ปัจจัยที่สัมพันธ์กับความตั้งใจในการวางแผนการดูแลล่วงหน้าของผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มารับบริการในหน่วยเคมีบำบัดแบบไม่ค้างคืน โรงพยาบาลอุดรธานี

ผู้แต่ง

  • ขวัญตา หลักหนองบุ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลอุดรธานี

คำสำคัญ:

การวางแผนการดูแลล่วงหน้า, ความตั้งใจในการวางแผนการดูแลล่วงหน้า, ผู้ป่วยโรคมะเร็ง

บทคัดย่อ

โรคมะเร็งเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญของประชากรทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย และมีค่าใช้จ่ายในการดูแลค่อนข้างสูง การวางแผนการดูแลล่วงหน้าในผู้ป่วยโรคมะเร็งช่วยลดการนอนโรงพยาบาล การรักษาที่ไม่เกิดประโยชน์ และลดค่าใช้จ่ายในการรักษา การวิจัย cross-sectional study นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความตั้งใจในการวางแผนการดูแลล่วงหน้าของผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มารับบริการในหน่วยเคมีบำบัดแบบไม่ค้างคืน โรงพยาบาลอุดรธานี เก็บข้อมูลระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม พ.ศ. 2568 ในผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 200 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ในด้านปัจจัยที่สัมพันธ์กับความตั้งใจในการวางแผนการดูแลล่วงหน้าของผู้ป่วยโรคมะเร็ง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ univariable และ multivariable logistic regression analysis กำหนดค่านัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05  

ผลการศึกษา: กลุ่มตัวอย่างจำนวน 200 คน ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงร้อยละ 72.0 อายุเฉลี่ย 58.2 ± 13.5 ปี มีความตั้งใจในการวางแผนการดูแลล่วงหน้าอยู่ในระดับสูง ร้อยละ 69.0 มีความรู้เกี่ยวกับการวางแผนการดูแลล่วงหน้าอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 81.5 ทัศนคติเกี่ยวกับการวางแผนการดูแลล่วงหน้าอยู่ในระดับต่ำ ร้อยละ 47.5 และการรับรู้ภาวะสุขภาพดี ร้อยละ 74.0  ในการวิเคราะห์แบบ multivariable พบว่าปัจจัยที่สัมพันธ์กับความตั้งใจในการวางแผนการดูแลล่วงหน้าของผู้ป่วยโรคมะเร็งอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติคือ ความเพียงพอของรายได้ต่อเดือน (aOR=2.9, 95%CI:1.4-5.8, p=0.003) โรคมะเร็งเต้านม (aOR=0.3, 95%CI:0.2-0.7, p=0.002) ความรู้เกี่ยวกับการวางแผนการดูแลล่วงหน้า (aOR=3.1, 95%CI:1.3-7.1, p=0.012) ทัศนคติเกี่ยวกับการวางแผนการดูแลล่วงหน้า (aOR=3.6, 95%CI:1.8-7.5, p<0.001)

 สรุป: จากการศึกษานี้พบว่าผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มารับบริการในหน่วยเคมีบำบัดแบบไม่ค้างคืนมีความตั้งใจในการวางแผนการดูแลล่วงหน้าอยู่ในระดับสูง ร้อยละ 69.0 โดยความรู้และทัศนคติเกี่ยวกับการวางแผนการดูแลล่วงหน้ามีความสัมพันธ์ต่อความตั้งใจในการวางแผนการดูแลล่วงหน้า การส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีความรู้และทัศนคติที่ดี จะช่วยให้ผู้ป่วยมีความตั้งใจในการวางแผนการดูแลล่วงหน้า และเกิดการวางแผนการดูแลล่วงหน้ามากขึ้น

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Global cancer burden growing, amidst mounting need for ser vices [Internet]. 2024 [cited 2025 Jan 19]. Available from: https://www.who.int/news/item/01-02-2024-global-cancer-burden-growing--amidst-mounting-need-for-services

กระทรวงสาธารณสุข. กรมการแพทย์ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ. ทะเบียนมะเร็งระดับโรงพยาบาล[อินเทอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 20 มกราคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.nci.go.th/th/cancer_record/download/Hosbased-2022-1.pdf

สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. กองยุทธศาสตร์และแผนงาน. สถิติสาธารณสุข [อินเทอร์เน็ต]. 2561 [เข้าถึงเมื่อ 20 มกราคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://spd.moph.go.th/wp-content/uploads/2025/01/รายงานสถิติสาธารณสุข-ประจำปี2566.pdf

มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. แนวทางการรักษามะเร็ง 7 วิธีในปัจจุบัน [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 20 มกราคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.rama.mahidol.ac.th/atrama /issue047/health-station

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย. สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา. มะเร็งระยะแพร่กระจายและการดูแลแบบประคับประคอง [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 20 มกราคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.chulacancer.net/health-tips-view.php?id=573

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ. มาตรฐานการวางแผนการดูแลล่วงหน้าสำหรับ ประเทศไทย (Thai standards for advance care planning) พ.ศ.2565 [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 20 มกราคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.nationalhealth.or.th/sites/default/files/upload_files /ประกาศ-ACP.pdf

Tran M, Grant M, Clayton J, Rhee J. Advance care decision making and planning. Aust J Gen Pract 2018;47(11):753-757.

Quinn KL, Stukel T, Stall NM, Huang A, Isenberg S, Tanuseputro P, et al. Association between palliative care and healthcare outcomes among adults with terminal non-cancer illness: population based matched cohort study. BMJ 2020;6:370:m2257

Thompson TD, Barbour RS, Schwartz L. Health professionals' views on advance directives: a qualitative interdisciplinary study. Palliat Med 2003;17(5):403-9.

van Wijmen MP, Pasman HR, Widdershoven GA, Onwuteaka-Philipsen BD. Continuing or forgoing treatment at the end of life? Preferences of the general public and people with an advance directive. J Med Ethics 2015;41(8):599-606.

นันทา ศิริพูลศักดิ์, กนกกร ราชป้องขันธ์, นภัสภรณ์ แสงสีเขียว, ขวัญชาย กิติรัตน์. ความสัมพันธ์ของการวางแผนการดูแลล่วงหน้ากับการตัดสินใจใช้หัตถการเพื่อยื้อชีวิตเมื่อถึงวาระสุดท้าย คลินิกประคับประคอง โรงพยาบาลหนองคาย. ว.โรงพยาบาลหนองคาย [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 20 มกราคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://nkhospital.moph.go.th/journal.php?id=107

ภมรรัตน์ ศรีธาราธิคุณ, ศิริจิต เนติภูมิกุล. ผลของการวางแผนการดูแลล่วงหน้าต่อการดูแลในวาระสุดท้ายของชีวิต ในคลินิกการดูแลประคับประคอง รพ. แม่สอด จ. ตาก. PCFM [อินเทอร์เน็ต]. 2021 [เข้าถึงเมื่อ 20 มกราคม 2025];4(1):97-111. เข้าถึงได้จาก: https://so03.tci-thaijo.org/index.php/PCFM/article/view/248050

ช่อทิพย์ พรหมมารัตน์. ผลของการวางแผนการดูแลล่วงหน้าต่อการดูแลผู้ป่วยในระยะท้ายของชีวิต โรงพยาบาลลำพูน. ว.การแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ 2566;30(1):1-13.

Krones T, Budilivschi A, Karzig I, Otto T, Valeri F, Biller-Andorno N, et al. Advance care planning for the severely ill in the hospital: a randomized trial. BMJ Support Palliat Care 2019;12(e3):e411–23.

Hui D, Bruera E. Models of Palliative Care Delivery for Patients With Cancer. J Clin Oncol 2020;38(9):852-865.

Zwakman M, Jabbarian LJ, van Delden J, van der Heide A, Korfage IJ, Pollock K, et al. Advance care planning: A systematic review about experiences of patients with a life-threatening or life-limiting illness. Palliat Med 2018;32(8):1305-1321.

Ajzen, I. The theory of planned behavior. Organizational Behavior and Human Decision Processes 1991;50(1):179-221.

Ke LS, Cheng HC, Ku YC, Lee MJ, Chang SY, Huang HY, et al. Older Adults' Behavioral Intentions Toward Advance Care Planning Based on Theory of Reasoned Action. J Hosp Palliat Nurs 2022;24(6):E294-E300.

Butler J, Binney Z, Kalogeropoulos A, Owen M, Clevenger C, Gunter D, et al. Advance directives among hospitalized patients with heart failure. JACC Heart Fail 2015;3(2):112-21.

พศิน ภูริธรรมโชติ. ทัศนคติต่อการทำพินัยกรรมชีวิตและปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจทำพินัยกรรมชีวิตของผู้ป่วยโรงพยาบาลบรบือ. ว.วิชาการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด มหาสารคาม 2560;1(1):39-50.

มารยาท สุจริตวรกุล, สิริลักษณ์ โสมานุสรณ์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเตรียมตัวเพื่อการตายของผู้สูงอายุไทยพุทธ. ว.เกื้อการุณย์ 2561;25(1):154-169.

ศรีเวียง ไพโรจน์กุล. วงถกถ่ายทอดแนวคิดการวางแผนการดูแลล่วงหน้า “ACP” ออกแบบอนาคตกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 25 มกราคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.nationalhealth.or.th/th/node/3925

Ngamjarus C, Pattanittum P. n4Studies: application for sample size calculation in health science research. Version 2.3. App store; 2024.

สุชานรี อุ่นคำ. ปัจจัยทำนายความตั้งใจในการวางแผนการดูแลล่วงหน้าของผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 20 มกราคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:314131

Cheng HC, Ke LS, Chang SY, Huang HY, Ku YC, Lee MJ. Knowledge, attitudes, and behavioral intentions of elderly individuals regarding advance care planning: Questionnaire development and testing. PLos One 2022;17(7):e0272351.

Ware J Jr, Kosinski M, Keller SD. A 12-Item Short-Form Health Survey: construction of scales and preliminary tests of reliability and validity. Med Care 1996;34(3):220-33.

วิชช์ เกษมทรัพย์. รายงานการประเมินโครงการผ่าตัดหัวใจ 8,000 ดวงถวายเป็นพระราชกุศล 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและถวายเป็นพระราชกุศล 84 พรรษาสมเด็จพระเจ้าพี่่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์. กรุงเทพฯ: สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (เพื่อสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข); 2550.

Hong M, Casado BL, Lee SE. The Intention to Discuss Advance Care Planning in the Context of Alzheimer's Disease Among Korean Americans. Gerontologist 2019;59(2):347-355.

Wongprasertsuk C, Pramaunwongteera T. Attitudes toward writing self-advance directives. Journal of Medicine and Health Sciences 2018;25(3):81-94.

Inoue, M. The influence of sociodemographic and psychosocial factors on advance care planning. Journal of Gerontological Social Work 2016;59(5):401-422.

ปานจันทร์ ฐานปนกุลศักดิ์. การวางแผนการดูแลรักษาล่วงหน้า: ประเด็นสำคัญในการดูแลแบบประคับประคองในผู้สูงอายุ. ว.พยาบาลศาสตร์และสุขภาพ 2563;43(3):12-23.

Chung RY, Wong EL, Kiang N, Chau PY, Lau JYC, Wong SY, et al. Knowledge, Attitudes, and Preferences of Advance Decisions, End-of-Life Care, and Place of Care and Death in Hong Kong. A Population-Based Telephone Survey of 1067 Adults. J Am Med Dir Assoc 2017;18(4):367.e19-367.e27.

Takeshita Y, Kaneko F, Okamura H. Factors associated with facilitating advance care planning based on the theory of planned behaviour. Jpn J Clin Oncol 2021;51(6):942-949.

อภิรฎี พิมเสน, วิราพรรณ วิโรจนรัตน์, นารีรัตน์ จิตรมนตรี. เจตคติการคลอ้ยตามกลุ่มอ้างอิง การรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรม และความตั้งใจในการทำหนังสือแสดงเจตนาล่วงหน้าเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลในระยะท้ายของชีวิตผู้สูงอายุในชุมชน. ว.สภาการพยาบาล 2562;34(1):74-87.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-08-29

รูปแบบการอ้างอิง

1.
หลักหนองบุ ข. ปัจจัยที่สัมพันธ์กับความตั้งใจในการวางแผนการดูแลล่วงหน้าของผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มารับบริการในหน่วยเคมีบำบัดแบบไม่ค้างคืน โรงพยาบาลอุดรธานี . udhhosmj [อินเทอร์เน็ต]. 29 สิงหาคม 2025 [อ้างถึง 3 กุมภาพันธ์ 2026];33(2):213-25. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/udhhosmj/article/view/277345

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย