การพัฒนาแนวทางการปฏิบัติการพยาบาลการป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่สัมพันธ์กับการคาสายสวนปัสสาวะ โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ในโรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี

Main Article Content

เกล็ดดาว จันทฑีโร
พรทิพย์ ถนอมวัฒน์
มุจรินทร์ แจ่มแสงทอง
ปรีดาวรรณ บุญมาก

บทคัดย่อ

ที่มาของปัญหา: การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่สัมพันธ์กับการคาสายสวนปัสสาวะ (catheter associated urinary tract infection; CAUTI) เป็น 1 ใน 3 อันดับแรกของการติดเชื้อในโรงพยาบาลพระปกเกล้า มีแนวโน้มสูงขึ้น จาก 2.59, 2.78 และ 3.25 ครั้งต่อ 1,000 วันคาสายสวนปัสสาวะ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559–2561 ตามลำดับ สูงเกินเป้าหมายของโรงพยาบาล (<2 ครั้งต่อ 1,000 วันคาสายสวนปัสสาวะ)


วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลการพัฒนาแนวทางการปฏิบัติการพยาบาล การป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่สัมพันธ์กับการคาสายสวนปัสสาวะโดยใช้แนวคิด NOCAUTI bundle


วิธีการศึกษา: กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะทุกราย ที่รับการรักษา ในโรงพยาบาลพระปกเกล้า ตั้งแต่ตุลาคม พ.ศ. 2560 ถึงสิงหาคม พ.ศ. 2564 เครื่องมือในการวิจัย ประกอบด้วย 1. แนวทางการปฏิบัติการพยาบาลการป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่สัมพันธ์กับการคาสายสวนปัสสาวะ ที่พัฒนาด้วยกระบวนการใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ผสมผสานกับวงจรพัฒนาคุณภาพ PDSA โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ ตามขั้นตอน คือ 1) ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาทางคลินิก และแนวทางปฏิบัติฯ เดิม 2) สืบค้นหลักฐานเชิงประจักษ์ตามกรอบ PICO 3) ประเมินคุณภาพหลักฐาน 4) สังเคราะห์และประยุกต์ใช้โดยปรับปรุงวิธีปฏิบัติ เรื่องกำหนดเกณฑ์การถอดสายสวนปัสสาวะชัดเจน ส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานที่สามารถกระตุ้นเตือนกันได้ และกลยุทธ์การปฏิบัติตามแนวทางฯ โดยการนิเทศอย่างเป็นระบบ สร้างสรรค์ สื่อสารแนวทางให้ง่ายต่อการจดจำและเตือนใจ ภายใต้แนวคิด NOCAUTI bundle ประกอบด้วย N-Need, O-Obtain patient consent, C-Competency, A-Aseptic technique, U-Unobstructed flow, T-Timely และ I-Infection risk 5) นำเสนอแนวทางฯ ที่ปรับปรุงต่อคณะกรรมการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อของโรงพยาบาลมีมติให้ประกาศใช้แนวทางฯ ทุกหอผู้ป่วยตั้งแต่ธันวาคม พ.ศ. 2562 ถึงสิงหาคม พ.ศ. 2564 ติดตามประเมินผลอุบัติการณ์ CAUTI อย่างต่อเนื่องทุกเดือน 2. แบบบันทึกข้อมูลการติดเชื้อ CAUTI วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ Control U Chart โดยคำนวณ Incidence density ของ CAUTI แต่ละเดือน


ผลการศึกษา: หลังการใช้มาตรการ NOCAUTI bundle ร่วมกับกำหนดกิจกรรมการนิเทศของกลุ่มการพยาบาล ใช้สุนทรียสนทนาในการรายงานความเสี่ยง และการทำงานกับสหสาขาวิชาชีพ พบว่า อัตราการติดเชื้อ CAUTI แต่ละเดือนลดลงสม่ำเสมอต่อเนื่องตั้งแต่กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ถึงสิงหาคม พ.ศ. 2564 ซึ่งเป็นการลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทำให้ปีงบประมาณ 2564 อัตราการติดเชื้อ CAUTI ลดลงเหลือ 1.70ครั้งต่อ 1,000 วันคาสายสวนปัสสาวะ


สรุป: แนวทางการปฏิบัติการพยาบาลการป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่สัมพันธ์กับการคาสายสวนปัสสาวะที่พัฒนาด้วยกระบวนการใช้หลักฐานเชิงประจักษ์สามารถลดอุบัติการณ์ CAUTI ได้สอดคล้องกับเป้าหมายของโรงพยาบาล (<2 ครั้งต่อ 1,000 วันคาสายสวนปัสสาวะ)

Article Details

ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ
ประวัติผู้แต่ง

เกล็ดดาว จันทฑีโร, กลุ่มการพยาบาล โรงพยาบาลพระปกเกล้า

ปัจจัยที่มีผลต่อการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ (H1N1)2009 ของบุคลากรโรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี

-     การพัฒนาระบบบริหารจัดการอุปกรณ์ปราศจากเชื้อ เพื่อลดการ Re-sterile ของอุปกรณ์การแพทย์ หน่วยจ่ายกลาง รพ พระปกเกล้า

-     การประเมินการพัฒนาระบบบริหารจัดการอุปกรณ์ปราศจากเชื้อ เพื่อลดการ Re-sterile ของอุปกรณ์การแพทย์ปราศจากเชื้อ โดยการใช้แผนภูมิควบคุม งานหน่วยจ่ายกลาง รพ พระปกเกล้า

-     การใช้ Kanban Card ช่วยจัดระบบการเบิกจ่าย พัสดุในคลังเก็บพัสดุที่หน่วยจ่ายกลาง

-     การพัฒนาคุณภาพการบริการงานจ่ายกลาง ร.พ. พระปกเกล้า

เอกสารอ้างอิง

Kananyt T. Distribution of catheter associated urinary tract Infection in ward nurse at Phen Hospital. Udonthani: Muang Udonthani District Public Health Office; 2556.

Gould CV, Umscheid CA, Agarwal RK, Kuntz G, Pegues DA. Guideline for prevention of catheterassociated urinary tract infections 2009. [Internet] 2019[cited 2021 Mar 15]. Available from: https://www.cdc.gov/infectioncontrol/pdf/guidelines/cauti-guidelines-H.pdf

Durant DJ. Nurse-driven protocols and the prevention of catheter-associated urinary tract infections: a systematic review. Am J Infect Control 2017;45:1331-41.

Oman KS, Makic MB, Fink R, Schraeder N, Hulett T, Keech T, et al. Nurse-directed interventions to reduce catheter-associated urinary tract infections. Am J Infect Control 2012;40:548-53.

Meddings J, Saint S, Krein SL, Gaies E, Reichert H, Hickner A, et al. Systematic Review of interventions to reduce urinary tract infection in nursing home residents. J Hosp Med 2017;12:356-68.

Giles M, Watts W, O'barien A, Berenger S, Paul M, McNeil K, et al. Does our bundle stack up! Innovative nurse-led changes for preventing catheter-associated urinary tract infection (CAUTI). Healthc Infect 2015;20:62-71.

Bohm D. On Dialogue (Routledge Classics). 2 nded. London: Routledge; 2004.

Jensen KA. 7 Steps to the perfect PICO search evidence-based nursing practice. Massachusetts: EBSCO Health; 2018.

Gupta SS, Irukulla PK, Shenoy MA, Nyemba V, Yacoub D, Kupfer Y. Successful strategy to decrease indwelling catheter utilization rates in an academic medical intensive care unit. Am J Infect Control 2017;45:1349-55.

Oman KS, Makic MBF, Fink R, Schraeder N, Hulett T, Keech T, et al. Nurse-directed interventions to reduce catheter associated urinary tract infections. Am J Infect Control 2012;40:548-53.

Hanchett M. Preventing CAUTI : A patient-centered approach. Prevention Strateg; 2012: Autumn:42-50.

Durant DJ. Nurse-driven protocols and the prevention of catheter-associated urinary tract infections: a systematic review. Am J Infect Control 2017;45:1331-41.

The healthcare Accreditation Institute (Public Organization). Hospital and health care standards 4th . Nonthaburi: The healthcare Accreditation Institute (Public Organization); 2018.

Bamrasnaradura Infectious Diseases Institute. Guide to diagnosis of infections in hospitals. Bangkok: Aksorn Graphic And Dedign Publishing Limited Partnerdhip; 2018.

Parry MF, Grant B, Sestovic M. Successful reduction in catheter-associated urinary tract infections: focus on nurse-directed catheter removal. Am J Infect Control 2013; 41:1178-81.

Kitbunyonglert S, Sornsawas S Tamtab N, Pandang J. The effect of urinary catheter removal reminder on catheter-associated urinary tract infection .Thai Red Cross Nursing Journal 2016;9(2):104-18.