ภาวะเหนื่อยล้าในการทำงานและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะเหนื่อยล้าในการทำงานของเจ้าพนักงานและพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในกรุงเทพมหานคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
ที่มาของปัญหา: ภาวะเหนื่อยล้าในการทำงาน เป็นการตอบสนองต่อภาวะทางอารมณ์ เกิดจากภาวะเครียดเรื้อรังในที่ทำงานที่ไม่สามารถจัดการได้ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของคนทำงานในปัจจุบัน และเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติงานเกี่ยวกับอัคคีภัย เผชิญสถานการณ์ที่มีผลต่อทางร่างกายและจิตใจอาจก่อให้เกิดภาวะเหนื่อยล้าในการทำงานได้
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาระดับของภาวะเหนื่อยล้าในการทำงานและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะเหนื่อยล้าในการทำงานของเจ้าพนักงานและพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง ในเจ้าพนักงานและพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในกรุงเทพมหานคร จำนวน 313 คน สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิและสุ่มอย่างง่าย เก็บข้อมูลโดยแบบสอบถามประเมินภาวะความเหนื่อยล้าในการทำงาน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติ Multiple logistic regression
ผลการศึกษา: กลุ่มตัวอย่างมีภาวะเหนื่อยล้าในการทำงานด้านความอ่อนล้าทางอารมณ์ ด้านการลดความเป็นบุคคลและด้านการลดความสำเร็จส่วนบุคคลอยู่ในระดับต่ำ (ร้อยละ 75.4, 84.0 และ 48.2 ตามลำดับ) และผู้ที่มีภาวะเหนื่อยล้าในการทำงานระดับสูงคือร้อยละ 8.31 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดภาวะความเหนื่อยล้าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติคือ สถานภาพทางเศรษฐกิจ ที่มีรายได้ไม่พอใช้ มีความสัมพันธ์เป็น 2.56 เท่า การมีความไม่พึงพอใจในสิ่งแวดล้อมในสถานีดับเพลิงที่ทำงานเป็น 8.31 เท่า การได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมงานที่ไม่เพียงพอเป็น 3.38 เท่า และการมีความไม่พึงพอใจในงานมีความสัมพันธ์กับการเกิดภาวะความเหนื่อยล้าเป็น 9.9 เท่า
สรุป: จากการศึกษาพบว่ามีหลายปัจจัยสัมพันธ์กับการเกิดภาวะความเหนื่อยล้า เช่น ความพึงพอใจในสิ่งแวดล้อมในที่ทำงาน การได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมงาน เนื่องจากเป็นปัจจัยที่อาจนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาเช่น พัฒนาสภาพแวดล้อมการทำงานให้ดีขึ้น สร้างเสริมนโยบายส่งเสริมทางสุขภาพ การเฝ้าระวังทางสุขภาพจิตมากขึ้น เพื่อให้ผู้ทำงานมีสุขภาวะที่ดี ส่งผลดีต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการทำงาน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Burn-out an "occupational phenomenon: international classification of diseases[Internet]. 2019 [cited 2020 Nov 3]. Available from https://www.who.int/mental_health/evidence/burn-out/en/
Murphy SA, Beaton RD, Pike KC, Cain KC. Firefighters and paramedics: years of service, job aspirations, and burnout. AAOHN J 1994;42:534-40
Bangxang JN. Resident burnout: prevalence and associated factors in Rajavithi hospital. J Psychiatr Assoc Thailand 2019;64:61 76.
Katsavouni F, Bebetsos E, Malliou P, Beneka A. The relationship between burnout, PTSD symptoms and injuries in firefighters. Occup Med (Lond) 2016;66:32-7.
Smith TD, Hughes K, DeJoy DM, Dyal MA. Assessment of relationships between work stress, work-family conflict, burnout and firefighter safety behavior outcomes.Safety science 2018; 103:287-92.
Vinnikov D, Tulekov Z, Akylzhanov A, Romanova Z, Dushpanova A, Kalmatayeva Z. Age and work duration do not predict burnout in firefighters. BMC Public Health [Internet]. 2019[cited 2020 Dec 1];19(1):308. Available from: https://bmcpublichealth.biomedcentral.com/articles/10.1186/s12889-019-6643-2
Smith TD, DeJoy DM, Dyal MA, Huang G. Impact of work pressure, work stress and work-family conflict on firefighter burnout. Arch Environ Occup Health 2019;74:215-22.
Huynh JY, Xanthopoulou D, Winefield AH. Social support moderates the impact of demands on burnout and organizational connectedness: a two-wave study of volunteer firefighters. J Occup Health Psychol 2013;18:9-15.
Ogresta J, Rusac S, Zorec L. Relation between burnout syndrome and job satisfaction among mental health workers. Croat Med J 2008;49:364-74.
Rosca AC, Mateizer A, Dan CI, Demerouti E. Job demands and exhaustion in firefighters: the moderating role of work meaning. a cross-sectional study. Int J Environ Res Public Health [Internet]. 2021[cited 2021 Mar 14];18(18):9819. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC8472436/