Login or Register to make a submission.

As part of the submission process, authors are required to check off their submission's compliance with all of the following items, and submissions may be returned to authors that do not adhere to these guidelines.

  • Original articles are considered for publication if they have not been published and are not under consideration for publication in press elsewhere.
  • Original articles must be submitted in DOC or DOCX format (Microsoft Office Word), A4 paper size, 8-12 pages including references, and using TH Sarabun PSK front, 14pt size.
  • Original articles must be approved by the Institutional Review Board, IRB by specifying the authorization number within the research ethics section. The IRB Approval certificate must be attached in PDF format.
  • Original articles must be reviewed by an English language specialist. The review certificate must be attached in PDF format.
  • Original articles must be checked by Turnitin program. The certificate/report must be attached in PDF format.
  • Complete the list of references as referenced in the content. Use the format specified by the journal (Vancouver Style), and attach the list in PDF format.
  • You have paid the journal membership fee and publication fee, and uploaded proof of transfer and application documents in PDF format during the submission process. (Publication fee payment is made only after the editor has accepted your article for publication.)

คำแนะนำการเตรียมและส่งต้นฉบับเพื่อลงตีพิมพ์วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์

           กองบรรณาธิการวารสารพยาบาลสงขลานครินทร์ มีความยินดีที่จะรับบทความวิชาการและบทความวิจัย เพื่อตีพิมพ์และเผยแพร่ผลงานวิชาการทางด้านการพยาบาลและสุขภาพของประชาชน ทุกสุขภาวะและทุกช่วงวัย โดยเฉพาะการพยาบาลที่ผสมผสานภูมิปัญญาตะวันออกที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ที่ให้ความรู้ใหม่ในการนำไปปรับปรุงการพยาบาลและสุขภาพของประชาชน จากนักศึกษา อาจารย์ พยาบาล  และนักวิชาการ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งต้นฉบับทุกเรื่องต้องผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภายในและภายนอกคณะฯ ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการพยาบาลโดยเฉพาะ มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญงานในสาขาต่างๆ ก่อนตีพิมพ์ (internal and external reviewers) อย่างน้อย 2 ท่านต่อ 1 บทความ บทความที่จะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์จะต้องได้รับการยอมรับ (accept) จากผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 2 ท่าน (double-blind peer review) วารสารนี้เป็นวารสารราย 3 เดือน กำหนดออกปีละ 4 ฉบับ กองบรรณาธิการขอแนะนำการเขียนและการเตรียมต้นฉบับ ดังนี้

 ประเภทเรื่องที่จะตีพิมพ์

  1. บทความวิชาการที่รวบรวมหรือเรียบเรียงจากเอกสาร กรณีศึกษาหรือหนังสือต่างๆ เพื่อเผยแพร่ งานด้านวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการพยาบาลและการสาธารณสุข
  2. บทความวิจัยทางการพยาบาลและการสาธารณสุขสาขาต่างๆ ซึ่งข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ และนำเสนอผลการวิจัยนั้น จะต้องมีระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับตั้งแต่สิ้นสุดการเก็บข้อมูล รวมทั้งกระบวนการวิจัยต้องผ่านการพิจารณาและรับรองด้านจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์

เงื่อนไขในการพิจารณาผลงาน

  1. ผู้ที่ประสงค์จะส่งบทความวิจัย หรือบทความวิชาการเพื่อขอตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร ต้องสมัครเป็นสมาชิกวารสารพยาบาลสงขลานครินทร์
  2. ผลงานวิจัยที่ส่งตีพิมพ์จะต้องไม่เคยตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน หรือไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารอื่น
  3. ผลงานที่ได้รับการพิจารณาให้ตีพิมพ์ ผู้นิพนธ์ต้องตรวจสอบการเขียน Abstract ให้สอดคล้องกับบทคัดย่อ และถูกหลักภาษาอังกฤษ หรือแจ้งความประสงค์ให้ทางวารสารจัดหา editor ให้ พร้อมมีหนังสือรับรองการ edit ภาษา
  4. ต้องผ่านการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ และต้องแนบสำเนาหนังสือรับรองการอนุมัติจริยธรรมการวิจัยจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (IRB)
  5. ผ่านการตรวจ Turnitin และให้แนบไฟล์ผลการตรวจสอบในรูปแบบ pdf
  6. กองบรรณาธิการจะแจ้งให้ผู้เขียนทราบผลการพิจารณา เพื่อตรวจทานและแก้ไขต้นฉบับให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยขอให้ผู้เขียนส่งผลงานที่แก้ไขกลับคืนมายังกองบรรณาธิการภายในระยะเวลาที่กำหนด
  7. กองบรรณาธิการจะพิจารณาต้นฉบับที่ถูกต้องตามรูปแบบที่วารสารกำหนดเท่านั้น
  8. ถ้าบทความผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว ไม่สามารถยกเลิกการตีพิมพ์บทความได้
  9. สามารถส่งบทความเป็นไฟล์ word (นามสกุล .doc หรือ .docx) พร้อมกับแนบไฟล์ pdf เพื่อพิจารณาตีพิมพ์ในวารสาฯผ่านทางระบบ ThaiJo ได้ที่ link https://he02.tci-thaijo.org/index.php/nur-psu

คำแนะนำในการเตรียมต้นฉบับ

       การเขียนบทความต้นฉบับ ต้องมีข้อมูลการเรียงตามลำดับดังต่อไปนี้

  1. ส่วนนำ ประกอบด้วย

                   1.1 ชื่อเรื่องควรสั้นและให้ได้ใจความตรงกับวัตถุประสงค์ และขอบเขตเนื้อเรื่อง ความยาวไม่เกิน 100 ตัวอักษร ต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สำหรับชื่อเรื่องภาษาอังกฤษไม่ต้องขึ้นต้นข้อความด้วยอักษรใหญ่ทุกคำ ยกเว้นชื่อเฉพาะซึ่งขึ้นต้นด้วยอักษรตัวใหญ่ กลางหน้ากระดาษ ใช้อักษร ตัวหนา ขนาดตัวอักษร TH Sarabun PSK16 point

                   1.2 ชื่อเรื่องอย่างย่อ หรือ running title ภาษาไทยและอังกฤษ (ความยาวไม่น้อยกว่า 30 และ ไม่เกิน 45 ตัวอักษร)

                    1.3 ชื่อ-นามสกุลผู้นิพนธ์ ตำแหน่งทางวิชาการ และสถานที่ทำงาน ต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ชิดขวา ขนาดตัวอักษร TH Sarabun PSI 14 point

                   1.4 ชื่อที่อยู่อีเมล์ผู้รับผิดชอบหลัก ชิดขวา ขนาดตัวอักษร TH Sarabun PSK 14 point

                   1.5 ตัวเลขยก ให้เขียน * ไว้บนนามสกุลเพื่อระบุว่าเป็นที่อยู่ของผู้เขียนท่านใด

  1. บทคัดย่อ (abstract)

           เนื้อหาบทคัดย่อภาษาไทย ควรไม่เกิน 300 คำ ใช้ภาษารัดกุม และเรียงตามลำดับเนื้อหา ดังนี้

  • บทนำ (ความสำคัญของปัญหา และวัตถุประสงค์การวิจัย)
  • วิธีการวิจัย (แบบวิจัย กลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ วิธีการเก็บข้อมูล สถิติที่ใช้)
  • ผลการศึกษา
  • สรุปผล

              เนื้อหาบทคัดย่อภาษาอังกฤษ ควรไม่เกิน 300 คำ เนื้อหาต้องสอดคล้องกับบทคัดย่อภาษาไทย

  • Introduction (background objectives)
  • Methods (objective, design, samples, tools, data collection and data analysis)
  • Results
  • Conclusion
  1. คำสำคัญ (Keyword)

             ควรเลือกคำสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบทความ ประมาณ 3-5 คำ โดยใช้เครื่องหมายอัฒภาค (;)

  1. เนื้อหา (Main document)

             บทความวิชาการ

             ต้นฉบับมีความยาวทั้งหมด 8-10 หน้า รวมเอกสารอ้างอิง เรียงลำดับ ดังนี้

  • บทนำ (introduction) ควรประกอบด้วยหลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ ขอบเขตของเรื่องและคำจำกัดความ หรือนิยามต่างๆ
  • เนื้อหา (contents) เป็นส่วนของเรื่องราวที่นำเสนอ แบ่งเป็นประเด็นหลัก ประเด็นรอง และประเด็นย่อย โดยสอดแทรกแนวคิด ทัศนคดิ และแสดงความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆ โดยอ้างอิงจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ
  • สรุป (conclusion) เป็นการสรุปเนื้อหาในบทความทั้งหมดออกมาอย่างชัดเจน และกระชับโดยมีการสรุป ปิดท้ายเนื้อหาที่เราได้นำเสนอไปแล้วว่ามีผลดี หรือผลเสียอย่างไร
  • ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้ (Recommendations and Implications) เป็นข้อเสนอแนะ ในการนำผลการวิจัยไปใช้หรือไปปฏิบัติ
  • การมีส่วนร่วมในการเขียนบทความ (Participation in article writing) เป็นการระบุการมีส่วนร่วมของผู้เขียน
  • การมีผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of interest) การเปิดเผยการได้รับผลประโยชน์ ต่างๆ ของผู้เขียน
  • กิตติกรรมประกาศ (acknowledgement) กล่าวเพียงสั้นๆ เช่น แหล่งทุนสนับสนุนการศึกษา จากหน่วยงานใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยนอกเหนือจากงานประจำ
  • แหล่งทุนสนับสนุน (ถ้ามี)
  • เอกสารอ้างอิง (references) จำนวน 20-30 รายการ แบบแวนคูเวอร์ ใช้ระบบ Vancouver เท่านั้น
  • ตาราง ภาพ และแผนภูมิ (ไม่เกิน 1-2 ตาราง ภาพ และแผนภูมิ)

 

          บทความวิจัย

             ต้นฉบับมีความยาวทั้งหมด 8- 12 หน้า รวมเอกสารอ้างอิง เรียงลำดับ ดังนี้

  • ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา (background and rational of the study) นำเสนอที่มา ปัญหา แนวคิดหรือความจำเป็นในการทำวิจัย กล่าวถึงสถานะของปัญหาวิจัยหรือประเด็นสำคัญที่ต้องการนำเสนอ
  • คำถามการวิจัย (research question) คำถามที่นักวิจัยกำหนดขึ้นเพื่อหาคำตอบ ซึ่งจะนำไปสู่วิธีการแก้ไขปัญหาวิจัย นิยมตั้งคำถามวิจัยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรตั้งแต่สองตัวขึ้นไปมีลักษณะอย่างไร หลักเกณฑ์ของการกำหนดปัญหาวิจัย
  • วัตถุประสงค์การวิจัย (objectives) มีความชัดเจน วัดได้สอดคล้องกับเรื่องที่ศึกษา
  • รูปแบบการศึกษา
  • สมมติฐาน (ถ้ามี)
  • กรอบแนวคิดการวิจัย (ถ้ามี)
  • วิธีการดำเนินการวิจัย
  • ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง /ขนาดกลุ่มตัวอย่าง /สถานที่ใช้ในการศึกษา
  • จริยธรรมในการวิจัย
  • การเก็บรวบรวมข้อมูล /เครื่องมือในการวิจัย /วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
  • วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล
  • ผลการวิจัย (Results) เสนอผลการวิจัยที่ตรงประเด็นตามลำดับขั้นของการวิจัย การใช้ตารางหรือแผนภูมิไม่ควรเกิน 3 ตารางหรือแผนภูมิโดยมีการแปลความหมายและวิเคราะห์ผลที่ค้นพบอย่างชัดเจน
  • อภิปรายผลการวิจัย (Discussion) ผสมผสานเปรียบเทียบและตีความผลการวิจัยให้เข้ากับหลักทฤษฎี แนวคิด และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเชื่อมโยงผลการวิจัยให้สอดคล้องกับประเด็นปัญหาการวิจัย
  • ข้อจำกัดของการศึกษา (Limitation) เป็นข้อคาดการณ์บางสิ่งที่อาจเกิดขึ้นโดยบังเอิญ และไม่อาจควบคุมได้ในงานวิจัย เช่น ข้อมูล แหล่งข้อมูล วิธีการที่ผู้วิจัยไม่สามารถควบคุมได้ในการวิจัย ทำให้การศึกษานั้นไม่สำเร็จตามจุดมุ่งหมาย
  • สรุป (Conclusion) เป็นการสรุปเนื้อหาในบทความทั้งหมดออกมาอย่างชัดเจน และกระชับโดยมีการสรุป ปิดท้ายเนื้อหาที่เราได้นำเสนอไปแล้วว่ามีผลดี หรือผลเสียอย่างไร
  • ข้อเสนอแนะและการนำไปใช้ (Recommendations and Implications) เป็นข้อเสนอแนะ ในการนำผลการวิจัยไปใช้หรือไปปฏิบัติ
  • การมีส่วนร่วมในการเขียนบทความ (Participation in article writing) เป็นการระบุการมีส่วนร่วมของผู้เขียน
  • การมีผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of interest) การเปิดเผยการได้รับผลประโยชน์ ต่างๆ ของผู้เขียน
  • แหล่งทุนสนับสนุน (ถ้ามี)
  • กิตติกรรมประกาศ (acknowledgement) กล่าวเพียงสั้นๆ เช่น แหล่งทุนสนับสนุนการศึกษา จากหน่วยงานใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยนอกเหนือจากงานประจำ
  • เอกสารอ้างอิง (references) จำนวน 25-30 รายการ แบบแวนคูเวอร์ ใช้ระบบ Vancouver เท่านั้น
  • ตาราง ภาพ และแผนภูมิ (ไม่เกิน 3 ตาราง ภาพ และแผนภูมิ)

 

การเขียนเอกสารอ้างอิง ตามแบบ Vancouver Style

           การอ้างอิงเอกสารไม่เกิน 10 ปี ยกเว้นหนังสือตำราบางประเภทที่เป็นทฤษฎีหรือปรัชญา และควรอ้างอิงบทความวิชาการ บทความวิจัยจากวารสารไทยและต่างประเทศ

           การเขียนเอกสารอ้างอิง  ตามระบบของ แวนคูเวอร์  สำหรับวารสารพยาบาลสงขลานครินทร์ ภาษาไทย ปรับเขียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด และเขียนตามรูปแบบภาษาอังกฤษ ทั้งชื่อผู้แต่ง ให้ใช้นามสกุล ตามด้วยชื่อ และใช้ ปี ค.ศ. โดยการปรับปี พ.ศ. เป็น ค.ศ. แล้วเติมท้ายข้อความท้ายเอกสารอ้างอิงว่า   “Thai”   

            สำหรับการใช้ชื่อย่อวารสารไทย เป็นภาษาอังกฤษ ปรับตามชื่อภาษาอังกฤษของวารสารนั้นๆ  สำหรับการค้นหาชื่อย่อของวารสารภาษาอังกฤษ ได้จาก https://www.nlm.nlm.gov

 

           การเขียนอ้างอิงในเนื้อหา  (in text citation) ใช้เครื่องหมายสำหรับอ้างอิงเนื้อหาเป็นตัวเลขยก ดังนี้

             “ 1 ”                

          ตัวอย่าง

  1. แบบอ้างอิงเน้นผู้เขียน ใส่เลขยก หลังชื่อผู้เขียน Walker1
  2. ผู้เขียนไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหา ให้ใส่ตัวเลขตามหลังข้อความที่อ้างอิง

                โรคมะเร็งในเด็ก พบว่ามีอุบัติการณ์สูงถึงร้อยละ 101   

  1. อ้างอิงหลายรายการให้ใส่  “ - ” หรือ  “ , ” ระหว่างตัวเลข จากการทบทวนงานวิจัย1,5-6
  2. อ้างอิงเอกสารท้ายบทความ ให้เรียงลำดับตัวเลขตามที่อ้างถึงในบทความ 1, 2, 3, ...... จนถึงลำดับสุดท้าย ตามการเรียงลำดับอ้างอิงในเนื้อหา

 

การเขียนเอกสารอ้างอิงท้ายบทความ

       บทความวารสาร  (Articles in Journals)  โดยมีการเขียนรูปแบบหลัก ดังนี้

นามสกุลของผู้เขียน  อักษรย่อชื่อผู้เขียน . ชื่อบทความ. ชื่อย่อวารสาร ปีที่พิมพ์; เล่มที่ของวารสาร                      (ฉบับที่วารสาร): หน้าแรก-หน้าสุดท้าย.

Authors. Title of the Article. Journal Title Year; Volume (Issue): Page. doi.

  1. สำหรับผู้แต่งไม่เกิน 3 คน

          ตัวอย่าง

Shohani M, Zamanzadeh V. Nurses’ attitude towards Professionalization and factors influencing It. J Caring Sci. 2017; 6(4): 345-57. doi: 10.15171/jcs.2017.033.

  1. สำหรับผู้แต่ง มากกว่า 3 คนขึ้นไป ให้เขียน “et al.”

          ตัวอย่าง

Deshmukh PP, Singh MM, Deshpande MA, et al. Clinical and angiographic profile of very  young adults presenting with first acute myocardial infarction: Data from a tertiary care Center in Central India. Indian Heart J. 2019; 71 (5): 418-21. doi: 10.1016/j.ihj.2019.12.004.

  1. สำหรับวารสารภาษาไทย ให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ โดยลงท้าย ด้วย “Thai”

          ตัวอย่าง

Thasaneesuwan S, Nilmanat K. Psychological Distress in Patient with Cancer Undergoing Chemotherapy and Nursing Care. Songklanagarind J Nurs. 2019; 39(4): 111-20. Thai.

โปรดสังเกต

  1. ชื่อของเรื่องจะใช้ตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด ยกเว้นตัวอักษาแรกและชื่อเฉพาะ
  2. ชื่อวารสารจะใช้เป็นชื่อย่อ โดยต้องเป็นไปตามที่กำหนดไว้ใน Index Medicus ซึ่งจะหาดูได้ตามห้องสมุดใหญ่ทั่วไป เช่นตามโรงเรียนแพทย์ หรือสืบค้นข้อมูลจาก Internet เว็บไซต์ของ National Library of Medicine ที่ http://www.nlm.nit.gov
  3. ระหว่างชื่อย่อวารสารกับปีที่พิมพ์ไม่มีเครื่องหมายวรรคตอนใดๆ คั่นอยู่
  4. เครื่องหมายวรรคตอนที่ใช้แสดง ประกอบด้วย

           , ใช้คั่นระหว่างชื่อผู้เขียน

          . ใช้หลังคำย่อชื่อผู้เขียนคนสุดท้าย หรือหลังคำว่า et al หลังชื่อเรื่องและท้ายสุดของประโยค

          ; คั่นระหว่างปี ค.ศ. ที่พิมพ์กับ volume ของหนังสือโดยไม่มีช่องว่างคั่นหน้าหรือหลังเครื่องหมาย

         : ใช้คั่นระหว่าง Volume กับเลขหน้า โดยไม่มีช่องว่างคั่นหน้าหรือหลังเครื่องหมาย

         - ใช้คั่นระหว่างเลขหน้าหน้าแรกกับหน้าสุดท้ายของเรื่องที่นำมาอ้างอิง และไม่มีช่องว่างคั่นหน้า หรือหลังเครื่องหมาย

  1. ตัวเลขหน้าใช้ตัวเต็มสำหรับหน้าแรก และตัวย่อสำหรับหน้าสุดท้าย เช่น 980-3 แทนที่จะเป็น 980-983 หรือเป็น 788-93 แทนที่จะเป็น 788-793

 

  1. กรณีผู้เขียนเป็นหน่วยงาน

          ตัวอย่าง

American Academy of Pediatrics. Level of neonatal care. Pediatrics. 2012; 114 (5): 1341-47.

 

  1. กรณีฉบับเสริม

          ตัวอย่าง

Kala S, Khaonark R. Breastfeeding in postpartum mothers of sick Newborns. Songklanagrind J Nurs. 2016; 36(Suppl): 196-208. Thai.

 

  1. กรณีเอกสารอ้างอิงเป็นฉบับย่อ (issue) ที่มีฉบับเสริม (supplement)

          ตัวอย่าง

Singh H, Banipal R. Psychological distress in cancer patient during chemotherapy:
          A crosssectional study. J Clin Oncol. 2016; 34 (26 suppl): 231.

 

หนังสือ (Books) โดยมีการเขียน รูปแบบหลัก  ดังนี้

ชื่อผู้แต่ง. ชื่อหนังสือ. ครั้งที่พิมพ์. สถานที่พิมพ์: สำนักพิมพ์. ปีที่พิมพ์.

Authors. Title of the Book. Edition. Place of Publication. Publisher. Year.

  ตัวอย่าง

Schneider RK, Levenson JL. Psychiatry essentials for primary care. Philadelphia: American College of Physicians; 2008.

 

ผู้แต่งเป็นบรรณาธิการรวบรวม

  ตัวอย่าง

Dulcan MK, editor. Dulcan's text book of child and adolescent psychiatry. Washington DC: American Psychiatric Publishing; 2010.

บทที่อยู่ในหนังสือ

   ตัวอย่าง

              Hamrin V, Deering CG. Mental health assessment of children and adolescents.  In: Boyd MA, editors. Psychiatric Nursing Contemporary practice enhanced update. 5 th ed. Philadelphia, PA: Wolters Kluwer; 2015.

สำหรับหนังสือภาษาไทย  ให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ โดยลงท้าย ด้วย  “Thai”

   ตัวอย่าง

              Phattharayuttawat S. Manual of psychological testing. 5 th ed. Bangkok: Teetap; 2013. Thai.  

 

โฮมเพจ เว็บไซต์ (Homepage/ Website)

ชื่อผู้แต่ง. ชื่อเรื่อง [อินเทอร์เนต]. สถานที่พิมพ์: สำนักพิมพ์ [วันที่ citation]. Available from: URL ของ website

Author. Title [Internet]. Place of Publication: Publisher [cited Year Month Date]. Available from: URL

  

 ตัวอย่าง

Trangkasombat U. Children's Depression Inventory (CDI) [Internet]. Bangkok: Department of Mental Health; 2016 [cited 2016 Apr 4]. Available from: http://www.dmh.go.th/test/cesd/depress/

Autisticthai.com. [homepage on the Internet]. Bangkok: Foundation for Autistic Thailand 2016 [updated 4 Apr 2016; cited 2016 Apr 4]. Available from: http://www.autisticthai.com/index.php

 

สำหรับเอกสารรายละเอียดของเอกสารอ้างอิง  Vancouver style ทั้งหมดอ้างโดย  Citing Medicine: The NLM Style Guide for Authors, Editors, and Publishers [Internet]. 2nd edition. (http://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK7271/)

      โดยเริ่มใช้ตั้งแต่ปีที่ 41 ฉบับที่ 1 เป็นต้นไป  

----------------------------------------------------------------------

 ตรวจสอบสิ่งที่ส่งตามรายการต่อไปนี้

     (    )  สมัครสมาชิกวารสารในระบบ ThaiJo และส่งเอกสารการสมัครสมาชิก/ค่าธรรมเนียมตีพิม์ ได้ที่ E-mail : sjnpsu@gmail.com

     (    )  ส่งต้นฉบับบทความ ด้วยตัวอักษร TH Sarabun PSK 14  จำนวน 8- 12 หน้า ผ่านระบบ Thaijo  ได้ที่ https://he02.tci-thaijo.org/index.php/nur-psu/about/submissions

     (    )  หนังสือรับรองจริยธรรม

     (    )  หนังสือรับรองการ Edit ภาษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา (บทคัดย่อ/Abstract ไม่เกิน 300 คำ)

     (    )  หนังสือรับรองขอการตีพิมพ์

     (    )  คำสำคัญ / Keywords จำนวน 3-5 คำ

     (    )  เอกสารอ้างอิงไม่ควรเกิน 10 ปี ครบถ้วนในเนื้อหา และถูกต้องตามรูปแบบที่วารสารกำหนด  (25-30 เรื่อง รวบรวมเป็น 1 ไฟส์)