Knowledge and Behavior for control and prevention in Diarrhea Sakhrai Hospital , Nongkhai Province
Abstract
Objective: To study knowledge and behavior for control and prevention Diarrhea, Sakhrai District, Nongkhai Province and To study relation between knowledge and behavior for control and prevention in Diarrhea, Sakhrai District , Nongkhai Province. Design: Cross-sectional descriptive study Setting: Sakhrai Hospital Methods and Materials: The examples in this study were 406 persons in 3 sub-districts that aged 15 years old and over who lived in Sakhrai District, Nongkhai Province. Study on October 1, 2019 to October 31, 2019 was selected. The instruments were 1) Personal Information of samples 2) 17 Questionnaire about knowledge and 3) Behavior for control and prevention in Diarrhea. The data were analyzed using percentage, mean and pearson’s correlation Results: The results showed that 1) The examples were knowledgeable (Mean= 0.61). 2) Scores of behavior was frequently (Mean = 2.35). And 3) Knowledge is related to behavior for control and prevention in Diarrhea (p < 0.05).
References
2. สำนักระบาดวิทยา. (2561). สถานการณ์ โรคอุจาระร่วง [อินเทอร์เน็ต].กรม ควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. [เข้า ถึงเมื่อ8 ต.ค. 2562]. เข้าถึงได้จาก http://www.boe.moph.go.th/boedb/surdata/index.php
3. รายงานประจำปีสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หนองคาย. (2561)
4. รายงานการเฝ้าระวังโรค รพ.สระใคร อำเภอ สระใคร จังหวัดหนองคาย. (2561)
5. พรธิดา วิเชียรปัญญา. (2547). การจัดการความรู้ : พื้นฐานและการประยุกต์ใช้. กรุงเทพฯ. ธรรกมลการพิมพ์.
6. วิจารณ์ พานิช. (2548). การจัดการความรู้กับ การบริหารราชการไทย. กรุงเทพฯ : สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อ สังคม.
7. สำนักงาน ก.พ.ร.และสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่ง ชาติ. (2548). การจัดการความรู้จาก ทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ
8. สำนักการจัดการความรู้. (2558). คู่มือการ จัดการความรู้กรมควบคุมโรค.กรม ควบคุมโรค. นนทบุรี.
9. ไมลา อิสสระสงคราม, ทัศนีย์ บุญประครอง, เกษม จันทร์แก้ว. (2558). ความรู้และ การปฏิบัติในการควบคุมและป้องกันโรค ติดต่อของอาสาสมัครผู้ดูแลเด็กในศูนย์ พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน กรุงเทพมหานคร. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ.2558;31:80-91
10. รัชนี ธีระวิทยเลศ, สุกัญญา จงถาวรสถิต, ปิ่นนภ นรเศรษฐพันธ์. (2552). ความรู้และ พฤติกรรมของผู้ดูแลเด็กในการป้องกัน โรคอุจจาระร่วงในเด็ก.วารสารควบคุม โรค.2552;35:39-46
11. นันท์นภัส เพ็ชรสุวรรณ, สุเวช พิมน้ำเย็น. (2560). ผลการใช้โปรแกรมการส่งเสริม การปฏิบัติสุขภาพอนามัยส่วนบุคคลต่อ ความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรมการป้องกันโรค อุจจาระร่วงในชุมชนไทยภูเขาเผ่าม้ง อำเภอ งาว จังหวัดลำปาง. สมาคมสถาบัน อุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยในพระ ราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.2560;6:15-26
12. อุไร ชำนาญค้า. (2553). ผลการใช้โปรแกรม ให้ความรู้อย่างเป็นระบบต่อความรู้ การ รับรู้ และพฤติกรรมการ ปฏิบัติเพื่อ ป้องกันโรคอุจจาระร่วงในกลุ่มผู้ดูแลเด็ก โรคอุจจาระร่วงที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี. วารสารกองการพยาบาล. 2553;37:39-50
13. พรทิพย์ แก้วชิน. (2554). ปัจจัยที่มีความ สัมพันธ์กับพฤติกรรมของผู้ดูแลในการ ป้องกันโรคอุจจาระร่วงในเด็กระหว่าง อายุ 0-5 ปี กรณีศึกษาหมู่บ้านระกาย ตำบลจอหอ อำเภอเมือง จังหวัด นครราชสีมา.วิทยาลัยนครราชสีมา. 2554;5:17-24
14. เดือนเพ็ญ แซ่เตี้ยว. (2556). ความสัมพันธ์ ระหว่างความรู้และทักษะกับพฤติกรรม ในการป้องกันโรคอุจจาระร่วงของ ประชาชนในอำเภอเมือง จังหวัดระนอง [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตร์มหา บัณฑิต].เพชรบุรี:มหาวิทยาลัยราชภัฏ เพชรบุรี.
15. ประภาเพ็ญ สุวรรณ. (2526). ทัศนคติ:การวัด การเปลี่ยนแปลงและพฤติกรรมอนามัย. พิมพ์ครั้งที่2.กรุงเทพฯ:บริษัทโอเดียน สโตร์. 16. อรวรรณ ปิลันธน์โอวาท. (2537). การ สื่อสารเพื่อการโน้มน้าวใจ.กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานีและบุคลากรท่านอื่นๆในสำนักงานฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว