ความสัมพันธ์ของความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตต่อพฤติกรรมการเสพติดสื่อสังคมออนไลน์ และภาวะซึมเศร้าของนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
คำสำคัญ:
ความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต, พฤติกรรมการเสพติดสื่อสังคมออนไลน์, ภาวะซึมเศร้า, นักศึกษามหาวิทยาลัยบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต พฤติกรรมการเสพติดสื่อสังคมออนไลน์ ภาวะซึมเศร้า และหาความสัมพันธ์ของความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตต่อพฤติกรรมการเสพติดสื่อสังคมออนไลน์ และภาวะซึมเศร้าของนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จำนวน 376 ราย เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบสอบถามความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต แบบสอบถามพฤติกรรมการเสพติดสื่อสังคมออนไลน์ และแบบประเมินภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่น วิเคราะห์ข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคลโดยหาค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ความสัมพันธ์ด้วยสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อันดับของสเปียร์แมน
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตอยู่ในระดับดีมาก (Mean = 140.12, S.D. = 13.27) พฤติกรรมเสพติดสื่อสังคมออนไลน์อยู่ใน ระดับปานกลาง (Mean = 3.22, S.D. = 0.82) มีภาวะซึมเศร้าในระดับเล็กน้อย (Mean = 9.39, S.D. = 6.94) ความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเสพติดสื่อสังคมออนไลน์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติติที่ระดับ 0.01 (rs = 0.06, p-value = 0.19) ความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตมีความสัมพันธ์ทางลบกับภาวะซึมเศร้าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติดีที่ระดับ 0.01 (rs = -0.15, p-value < 0.01) พฤติกรรมการเสพติดสื่อสังคมออนไลน์มีความสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01(rs = 0.22, p-value < 0.01) ผลการศึกษานี้สามารถใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการให้ความรู้เกี่ยวกับความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต และการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างเหมาะสมเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการเกิดภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่นในสถาบันการศึกษาต่อไป
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2561). รายงานประจำปีกรมสุขภาพจิต ปีงบประมาณ 2561. กรุงเทพฯ: ละม่อม.
กองบริการการศึกษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. (2567). ข้อมูลสถิติทางการศึกษา. สืบค้นเมื่อ 1 ธันวาคม 2567 จาก https://www.ubu.ac.th/web/academic/content/ข้อมูลสถิติทางการศึกษา.
คมสันต์ เกียรติรุ่งฤทธิ์. (2559). ปัญหาการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่นำไปสู่การฆ่าตัวตาย. รายการพบหมอรามาช่วง Big story ปัญหาการใช้สื่อออนไลน์ของวัยรุ่นกับปัญหาสุขภาพจิต. สืบค้นเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2568 จาก https://www.youtube.com/watch?v=dhf5tCRVSKA.
ครองรัตน์ ดุลลาพันธ์. (2561). พฤติกรรมการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์และปัจจัยทางจิตที่พยากรณ์ภาวะโรคซึมเศร้า. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
ณิชกุล เสนาวงษ์. (2564). การศึกษาพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของคนเจนเนอเรชั่นแซด ในยุค New normal ในกรุงเทพมหานคร. ค้นคว้าอิสระบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการตลาด, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสยาม.
ธีระ กุลสวัสดิ์ และปิยะ นาควัชระ (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเสพติดสื่อสังคมออนไลน์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยระดับปริญญาตรีในภาตะวันออก. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 8(10), 1-15.
นาอามร์ หมอเต๊ะ และเกษตรชัย และหีม. (2566). การศึกษาภาวะซึมเศร้าของนักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา. รายงานสืบเนื่องจากการประชุมการประชุมหาดใหญ่วิชาการระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 15. สืบค้นเมื่อ 1 ธันวาคม 2567 จาก https://www.hu.ac.th/Conference/conference2024/proceedings/doc/proceeding.pdf.
ปริยานุช วุฒิชูประดิษฐ์ และสุวภัทร ชูประดิษฐ์. (2565). อิทธิพลของการติดสื่อสังคมออนไลน์ต่อภาวะสุขภาพจิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยในประเทศไทย. วารสารสุทธิปริทัศน์, 36(3), 188-207.
ปรีดี นุกุลสมปรารถนา. (2567). รวมสถิติและ Insight สำคัญ ๆ ของคนไทยกับการใช้ Digital และ Social Media 2024. Popticles. สืบค้นเมื่อ 1 ธันวาคม 2567 จาก https://www.popticles.com/insight/thailand-digital-and-social-media-stats-2024/.
ผกาวรรณ นันทะเสน และอัจศรา ประเสริฐสิน. (2565). พฤติกรรมการติดอินเทอร์เน็ตภาวะซึมเศร้าและแนวทางการส่งเสริมการรู้ดิจิทัลเพื่อลดพฤติกรรมการติดอินเทอร์เน็ตและป้องกัน การเกิดภาวะซึมเศร้าของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 36(1), 49-67.
พิชัย อิฏฐสกุล และศิริไชย หงษ์สงวนศรี. (2558). โรคซึมเศร้า. ในมาโนช หล่อตระกลู และปราโมทย์ สุคนิชย์. (2558). จิตเวชศาสตร์ รามาธิบดี. (พิมพ์ครั้งที่4). กรุงเทพฯ: ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล.
ภัทร์พิชชา ครุฑางคะ และภัทราบูลย์ นาคสู่สุข. (2567). ปัจจัยทำนายภาวะซึมเศร้าของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารกองการพยาบาลสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, 51(3), 25-26.
รัสรินทร์ ว่องสวัสดิ์ และธีระ กุลสวัสดิ์. (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการเสพติดสื่อสังคมออนไลน์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยระดับปริญญาตรีในภาค ตะวันออก: ศึกษากรณีการใช้เฟสบุ๊ค. วารสารการเมือง การบริหาร และกฎหมาย 13(2), 320-337.
เรียม นมรักษ์, วริยา จันทร์ขำ และหทัยชนก บัวเจริญ. (2567). ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต ความแข็งแกร่งในชีวิตและภาวะซึมเศร้าในนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม. วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข, 4(2). e265694.
วิมลวรรณ ปัญญาว่อง, โชษิตา ภาวสุทธิไพศิฐ และรัตนศักดิ์ สันติธาดากุล. (2561). รายงานการวิจัย เรื่องการพัฒนาแบบประเมินภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่นฉบับภาษาไทย. [Development of the Thai version of the Patient Health Questionnaire for Adolescents (PHQ-A)]. กรุงเทพฯ: บียอนด์ พับลิชชิ่ง.
สกาวใจ ทุ่งจันทร์, ศศิวิภา เสริมศิริ, ศิริลักษณ์ เจิมจิตต์พรชัย, วิชญา รัตนเมธาวี และสุจิตตา สุระภี. (2565). การศึกษาผลของการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่มีความเสี่ยงต่อการมีภาวะซึมเศร้าและแนวโน้มจะฆ่าตัวตายกรณีศึกษากลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษในเขตอำเภอเมือง. วารสารมนุษย์กับสังคม คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์, 8(1), 149-165.
สมรทิพย์ วิภาวนิช. (2567). บทบาทพยาบาลจิตเวชในการป้องกันภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่น. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9: วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 18(1), 72-82.
สำนักความรอบรู้สุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต. (2567). แบบประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต ปี 2567. คลังความรู้สุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต. สืบค้นเมื่อ 1 ธันวาคม 2567 จาก https://www.dmh-elibrary.org/items/show/1787.
Chen, M. & Zhang, X. (2024). Factors influencing internet addiction among university students: The mediating roles of self-control and anxiety. Acta Psychologica, 250, 104535. https://doi.org/10.1016/j.actpsy.2024.104535
Donnelly, E. & Kuss, D. J. (2016). Depression among users of social networking sites (SNSs): The role of SNS addication and increased usage. Journal of Addication and Preventive Medicine, 2(1), 1-6.
Eichenberg, C., Schneider, R., & Rumpl, H. (2024). Social media addiction: Associations with attachment style, mental distress, and personality. BMC Psychiatry, 24, Article 278. https://doi.org/10.1186/s12888-024-05709-z
Jorm, A. F., Barney, L. J., Christensen, H., Highet, N. J., Kelly, C. M., & Kitchener, B. A. (2006). Research on mental health literacy: What we know and what we still need to know. Australian and New Zealand Journal of Psychiatry, 40(1), 3-5. https://doi.org/10.1111/j.1440-1614.2006.01734.x
Keyes, K. M., Kreski, N. T., & Patrick, M. E. (2024). Depressive symptoms in adolescence and young adulthood. JAMA Network Open, 7(8), e2427748. http://doi:10.1001/jamanetworkopen.2024.27748
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determination sample size for research activities. Education and Psychology Measurement, 30(3), 607-610.
Martínez Líbano, J., Osorio Arévalo, D., Soto Valdivia, A., Barahona-Fuentes, G., & Iturra Lara, R. (2024). University students mental health literacy: A systematic review. Health Leadership and Quality of Life, 3, 341. https://doi.org/10.56294/hl2024.341
O'Connor, M. & Casey, L. (2015). The Mental Health Literacy Scale (MHLS): A new scale-based measure of mental health literacy. Psychiatry Research, 229(1-2), 511-516.
Schober, P., Boer, C., & Schwarte, L. A. (2018). Correlation coefficients: Appropriate use and interpretation. Anesthesia & Analgesia, 126(5), 1763-1768. https://doi.org/10.1213/ANE.0000000000002864
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
2. บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข


