การพัฒนาและประเมินผลรูปแบบการจัดการตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยมีครอบครัวและชุมชนมีส่วนร่วมในกลุ่มชาติพันธุ์ อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ผู้แต่ง

  • อมรรัตน์ อนุวัฒน์นนทเขตต์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย
  • ประวีดา คำแดง คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ วิทยาเขตแม่ฮ่องสอน
  • พุทธการณ์ ครองกาญจนกิจ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอแม่ลาน้อย
  • ศรีสุดา พร้อมรักษา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลละอูบ
  • สายสุนีย์ ไกรเกริกเกียรติ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่โถ

คำสำคัญ:

การจัดการตนเอง, โรคเบาหวานชนิดที่ 2, ครอบครัวและชุมชนมีส่วนร่วม, กลุ่มชาติพันธุ์

บทคัดย่อ

การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยมีครอบครัวและชุมชนมีส่วนร่วมในกลุ่มชาติพันธุ์ อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและระดับน้ำตาลสะสมในเลือด การวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การพัฒนารูปแบบการจัดการตนเอง และระยะที่ 2 การประเมินผลรูปแบบโดยใช้การวิจัยแบบกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลัง (n=40) เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบประเมินพฤติกรรมการจัดการตนเอง และการตรวจระดับน้ำตาลสะสมในเลือด วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา และการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยก่อนและหลังการทดลอง ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการจัดการตนเองที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ การให้ความรู้และฝึกทักษะที่สอดคล้องกับบริบทวัฒนธรรม การสร้างแรงสนับสนุนจากครอบครัวในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การมีส่วนร่วมของอาสาสมัครสาธารณสุขและชุมชนในการติดตามดูแล และการเยี่ยมบ้านเชิงรุกโดยทีมสหวิชาชีพ หลังการทดลอง พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการจัดการตนเองสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.001) และมีค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลสะสมในเลือดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value = 0.01) ดังนั้นรูปแบบนี้สามารถประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในระบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ โดยอาศัยความร่วมมือของบุคลากรสุขภาพ ครอบครัว และชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลหรือกลุ่มชาติพันธุ์

เอกสารอ้างอิง

ขนิษฐา พิศฉลาด และพงษ์ภัทร์ รัตนสุวรรณ. (2564). ประสบการณ์การดูแลผู้สูงอายุโรคเบาหวานชนิดที่ 2 กลุ่มชาติพันธุ์ ของบุคลากรสุขภาพ. วารสารพยาบาลตำรวจ, 13(1), 24-33.

มยุรี ปะวันนา. (2566). ผลของโปรแกรมการจัดการโรคเบาหวานด้วยตนเองต่อพฤติกรรมการจัดการตนเอง ระดับน้ำตาลสะสมในเลือด และผลลัพธ์ทางคลินิกของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้. วารสารวิชาการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม, 8(15), 70-74.

วัชรินทร์ คำสา และเอกลักษณ์ เด็กยอง. (2567). การดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่มีความต่างทางวัฒนธรรม: บทบาทพยาบาล. วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข, 4(2), e266538.

สมปรารถนา ทรายหมอ และสุทธิชัย ศิรินวล. (2565). ปัจจัยที่มีผลต่อการจัดการตนเองในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลินของกลุ่มชาติพันธุ์ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย. วารสารโรคและภัยสุขภาพ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 จังหวัดนครสวรรค์, 16(3), 15-25.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน. (2566). รายงานสรุปข้อมูลผู้ป่วยเบาหวานจังหวัดแม่ฮ่องสอน. แม่ฮ่องสอน: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน.

สำนักงานสาธารณสุขอำเภอแม่ลาน้อย. (2567). รายงานสรุปข้อมูลผู้ป่วยเบาหวานในอำเภอแม่ลาน้อย. แม่ฮ่องสอน: สำนักงานสาธารณสุขอำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน.

Amani, N., Nazari, A. M., Sanaie, N., Abbasi, A., & Borhani, F. (2025). Effects of family-centered empowerment program on illness acceptance and self-management of patients with type 2 diabetes: A randomized controlled trial. Scientific Reports, 15(1), 21615. https://doi.org/10.1038/s41598-025-05833-0

American Diabetes Association. (2024). 5. Facilitating positive health behaviors and well-being to improve health outcomes: Standards of care in diabetes—2024. Diabetes Care, 47(Suppl. 1), S77-S110. https://doi.org/10.2337/dc24-S005

Aung, T. N. N., Khin, E. T., Moolphate, S., Angkurawaranon, C., Yuasa, M., & Aung, M. N. (2024). Social support for Thai adults with type 2 diabetes: A case-control study. Diabetes, metabolic syndrome and obesity: targets and therapy, 17, 3753-3765. https://doi.org/10.2147/DMSO.S478283

Azmiardi, A., Murti, B., Febrinasari, R. P., & Tamtomo, D. G. (2021). The effect of family involvement in diabetes self-management education on glycemic control in patients with type 2 diabetes mellitus: A systematic review and meta-analysis. Journal of Public Health and Development, 19(3), 164-167.

Corbin, J. M. & Strauss, A. (1988). Unending work and care: Managing chronic illness at home. San Francisco: Jossey-Bass.

Funnell, M. M., et al. (2009). National standards for diabetes self-management education. Diabetes Care, 32(Suppl 1), S87-S94. https://doi.org/10.2337/dc09-S087

Grady, P. A. & Gough, L. L. (2014). Self-management: A comprehensive approach to management of chronic conditions. American Journal of Public Health, 104(8), e25-e31. https://doi.org/10.2105/AJPH.2014.302041

GBD 2021 Diabetes Collaborators. (2023). Global, regional, and national burden of diabetes from 1990 to 2021, with projections of prevalence to 2050: A systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2021. The Lancet, 402(10397), 203-234. https://doi.org/10.1016/S0140-6736(23)01301-6

International Diabetes Federation. (2024). Thailand. In IDF diabetes atlas. Retrieved August 15, 2025 from https://idf.org/our-network/regions-and-members/western-pacific/members/thailand/.

Lincoln, Y. S. & Guba, E. G. (1985). Naturalistic inquiry. London: Sage Publications.

Lorig, K. R., & Holman, H. R. (2003). Self-management education: History, definition, outcomes, and mechanisms. Annals of Behavioral Medicine, 26(1), 1-7. https://doi.org/10.1207/S15324796ABM2601_01

Matrook, K. A., Cowman, S., Pertl, M., & Whitford, D. (2024). Nurse-led family-based approach in primary health care for patients with type 2 diabetes mellitus: A qualitative study. International Journal of Qualitative Studies on Health and Well-Being, 19(1), 2323060. https://doi.org/10.1080/17482631.2024.2323060

Reyes, P. J. D., Medina, D., & Serrano, K. F. (2024). Effectiveness of family-focused interventions in patients with type 2 diabetes mellitus in family and community practice: A systematic review and meta-analysis. The Philippine Academy of Family Physicians Journal, 62(1), 135-148.

Nelson, L. A., et al. (2023). Glycemic outcomes of a family-focused intervention for adults with type 2 diabetes: Main, mediated, and subgroup effects from the FAMS 2.0 RCT. Diabetes Research and Clinical Practice, 206, 110991. https://doi.org/10.1016/j.diabres.2023.110991

World Health Organization. (2016). Global report on diabetes. World Health Organization. Retrieved January 15, 2026 from https://www.who.int/publications/i/item/9789241565257.

Zhu, L., et al. (2025). Effectiveness of a family-based self-management intervention for type 2 diabetes patients receiving family doctor contract services: A community-based randomized controlled trial. Journal of Primary Care & Community Health, 16, 1-13.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-20

รูปแบบการอ้างอิง

อนุวัฒน์นนทเขตต์ อ., คำแดง ป., ครองกาญจนกิจ พ., พร้อมรักษา ศ., & ไกรเกริกเกียรติ ส. (2026). การพัฒนาและประเมินผลรูปแบบการจัดการตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยมีครอบครัวและชุมชนมีส่วนร่วมในกลุ่มชาติพันธุ์ อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน. วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข, 6(1), e277159. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/jnphr/article/view/277159