การพัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแตกจากภาวะความดันโลหิตสูง

ผู้แต่ง

  • สมหวัง โรจนะ โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรี

คำสำคัญ:

รูปแบบการพยาบาล, ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแตก, ภาวะความดันโลหิตสูง

บทคัดย่อ

        การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการพยาบาลและศึกษาผลลัพธ์ของการใช้รูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแตกจากภาวะความดันโลหิตสูง กลุ่มตัวอย่าง คือ 1)ทีมสหสาขาวิชาชีพ 14 คน (แพทย์ 2 คน และพยาบาล 12 คน) 2) พยาบาลวิชาชีพจำนวน 50 คน 3) ผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแตกจากภาวะความดันโลหิตสูง จำนวนกลุ่มละ 42 คน การดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาสถานการณ์ โดยการทำสนทนากลุ่ม ทีมสหสาขาวิชาชีพ 12 คน ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแตกจากภาวะความดันโลหิตสูง โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ของซูคัพ ระยะที่ 3 นำรูปแบบการพยาบาลไปทดลองใช้ และระยะที่ 4 ประเมินผลการใช้รูปแบบการพยาบาลที่พัฒนาขึ้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย รูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ แบบวัดความรู้ตามรูปแบบการพยาบาล แบบสอบถามความพึงพอใจของพยาบาลวิชาชีพ แบบวัดความรู้ของผู้ดูแลผู้ป่วย แบบประเมินความสามารถของผู้ดูแลผู้ป่วย แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ดูแลผู้ป่วย และแบบบันทึกผลลัพธ์ทางคลินิก วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ การวิเคราะห์เนื้อหา สถิติเชิงพรรณนา และสถิติทดสอบค่าทีแบบคู่

        ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแตกจากภาวะความดันโลหิตสูงที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย การรับผู้ป่วย การพยาบาลผู้ป่วย การวางแผนจำหน่ายและส่งต่อ   ประเมินประสิทธิผลของผลลัพธ์หลังการใช้รูปแบบการพยาบาล ประกอบด้วย 1) ความรู้ของพยาบาลวิชาชีพหลังการใช้รูปแบบการพยาบาลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05)  2) ความพึงพอใจของพยาบาลวิชาชีพต่อการใช้รูปแบบการพยาบาล อยู่ในระดับมากที่สุด (mean=4.28, S.D.=0.36) 3) ความรู้ของผู้ดูแลผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) 4) ผู้ดูแลร้อยละ 94.49  ผ่านการประเมินและมีความสามารถในการดูแลผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง  5) ความพึงพอใจของผู้ดูแลผู้ป่วยจากการใช้รูปแบบการพยาบาล อยู่ในระดับมากที่สุด (mean=4.30 S.D.=0.28) และ 6)  ผลลัพธ์ทางคลินิกที่สำคัญ คือ มีการติดเชื้อปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจ 3 ราย ไม่พบอัตราการตาย ไม่มีการเกิดแผลกดทับ รวมทั้งวันนอนโรงพยาบาลเฉลี่ย และค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาลดลง

        รูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแตกจากภาวะความดันโลหิตสูงที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถนำไประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในหอผู้ป่วยศัลยกรรม เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งเป็นการเชื่อมโยงการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน

ประวัติผู้แต่ง

สมหวัง โรจนะ, โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรี

ประวัติส่วนตัว

 

  ชื่อ - นามสกุล (ภาษาไทย)             นางสมหวัง  โรจนะ

  ชื่อ - นามสกุล (ภาษาอังกฤษ)         Mrs. Somwang Rojana

  ตำแหน่งปัจจุบัน                          พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ

                                                 (หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต)                                                   

 หน่วยงานและสถานที่อยู่ที่ติดต่อได้สะดวก   หอผู้ป่วยหนักศัลกรรม กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช 260 ม. 1 ถ. พหลโยธิน ต. เขาสามยอด  อ. เมือง จ. ลพบุรี (15000)      

     โทรศัพท์ 036-785444 ต่อ 4114 มือถือ 085-4926292  โทรสาร 036-785424  

      E-mail:   somwang4114@hotmail.com

 

ประวัติการศึกษา    

ปี 2526

 ประกาศนียบัตรพยาบาลศาสตร์และผดุงครรภ์ ชั้นสูง จากวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า
 จังหวัดจันทบุรี

ปี 2535

ปี 2550   

 สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

 อบรมเฉพาะทางการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต (ผู้ใหญ่) จากวิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก

ปี 2551

 ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จังหวัดลพบุรี

 

 

ประสบการณ์การทำงาน

ปี 2526-2531     พยาบาลประจำการหอผู้ป่วยอายุรกรรม  โรงพยาบาลบ้านหมี่  

ปี 2531-2548     พยาบาลประจำการงานห้องผู้ป่วยหนัก  โรงพยาบาลลพบุรี 

ปี 2548-ปัจจุบัน  หัวหน้างานผู้ป่วยหนักศัลยกรรม  โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช 

ปี 2557-ปัจจุบัน  หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต

 

เลขที่ใบประกอบวิชาชีพ              4511008251

งานวิจัย

ปี 2561 การพัฒนาการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลในการป้องกันปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจ
             ในผู้ป่วยหอผู้ป่วยหนักศัลยกรรม โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช จ.ลพบุรี

ปี 2562 ผลของการสื่อสารด้วยชุดเมนูสื่อสารต่อความพึงพอใจในการสื่อสารของผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจ

ปี 2563 ผลการประเมินความง่วงซึมต่อภาวะแทรกซ้อนจากการได้ยาระงับปวดในผู้ป่วยหลังผ่าตัด

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Global status report on noncommunicable diseases 2014 [document on the Internet]. Geneva, Switzerland: WHO; 2014 [update 2020 June 14; cited 2020 June 14]. Available from: https://www.who.int/nmh/publications/ncd-status-report-2014/en/.

Bureau of Non-Communicable Diseases, Ministry of Public Health. World Stroke Day 2016. Bangkok: Bureau of Non-Communicable Diseases; 2016. (in Thai).

Strategy and Planning Division, Ministry of Public Health. Public Health Statistics 2017. Bangkok: Siam Charoen Commercial; 2018. (in Thai).

Medical Information Group, Phra Narai Maharaj Hospital. Patient statistics report, Phra Narai Maharaj Hospital. Lopburi; 2019 (in Thai).

Department of Surgery, Phra Narai Maharaj Hospital. Indicators of surgical service quality, Phra Narai Maharaj Hospital. Lopburi; 2019. (in Thai).

Chantra R, Sansuwan R, Heeaksorn C. Care for stroke patients with a multidisciplinary team. Journal of Royal Thai Army Nurses 2017; 18(suppl): 49-55. (in Thai).

Kusum V, Takarnvanich T, Kamwicha P, Chotnopparatpattara P, Krongyuth S, Charuwanno R, et al. Critical care nursing: a holistic approach. 6th Edition. Bangkok: Saha Pracha Panich Inc; 2017. (in Thai).

Barker EM. Neuroscience Nursing: a spectrum of care. 3rd Edition. Missouri: Mosby Elsevier; 2008.

Punjaisee S, Phuenpathom N, Veerasarn K, Charnnarong N, Khaoroptham S, Siwanuwatn R, et al. Clinical practice guidelines for hemorrhagic stroke. Bangkok: Tana Press Co., Ltd; 2013. (in Thai).

Wiwattrakul K, Anosri L. The caring model development of acute stroke’s patients at Kalasin Hospital. Journal of Nursing Division 2017; 44(2): 26-45. (in Thai).

Wiwanpong C. Development of care for hemorrhagic stroke patients in Surgical Intensive Care Unit, Yasothon Hospital. An Independent study report for the Master of Nursing Science in adult nursing, faculty of nursing, Khon Kaen university; 2012. (in Thai).

Rattanapathumwong P, Yeaujaiyen M. Practice Guidelines for pain management among postoperative patients in the post-anesthesia care unit in Ranong Hospital. Journal of Boromarajonani College of Nursing 2014; 30(1): 86-99. (in Thai).

Tilokskulchai F. Evidence-based nursing: principle and method. 3rd Edition. Bangkok: Pre One Part., Ltd.; 2008. (in Thai).

Soukup M. The center for advanced nursing practice evidence-based practice model. Nurs Clin N Am. 2002; 35(2): 301-309

Cohen J. Statistical power analysis for behavioral sciences. New York: Academic Press; 1988.

Srisatidnarakul B. The methodology in nursing research. 3rd Edition. Bangkok: You and I Inter Media; 2007. (in Thai).

The Joanna Briggs Institute. Joanna Briggs Institute Reviewers’ Manual 2011 Edition. Australia: The Joanna Briggs Institute; 2011.

Kedsing W. Mean and meaning translation. Education newsletter.1995;18(3):8-11.

Tantivisut S, Namvongprom, Sirikul S. Effectiveness of Nursing System Development in Using Evidence-based Protocol on Quality of Care in Patients with Severe Traumatic Brain Injury. Nurs Health Care. 2011; 29(3): 5-13.

Considine J, McGillivry B. An evidence-base practice approach to improve nursing care of acute stroke in an Australian Emergency Department. Clin Nurs. 2010; 1: 138-144.

Srihabundit W, Kimsungnoen N, Namjuntra R. Needs of the caregivers of patients with cerebrovascular disease and the predicting factors of their needs. [Master Thesis of Nursing Science]. Pathum Thani: Rangsit University; 2018. (in Thai).

Paksee N, Sirapo-ngam Y, Monkong S, Leelacharas S. Effects of a transitional care program for stroke patients and family caregivers on caregiver’s preparedness, stress, adaptation, and satisfaction. Ramathibodi Nursing Journal 2016; 22(1): 65-80. (in Thai).

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2021-02-07

รูปแบบการอ้างอิง

1.
โรจนะ ส. การพัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแตกจากภาวะความดันโลหิตสูง. Thai J Cardio-Thorac Nurs. [อินเทอร์เน็ต]. 7 กุมภาพันธ์ 2021 [อ้างถึง 11 มกราคม 2026];31(2):205-21. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/journalthaicvtnurse/article/view/244673

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย