ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนัก ของนิสิต ชั้นปีที่ 3 สาขาอนามัยชุมชน มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคเหนือ
คำสำคัญ:
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนัก, นักศึกษา, พฤติกรรมการบริโภคบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงพรรณนา ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง แบบตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนักของนิสิต ชั้นปีที่ 3 สาขาอนามัยชุมชน มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคเหนือ กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 140 คน สุ่มตัวอย่างแบบ Accidental or convenience sampling เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสถิติ ไคสแควร์
ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 85.70 อายุ 21 ปี ร้อยละ 74.30 ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ปกติ ร้อยละ 69.20 เส้นรอบเอวปกติ ร้อยละ 88.60 นิสิตแผนการศึกษาสาขาอนามัยชุมชน ร้อยละ 93.60 นับถือศาสนาพุทธร้อยละ 93.60 พักอาศัยอยู่ที่หอพักนอกมหาวิทยาลัย ร้อยละ 75.00 ไม่มีโรคประจำตัว ร้อยละ 94.30 มีความรู้เกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนักอยู่ในระดับต่ำ ร้อยละ 58.60 มีทัศนคติเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนัก อยู่ในระดับ
ปานกลาง ร้อยละ 53.60 มีพฤติกรรมเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมลดน้ำหนักอยู่ในระดับต่ำ ร้อยละ 46.43 การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ พบว่า อายุ รายได้ แผนการศึกษาและความรู้ มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนักของนิสิต ชั้นปีที่ 3 สาขาอนามัยชุมชน มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคเหนือ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ p-value≤0.05
ส่วนเพศ ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เส้นรอบเอว ศาสนา ที่อยู่อาศัย โรคประจำตัว และทัศนคติเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนัก ไม่มีความสัมพันธ์
สรุป ผู้บริโภคส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนักอยู่ในระดับต่ำ โดยมี อายุ รายได้ แผนการศึกษาและความรู้ เป็นปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนัก ดังนั้น นักศึกษาควรรับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อส่งเสริมสุขภาพและลดการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนัก
เอกสารอ้างอิง
มัณทนาวดี เมธาพัฒนะ. (2560). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักศึกษาพยาบาล. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. 25(3).20-29.
ละอองดาว คำชาตา ชดช้อย วัฒนะ และธีรนุช ห้านิรัติศัย. (2560). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองเส้นรอบวงเอว ระดับน้ำตาลในเลือดและความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ในผู้ที่มีกลุ่มอาการเมตาโบลิก. พยาบาลสาร. 44(3).45-76.
ลักษณาวลัย มหาโชติ. (2558). การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการควบคุมน้ำหนักของสมาชิกชมรมแอโรบิค อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม. ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ. 8(2).2833-2843.
วารุณี ชลวิหารพันธ์. (2559). ความชุกของการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อควบคุมน้ำหนักอย่างไม่เหมาะสมของวัยรุ่นหญิง ในจังหวัดสระบุรีและปัจจัยที่มีผล. วารสารเภสัชกรรมไทย. 8(2).442-455.
ศิวรักษ์ กิจชนะไพบูลย์. (2555). พฤติกรรมการลดนํ้าหนักที่ไม่ถูกต้องของวัยรุ่นและเยาวชนไทย. พยาบาลสาร. 39(4).179-190.
สามารถ ใจเตี้ย ส.ด. (2558). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการบริโภคอาหารพื้นบ้านของผู้สูงอายุในเขตเมือง. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี. 31(2).1-8.
Best, John W. (1977). Research in Education. 3rd ed. Englewood Cliffs, New Jersey: Prentice Hall, Inc.
Brandsolutions. (2562). อนาคตของตลาดอาหารเสริมไทยปี 2018-2019. แหล่งที่มา https://www.brandsolutionsthailand.com
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากบรรณาธิการวารสารนี้ก่อนเท่านั้น