ผลของการใช้แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือต่อการเพิ่มทักษะการบริหารยาโดปามีน ตามการรับรู้ของนักศึกษาพยาบาล

Main Article Content

ยศพล เหลืองโสมนภา
ผกามาศ พิมพ์ธารา
ธันวา มิคอ
ดวงประเสริฐ ประสงค์
ธิดาพร กลางใจ
ณัฐสุดา สุขกลีบ
พีระเดช สำรวมรัมย์

บทคัดย่อ

ที่มาของปัญหา: ยาโดปามีนเป็นยาที่จัดอยู่กลุ่มยาความเสี่ยงสูงและมักเกิดความคลาดเคลื่อนในการบริหารยา ดังนั้นการใช้แอปพลิเคชันในการช่วยคำนวณการบริหารยา โดยเฉพาะในนักศึกษาพยาบาลและพยาบาลประจำหอผู้ป่วยจะช่วยเพิ่มทักษะในการบริหารยาและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยได้


วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลของการใช้แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือต่อการเพิ่มทักษะการบริหารยาโดปามีนตามการรับรู้ของนักศึกษาพยาบาล


วิธีการศึกษา: การศึกษานี้เป็นการวิจัยก่อนทดลองชนิด 1 กลุ่ม วัดเฉพาะหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 4 ที่ฝึกปฏิบัติงานหอผู้ป่วยวิกฤตโรคหัวใจ ระหว่างวันที่ 3 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2561 ถึงวันที่ 4 เดือนมกราคม พ.ศ. 2562 จำนวน 29 คน เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แอปพลิเคชันการบริหารยาโดปามีน แบบประเมินทักษะการบริหารยาโดปามีนตามการรับรู้ของนักศึกษาพยาบาล และแบบประเมินความพึงพอใจต่อแอปพลิเคชันการบริหารยาโดปามีนของนักศึกษาพยาบาล มีค่าความเที่ยงของแบบสอบถามเท่ากับ 0.92 และ 0.91 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม SPSS 24 สถิติที่ใช้คือ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงมาตรฐาน สถิติที่ใช้คือสถิติทีทดสอบแบบกลุ่มเดียว คำนวณขนาดอิทธิพลของความแตกต่างตามสูตรของ Cohen และคำนวณค่าอำนาจทดสอบผลวิจัยด้วยโปรแกรม G*power 3.1.9.2


ผลการศึกษา: หลังใช้แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือการบริหารยาโดปามีนแล้ว กลุ่มตัวอย่างนักศึกษาพยาบาลรับรู้ทักษะการบริหารยาโดปามีนเพิ่มขึ้นมากกว่าเกณฑ์ทักษะการบริหารยาโดปามีนระดับมากที่สุดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (95 % CI = 0.0680–0.3405) มีขนาดอิทธิพลของความแตกต่างในระดับปานกลาง (ES = 0.57) และมีอำนาจทดสอบ 0.91 กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือบริหารยาโดปามีน ในระดับมากที่สุดทั้งรายข้อและโดยรวม (ค่าเฉลี่ย = 4.7-4.8, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.4-0.5 ) หลังใช้แอปพลิเคชัน กลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้ทักษะการบริหารยาโดปามีน ในสถานการณ์จริงของตนเองเพิ่มขึ้นในระดับที่สุดทั้งรายข้อและโดยรวม (ค่าเฉลี่ย = 4.7-4.8, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.4-0.5 )


สรุป: การใช้แอปพลิเคชันบนมือถือสามารถช่วยเพิ่มทักษะในการบริหารยาตามการรับรู้ของนักศึกษาพยาบาลได้ ดังนั้นจึงเป็นแนวทางที่ดีในการเพิ่มคุณภาพและลดความเสี่ยงในการบริหารยาโดปามีนให้กับผู้ป่วยในหอผู้ป่วยได้

Article Details

ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

เอกสารอ้างอิง

Westbrook JI, Rob MI, Woods A, Parry D. Errors in the administration of intravenous medications in hospital and the role of correct procedures and nurse experience. BMJ QualSaf 2011;20:1027-34.

Ong WM, Subasyini S, Medication errors in intravenous drug preparation and administration. Med J Malaysia 2013;68:52-7.

Anderson P, Townsend T. Preventing high - alert medication errors in hospital patients. AmericanNurse Today 2015;10(5):18-22.

Islam R, Islam R, Mazumder TA. Mobile application and its global impact.IJET-IJENS 2010;10(6):72-8.

Ventola CL. Mobile devices and apps for health care professional: uses and benefit. P T 2014;39:356-64.

Yip YY. There's an app for that: the use of mobile medical applications in clinical prctice. Ontario Medical Review. 2014;81(8):48-50.

Mohapatra DP, Mohapatra MM, Chittoria RK, Friji MT, Kumar SD. The scope of mobile devices in health care and medical education.International Journal of Advanced Medical and Health Research. 2015;2(1):3-8.

Kim H, Suh EE. The effects of interactive nursing skills mobile application on nursing students' knowledge, self - efficacy, and skills performance: a randomized controlled trial. Asian Nur Res (Korean SocNursSci) 2018;12:17-25.

Koohestani HR, SoltaniArabshahf SK, Fata L, Ahmad F. The educational effects of mobile learning on students of medical sciences : a systematic review in experimental studies. J AdvMedEducProf 2018;6:58-69.

Alqahtani M, Mohammad H. Mobile applications' impact on student performance and satisfaction. TOJET 2015;14(4):102-12.

Hanrahan C, Aungst TD, Cole S. Evaluating mobile medical applications. Maryland: American Society of Health - System Pharmacist; 2014.

Dilorio CK. Measurement in health behavior : methods for research and evaluation. San Francisco: Jossey - Bass A Wiley Imprint; 2005.

Cohen J. A power primer. Psychol Bull 1992;112:155-9.

Faul F, Erdfelder E, Lang A-G, Buchner A. G*Power 3: a flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behav Res Methods 2007;39:175-91.

Masters K. Edgar Dale's pyramid of learning in medical education:a literature review. Med Teach [Internet].2013[cited 2019 June 30];35(11): e1584-e159.Available from: https://www.tandfonline.com/doi/pdf/10.3109/0142159X.2013.800636?needAccess=true