ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการรับรู้และความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคความดันโลหิตสูงแก่ประชากรกลุ่มเสี่ยงตำบลเมืองศรีไค อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
คำสำคัญ:
การรับรู้ความเชื่อด้านสุขภาพ, พฤติกรรมป้องกันโรคความดันโลหิตสูง, โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพ, กลุ่มเสี่ยง, ความดันโลหิตสูงบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบ 2 กลุ่มวัดผลก่อนหลังมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการส่งเสริมการรับรู้ความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคความดันโลหิตสูงของประชากรกลุ่มเสี่ยงในตำบลเมืองศรีไค อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มตัวอย่างประชากรกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุ 35-39 ปี ที่มีความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงในจังหวัดอุบลราชธานี คัดเลือกแบบอย่างง่าย ( Simple Random Sampling) จำนวน 86 คนแบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ กลุ่มละ 43 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้ความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ประกอบด้วย แบบสอบถาม และกิจกรรมการให้ความรู้ซึ่งพัฒนาจากแนวคิด แบบความเชื่อด้านสุขภาพ (Health Belief Model) ของ Rosenstock เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้ ได้แก่ เครื่องมือใช้ในการทดลองโปรแกรมการส่งเสริมการรับรู้ความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคความดันโลหิตสูง โดยใช้การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมผ่านสื่อรูปแบบต่างๆ เช่น PowerPoint วีดีโอ แผ่นพับ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือแบบสอบถาม และเครื่องวัดความดัน ยี่ห้อ OMRON วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิตเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Wilcoxon Signed Ranks Test กับ Mann-Whitney U Test
ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการทดลองกลุ่มทดลองมีค่าคะแนนเฉลี่ยของผลลัพธ์ในด้านความรู้เกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ รวมถึงพฤติกรรมการป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ตามหลัก 3อ. สูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า โปรแกรมมีผลเชิงบวกต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพของประชากรกลุ่มเสี่ยง โดยช่วยให้ผู้เข้าร่วมมีความรู้เพิ่มขึ้น ปรับพฤติกรรมด้านโภชนาการและการจัดการความเครียดได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันโรคความดันโลหิตสูงอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
Department of Disease Control, Division of Non-Communicable Diseases. (2019). Report on the situation of NCDs: Diabetes, hypertension, and related risk factors 2019. Aksorn Graphic and Design Publishing.
Kamsaenrach, P., Chittakam, T., Kamkasem, J., & Chandee, Y. (2022). Factors associated with health behaviors for preventing hypertension among risk groups in the service area of Ban Huai Nok Kok Health Promoting Hospital. Northern Journal of Science.
Ministry of Public Health. (2020). Population aged 35 and over screened and at risk of hypertension, fiscal year 2020. https://hdcservice.moph.go.th/hdc/reports/report_eis.php?source=pformated/format1.php&cat_id=6966b0664589805a484d7ac96c6edc48&id=6833128a5d76a6afcae3e4a6afoe718C#
Office of Policy and Strategy, Ministry of Public Health. (2017). Risk screening for hypertension. http://hdcservice.moph.go.th/hdc/reports/report.php?source=formated/screenrisk.php&catid=6966b0664589805a484d7ac96c6edc48
Office of the Permanent Secretary, Ministry of Public Health. (2019). Campaign issues for World Hypertension Day 2019. https://pr.moph.go.th/?url=pr/detaiV2/07/127178/
Pinkam, W., & Nguanjuirak, R. (2024). Effects of a hypertension prevention behavior development program among at-risk adults in Nakhon Ratchasima Municipality. Journal of Safety and Health, 181–196.
Sakdiwong, K. (2024). Effects of a health promotion program based on the 3E 2S principles on knowledge, behavior, and blood pressure levels among at-risk hypertension groups in Nong Phok Hospital area, Roi Et Province. Journal of Health Research and Innovation Development, 292–301.
Thawong, K., & Srisawat, M. (2021). Effects of a health behavior modification program among at-risk hypertension groups in Ban Na Yang Health Promoting Hospital, Lampang Province. Journal of Northern Health Academy, 103–119.
Ubon Ratchathani Provincial Public Health Office. (2020). New cases incidence rate of hypertension. http://ubn.hdc.moph.go.th/hdc/reports.php?source=pformated/format1.php&cat_id=6a1fdf282fd28180eed7d1cfe0155e11&id=29eec762c9591d1cfe0155e11&id=29eec762c9591d1f8092da14c762361
World Health Organization. (2018). Noncommunicable diseases country profiles 2018. https://www.who.int/publications/i/item/9789241514620
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากบรรณาธิการวารสารนี้ก่อนเท่านั้น