ผลของโปรแกรมส่งเสริมความเชื่อด้านสุขภาพ ต่อพฤติกรรมการป้องกัน ปัญหาสุขภาพช่องปากในผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้

ผู้แต่ง

  • พัชราภรณ์ ปัญญาดี คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • ศิวพร อึ้งวัฒนา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • วิลาวัณย์ เตือนราษฎร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

คำสำคัญ:

แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ, โรคเบาหวาน, สุขภาพช่องปาก, พฤติกรรมการป้องกัน, โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพ

บทคัดย่อ

งานวิจัยแบบกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการป้องกันปัญหาสุขภาพช่องปากในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ ของกลุ่มทดลองระหว่างก่อนและหลังการเข้าร่วมโปรแกรมส่งเสริมความเชื่อด้านสุขภาพในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการป้องกันปัญหาสุขภาพช่องปากระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมที่เข้าร่วมโปรแกรมส่งเสริมความเชื่อด้านสุขภาพ โปรแกรมดำเนินการเป็นระยะเวลา 7 สัปดาห์ โดยการแบ่งกลุ่มตัวอย่างตามเกณฑ์การคัดเข้าและคัดออกอย่างเป็นระบบ จำแนกเป็นกลุ่มทดลอง 32 ราย และกลุ่มควบคุม 32 ราย วัดก่อน-หลังการศึกษา และติดตามหลังจากการนำโปรแกรมดำเนินการในสัปดาห์ที่ 7 โดยโปรแกรมฯพัฒนาจากแนวคิดทฤษฎีแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพของเบคเกอร์ เครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป และแบบสอบถามพฤติกรรมการป้องกันปัญหาสุขภาพช่องปากในผู้ที่เป็นโรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ ผลการตรวจสอบค่าดัชนีความตรงของเนื้อหาเท่ากับ 0.94 และค่าความเชื่อมั่น ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟาครอนบาคเท่ากับ 0.887 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา สถิติ Paired t-test และ Independent samples t-test

ผลการวิจัย พบว่า กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการป้องกันปัญหาสุขภาพช่องปาก หลังได้รับโปรแกรมสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (54.09±13.73 และ 85.28±7.55 ตามลำดับ, p<.001) ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการป้องกันปัญหาสุขภาพช่องปากของกลุ่มทดลองที่ได้รับโปรแกรมสูงกว่ากลุ่มควบคุมที่ได้รับการพยาบาลตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (85.28±7.55 และ 56.88±10.34 ตามลำดับ, p<.001) สรุปได้ว่าโปรแกรมส่งเสริมความเชื่อด้านสุขภาพมีประสิทธิผลในการส่งเสริมความเชื่อและพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากในผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ ผ่านการเพิ่มการรับรู้ความเสี่ยงการพัฒนาทักษะการดูแลตนเอง และการสนับสนุนจากทีมสหสาขาวิชาชีพ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนทางช่องปาก ทั้งนี้โปรแกรมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในระบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ เพื่อพัฒนากระบวนการดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้แบบบูรณาการและลดภาวะแทรกซ้อนทางช่องปาก

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Diabetes [Internet]. Geneva: WHO; 2023 [cited 2024 Jul 10]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/diabetes

Genitsaridi I, Salpea P, Salim A, Sajjadi SF, Tomic D, James S, et al. 11th edition of the IDF Diabetes Atlas: global, regional, and national diabetes prevalence estimates for 2024 and projections for 2050. Lancet Diabetes Endocrinol 2026; 14(2):149–56.

ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. อัตราการป่วยรายใหม่ของโรคเบาหวานต่อแสนประชากรในปีงบประมาณ และอัตราการป่วยตายด้วยโรคเบาหวาน [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2567 [เข้าถึงเมื่อ 11 มี.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://hdc.moph.go.th/center/public/standard-subcatalog/6a1fdf282fd28180eed7d1cfe0155e11

Hajishengallis G, Chavakis T. Local and systemic mechanisms linking periodontal disease and inflammatory comorbidities. Nat Rev Immunol 2021; 21(7):426–40.

Preshaw PM, Alba AL, Herrera D, Jepsen S, Konstantinidis A, Makrilakis K, et al. Periodontitis and diabetes: a two-way relationship. Diabetologia 2012; 55(1):21–31.

Sanz M, Ceriello A, Buysschaert M, Chapple I, Demmer RT, Graziani F, et al. Scientific evidence on the links between periodontal diseases and diabetes: Consensus report and guidelines of the joint workshop on periodontal diseases and diabetes by the International Diabetes Federation and the European Federation of Periodontology. Diabetes Research and Clinical Practice 2018; 137:231–41.

American Diabetes Association. Comprehensive Medical Evaluation and Assessment of Comorbidities: Standards of Care in Diabetes-2024. Diabetes Care 2024; 47(1):S52-76.

Winning L, Linden GJ. Periodontitis and systemic disease: Association or Causality?. Curr Oral Health Rep 2017; 4:1-7. doi:10.1007/s40496-017-0121-7

สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย. รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 8 ประเทศไทย พ.ศ. 2560 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมอนามัย: 2561 [เข้าถึงเมื่อ 11 มี.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://dental.anamai.moph.go.th/web-upload/migrated/files/dental2/n2423_3e9aed89eb9e4e3978640d0a60b44be6_survey8th_2nd.pdf

Ahmad R, Haque M. Oral Health Messiers: Diabetes Mellitus Relevance. Diabetes Metab Syndr and Obes; 2021; 14:3001-15.

Alghazaly F, Hariyani N, Setyowati D, Alghazali K, Aljunaid MA. Impacts of Diabetes Mellitus Oral Manifestation on Quality of Life: A Systematic Review. J Int Oral Health 2024; 16(6):421-31.

ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. อัตราการป่วยรายใหม่ของโรคเบาหวานต่อแสนประชากรในปีงบประมาณ และอัตราการป่วยตายด้วยโรคเบาหวาน [อินเทอร์เน็ต]. เชียงราย: กระทรวงสาธารณสุข; 2567 [เข้าถึงเมื่อ 11 มี.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://hdc.moph.go.th/cri/public/standard-subcatalog/6a1fdf282fd28180eed7d1cfe0155e11

สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย. แนวทางการดูแลสุขภาพช่องปากในผู้ป่วยเบาหวาน สำหรับทันตบุคลากรและบุคลากรสาธารณสุข [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย; 2565 [เข้าถึงเมื่อ 11 มี.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://dental.anamai.moph.go.th/web-upload/5x9c01a3d6e5539cf478715290ac946bee/tinymce/07/Dental%20Guideline%20for%20DM%20patients.pdf

Almeneessier AS, Alharbey RA, Alshehri AA, Alhuraishi HA, AlGheriri WA, Alhreashy FA. Assessment of oral health status and practice among diabetic and nondiabetic participants. J Family Med Prim Care 2025; 14(4):1313–19.

Rosenstock IM, Strecher VJ, Becker MH. Social learning theory and The Health Belief Model. Health Educ Q 1988; 15(2):175-83.

ณัติยา พรหมสาขา ณ สกลนคร, อรอุมา แก้วเกิด, นรากร พลหาญ, พิพัฒษ์พงศ์ เข็มปัญญา, เจริญชัย หมื่นห่อ. ผลของโปรแกรมการให้ความรู้ตามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดงติ้ว. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล 2567; 40(2):25-35.

สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2566. กรุงเทพฯ: บริษัทศรีเมืองการพิมพ์จำกัด; 2567

Cohen J. Statistical Power Analysis for the Behavioral Sciences. 2nd edition. Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum Associates; 1998.

สุรากรี หนูแบน, อารยา ปรานประวิตร, สาโรจน์ เพชรมณี. ผลของการใช้กระบวนการกลุ่มและแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองในการป้องกันโรคเบาหวานของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารบัณฑิตวิจัย 2559; 7(1):101–14.

ประไพวรรณ ด่านประดิษฐ์, พูนสุข ช่วยทอง. ผลของโปรแกรมการประยุกต์ใช้แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพต่อการรับรู้และพฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด-19 ผู้สูงอายุเบาหวาน. วชิรสารการพยาบาล 2566; 25(1):26–38.

พงษ์ภัทร์ รัตนสุวรรณ, กนกทิพย์ สว่างใจธรรม. ผลของโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพตามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ ต่อพฤติกรรมการออกกำลังกายในผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างแบบไม่เฉพาะเจาะจง. พยาบาลสาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2568; 52(2):134–49.

วาริศา สนจิตร์, ไพบูลย์ พงษ์แสงพันธ์, ประยุกต์ เดชสุทธิกร, ธรรมวัฒน์ อุปวงษาพัฒน์. ผลของโปรแกรมแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ ต่อพฤติกรรมความคุมความดันโลหิต ในผู้ป่วยสูงอายุโรคความดันโลหิตสูง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 2569; 20(1):263–76.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

1.
ปัญญาดี พ, อึ้งวัฒนา ศ, เตือนราษฎร์ ว. ผลของโปรแกรมส่งเสริมความเชื่อด้านสุขภาพ ต่อพฤติกรรมการป้องกัน ปัญหาสุขภาพช่องปากในผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้. JODPC10 [อินเทอร์เน็ต]. 30 มิถุนายน 2026 [อ้างถึง 21 กรกฎาคม 2026];24(1):172-85. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/odpc10ubon/article/view/280939

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ