับดี เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.001) นอกจากนี้คะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเองสูงขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.001) และระดับความดันโลหิตซิสโตลิกและไดแอสโตลิกลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.001) ดังนั้นโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพมีประสิทธิผลในการพัฒนาพฤติกรรมการดูแลตนเองและช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตในผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูงได้ดีขึ้น จึงควรมี การส่งเสริมให้บุคลากรสุขภาพนำโปรแกรมนี้ไปประยุกต์ใช้ในหน่วยบริการเพื่อพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2564). ปัญหาสุขภาพผู้สูงอายุไทย. สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2565 จากhttps://www.dop.go.th/th/know/15/466.
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2562). รายงานสถานการณ์โรค NCDs เบาหวาน ความดันโลหิตสูงและปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. 2562. กรุงเทพฯ: อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์.
กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สำนักโรคไม่ติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข. (2559). หลักสูตรการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ สำหรับพยาบาลผู้จัดการรายกรณีโรคเรื้อรัง. กรุงเทพฯ: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์กรสงเคราะห์ทหารผ่านศึกษาในพระบรมราชูปถัมภ์.
กองสุขศึกษา. (2561). 3อ. 2ส. เคล็ดลับสุขภาพดีของวัยทำงาน. สืบค้นเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2563 จากhttp://www.thaihealth.or.th/Content.
ขวัญเมือง แก้วดำเกิง. (2561). ความรอบรู้ด้านสุขภาพ: เข้าถึง เข้าใจ และการนำไปใช้ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
จันจิราภรณ์ วิชัย, สายสมร พลดงนอก และกิตติศักดิ์ สวรรยาวิสุทธิ์. (2558). ความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูง (Hypertension). ขอนแก่น: หน่วยสร้างเสริมสุขภาพ งานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลศรีนครินทร์.
ธารินี ศรีศักดิ์นอก. (2566). การพัฒนาโปรแกรมการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้สูงอายุในการ เลือกใช้ยาและ ผลิตภัณฑ์สุขภาพในโรงเรียนผู้สูงอายุ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2565 จาก https://www.doctorkasem-foundation.org/wp-content/uploads/2023/09/02126504.pdf.
พิมพ์ใจ อุ่นบ้าน, สุมิตรพร จอมจันทร์ และณิชชา ทิพย์วรรณ. (2564). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและการควบคุมความดันโลหิตของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์, 13(2), 59-72.
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านแม่ผาแหน. (2563). รายงานทะเบียนกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง. เชียงใหม่. เอกสารอัดสำเนา.
วัชรพร เชยสุวรรณ. (2560). ความรอบรู้ด้านสุขภาพ: แนวคิดและการประยุกต์สู่การปฏิบัติการพยาบาล. วารสารแพทย์นาวี, 44(3), 183-197.
วิชัย เอกพลากร, หทัยชนก พรรคเจริญ และวราภรณ์ เสถียรนพเก้า. (2564). การสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2562-2563. นนทบุรี: สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
วิมล โรมา และคณะ. (2562). การสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชนไทย อายุ 15 ปี ขึ้นไป พ.ศ. 2562. สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2565 จาก https://www.dop.go.th/th/know/15/466.
สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. (2562). แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูง ในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2562-2019 Thai Guidelines on The Treatment of Hypertension. กรุงเทพฯ: ทริค ธิงค์.
สุจินดา คงเนียม. (2566). ประสิทธิผลของโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับผู้ป่วยโรค ความดันโลหิตสูงที่เสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่. (2563). รายงานผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด. สืบค้นเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2563 จาก https://www.chiangmaihealth.go.th/cmpho_web/.
Cohen, J. (1988). Statistical Power Analysis for Behavioral Sciences. New York: Academic Press.
Ettehad, D., et al. (2016). Blood pressure lowering for prevention of cardiovascular disease and death: A systematic review and meta-analysis. The Lancet, 387(10022), 957-967.
Faul, F., Erdfelder, E., Lang, A.-G., & Buchner, A. (2007). G*Power 3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behavior Research Methods, 39, 175-191. https://doi.org/10.3758/bf03193146
Kanfer, F. H. & Gaelick-Buys, L. (1991). Self-management methods. In F. H. Kanfer & A. Goldstein (Eds.), Helping people change: A textbook of methods. New York: Pergamon Press.
Nutbeam, D. (2008). The evolving concept of health literacy. Social Science & Medicine (1982), 67(12), 2072-2078. https://doi.org/10.1016/j.socscimed.2008.09.050
Osborn, C. Y., Paasche-Orlow, M. K., Bailey, S. C., & Wolf, M. S. (2011). The mechanisms linking health literacy to behavior and health status. American Journal of Health Behavior, 35(1), 118-128. https://doi.org/10.5993/ajhb.35.1.11
Wagner, E. H., Austin, B. T., Davis, C., Hindmarsh, M., Schaefer, J., & Bonomi, A. (2001). Improving chronic illness care: Translating evidence into action. Health Affairs (Project Hope), 20(6), 64-78. https://doi.org/10.1377/hlthaff.20.6.64
Whelton, P. K., et al. (2002). Primary prevention of hypertension: clinical and public health advisory from The National High Blood Pressure Education Program. JAMA, 288(15), 1882-1888. https://doi.org/10.1001/jama.288.15.1882
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
2. บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข


