การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความหนาผนังช่องอกตำแหน่งที่ใส่ท่อระบายช่องอก กับส่วนต่างๆ ของร่างกายในประชากรชายไทย ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทนำ การใส่ท่อระบายทรวงอกเพื่อระบายของเหลวและลมต้องใส่ให้ได้ความลึกที่เหมาะสม และไม่มีภาวะแทรกซ้อน ปัจจุบันการกำหนดความลึกของท่อระบายทำโดยวัดความหนาผนังทรวงอกด้วยการคาดคะเนด้วยนิ้วขณะผ่าตัดใส่ท่อ แต่ในกรณีที่ผู้บาดเจ็บมีกระดูกซี่โครงหักหรือการมีพังผืดในตำแหน่งที่ใส่ท่อระบายช่องอก ทำให้การคาดคะเนความหนาผนังทรวงอกทำด้วยความยากลำบากดังนั้นหากสามารถคาดคะเนความหนาผนังทรวงอกก่อนเริ่มหัตถการโดยเทียบกับส่วนต่างๆ ของร่างกายของผู้บาดเจ็บจะทำให้สามารถใส่ท่อระบายทรวงอกได้อย่างรวดเร็ว ได้ความลึกที่เหมาะสมและไม่มีภาวะแทรกซ้อน วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความสัมพันธ์และคาดคะเนความหนาผนังทรวงอกตำแหน่งที่ใส่ท่อระบายทรวงอกกับส่วนต่างๆของร่างกายในประชากรชายไทย วิธีการศึกษา: ศึกษาเชิงวิเคราะห์แบบตัดขวาง (cross-sectional analytical study) ทำการศึกษาที่หอผู้ป่วยอุบัติเหตุ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ข้อมูลที่จัดเก็บจากผู้ป่วยเพศชายได้แก่ อายุ ส่วนสูง น้ำหนัก และกำหนดปัจจัยคือ ขนาดความยาวของนิ้วหัวแม่มือและนิ้วก้อยข้างขวาความกว้างของฐานนิ้วหัวแม่มือและนิ้วก้อยมือขวา และระยะห่างระหว่างหัวนม ทำการวัดเป็นหน่วยเซนติเมตร จากนั้นวัดความหนาของผนังทรวงอกบริเวณช่องซี่โครงที่ 4 ตามแนวหน้าเส้นกึ่งกลางรักแร้ด้านขวา จากภาพถ่ายเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทรวงอกจากระบบฐานข้อมูลรังสีกรรม ผลการศึกษา ประชากรชายไทยจำนวน 80 คน อายุเฉลี่ย 66.97 ปี มีค่าเฉลี่ยความหนาของผนังทรวงอกบริเวณดังกล่าว 2.21 ± 0.58 เซนติเมตร พบว่า ความหนาของผนังทรวงอกมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับ ดัชนีมวลกาย (r = 0.585*) ระยะห่างระหว่างหัวนม (r = 0.349*) ความกว้างฐานนิ้วก้อย (r = 0.336*) และความกว้างฐานนิ้วหัวแม่มือ (r = 0.232*) ในทางปฏิบัติการคำนวณดัชนีมวลกายทำได้ยากเนื่องจากไม่ทราบน้ำหนักที่แท้จริงหรือส่วนสูงของผู้บาดเจ็บฉุกเฉิน ดังนั้นจึงใช้การวัดระยะห่างหัวนมสามารถเพื่อคาดคะเนความหนาผนังทรวงอก ซึ่งคำนวณได้จากสูตร ความหนาผนังทรวงอก = 0.13 (ระยะห่างระหว่างหัวนม) - 0.445 สรุป: ระยะห่างระหว่างหัวนมสามารถนำมาคาดคะเนความหนาผนังทรวงอก โดยมีสมการความสัมพันธ์ระหว่าง ความหนาผนังทรวงอก (y) กับ ระยะห่างระหว่างหัวนม (x) ดังนี้ y = 0.133(x) - 0.445 และประยุกต์ทำสายวัด พร้อมผลลัพธ์ของความหนาผนังช่องอกเพื่อใช้ในห้องฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว
Downloads
Article Details
บทความในวารสารนี้อยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของ กรมแพทย์ทหารบก และเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
ท่านสามารถอ่านและใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษา และทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยต้องให้เครดิตอย่างเหมาะสมแก่ผู้เขียนและวารสาร
ห้ามใช้หรือแก้ไขบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น
ผู้เขียนเป็นผู้รับผิดชอบต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตนอย่างเต็มที่
การนำบทความไปเผยแพร่ซ้ำในรูปแบบสาธารณะอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร