ปัจจัยทำนายการคลอดก่อนกำหนดในโรงพยาบาลชุมแพ ขอนแก่น
คำสำคัญ:
การคลอดก่อนกำหนด, มารดาหลังคลอด, โรงพยาบาลชุมแพบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยทำนายการคลอดก่อนกำหนดในโรงพยาบาลชุมแพ เป็นการวิจัยย้อนหลังแบบ unmatched case control study ในมารดา 48-72 ชั่วโมงหลังคลอด จำนวน 171 ราย ที่มาคลอดในโรงพยาบาลชุมแพ จังหวัดขอนแก่น แบ่งเป็นมารดาคลอดก่อนกำหนดเป็นกลุ่มศึกษา 57 ราย มารดาคลอดครบกำหนดเป็นกลุ่มเปรียบเทียบ 114 ราย เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามข้อมูลทั่วไปมีค่า CVI เท่ากับ 1 และแบบประเมินความเครียด ST5 มีค่าสัมประสิทธิแอลฟาครอนบาค เท่ากับ 0.78 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติไคสแควร์และสถิติถดถอยโลจิสติคแบบ 2 กลุ่ม
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มศึกษามีอายุน้อยกว่า 20 ปีร้อยละ 7.0 อายุ 35 ปีขึ้นไปร้อยละ 36.8 กลุ่มเปรียบเทียบมีอายุน้อยกว่า 20 ปีร้อยละ 10.5 อายุ 35 ปีขึ้นไปร้อยละ 17.5 ปัจจัยที่ร่วมทำนายการคลอดก่อนกำหนดได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ มารดาอายุมาก (ORadj6.03, p=0.009) อายุครรภ์ที่ฝากครรภ์ครั้งแรกช้า (ORadj0.84, p<0.001) มีประวัติการคลอดก่อนกำหนด (ORadj31.33, p<0.001) ความเครียดระหว่างตั้งครรภ์ (ORadj7.764, p<0.001) ความรุนแรงในครอบครัว (ORadj1.16, p=0.035) และทารกแรกเกิดร่างกายพิการ (ORadj18.24, p<0.001) โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนของการคลอดก่อนกำหนดได้ร้อยละ 75.4 (R2 0.754, p<0.001) ปัจจัยที่สามารถทำนายการคลอดก่อนกำหนดได้มากที่สุดคือ เคยคลอดก่อนกำหนดมาก่อน (ORadj31.33)
สรุปมีหลายปัจจัยที่สามารถร่วมทำนายการคลอดก่อนกำหนด จึงควรส่งเสริมให้หญิงตั้งครรภ์เข้ารับการฝากครรภ์ตั้งแต่ไตรมาสแรก เพื่อให้สามารถประเมินความเสี่ยงได้รวดเร็วและให้การดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์
เอกสารอ้างอิง
พรทิพย์ เรืองฤทธิ์, สินีนาฏ หงษ์ระนัย. ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดของสตรีตั้งครรภ์ โรงพยาบาลแม่สรวย จังหวัดเชียงราย. เชียงรายเวชสาร 2565;14(1):43-54.
อุ่นใจ กออนันตกุล. การคาดการณ์การคลอดก่อนกำหนดเพื่อป้องกันรักษา. สูตินรีแพทย์สัมพันธ์ 2562;28(1):8-15.
Martin JA, Hamilton BE, Osterman MJK. Births in the United States, 2019. NCHS Data Brief 2020;(387):1-8.
Walani SR. Global burden of preterm birth. Int J Gynaecol Obstet 2020;150(1):31-3.
Kinney MV, Rhoda NR. Understanding the causes of preterm birth: solutions depend on context. Lancet Glob Health 2019;7(8):e1000-e1.
ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (Healh data center: HDC). ร้อยละหญิงไทยคลอดก่อนกำหนดในปีงบประมาณ. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2568.
เขตสุขภาพที่ 7 กระทรวงสาธารณสุข. สถานการณ์การคลอดก่อนกำหนดและการดำเนินงานการป้องกันการคลอดก่อนกำหนด เขตสุขภาพที่ 7. เขตสุขภาพที่ 7: กระทรวงสาธารณสุข; 2566.
กรมอนามัย. โครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุกเพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนด ปีงบประมาณ 2567–2570. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2567.
ระจิตร ชาครียวณิชย์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยในเขตสุขภาพที่ 5. ว.พยาบาลสาธารณสุข 2563;34(3):1-17.
ประชุมพร สุวรรณรัตน์, ทิพย์วรรณ บุณยาภรณ์, ศศิธร คำพันธ์. ผลของโปรแกรมการส่งเสริมศักยภาพสตรีตั้งครรภ์ที่เสี่ยงต่อภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด ต่ออัตราการเกิดภาวะเจ็บครรภ์คลอดและการคลอดก่อนกำหนด. ว.การพยาบาลสุขภาพและการศึกษา 2565;5(3):81-91.
ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล. ปัจจัยที่เหมาะสมในการคัดกรองการคลอดก่อนกำหนด. ว.วิชาการสาธารณสุข 2560;26(1):s64-s69.
กระทรวงสาธารณสุข. กรมการแพทย์. แนวปฏิบัติการป้องกันการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดสำหรับประเทศไทย ฉบับ พ.ศ.2566. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2566.
กัญยา ทูลธรรม, สุภาพร สุภาทวีวัฒน์. ปัจจัยที่มีผลต่อการคลอดก่อนกำหนด อัตราความถูกต้องครอบคลุมของแนวทางการดูแลรักษาสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด และอัตราความสำเร็จในการยับยั้งการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดของโรงพยาบาลมหาสารคาม. ว.โรงพยาบาลมหาสารคาม 2566;20(2):75-88.
Kelkay B, Omer A, Teferi Y, Moges Y. Factors associated with singleton preterm birth in Shire Suhul General Hospital, Northern Ethiopi,2018. J Pregnancy 2019;8:2019: 4629101,
Soltani M, Tabatabaee HR, Saeidinejat S, Eslahi M, Yaghoobi H, Mazloumi E. Assessing the risk factors before pregnancy of preterm births in Iran: a population-based case-control study. BMC Pregnancy Childbirth 2019;19:57-65.
ชเนนทร์ วนาภิรักษ์, ธีระ ทองสง. การเจ็บครรภ์และการคลอดก่อนกำหนด. ใน: ธีระ ทองสง, บรรณาธิการ. สูติศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 6. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2564. หน้า 244-59.
น้ำผึ้ง นันทวงศ์. ความชุกและปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการคลอดก่อนกำหนดในหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่นในโรงพยาบาลชัยภูมิ. ชัยภูมิเวชสาร 2565;69-81.
วิทมา ธรรมเจริญ, นิทัศนีย์ เจริญงาม, ญาดาภา โชติดิลก. ปัจจัยทำนายการคลอดก่อนกำหนดของหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่นที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี. ว.ศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา 2561;10(19):188-200.
Lowdermilk DL, Perry SE, Cashion K, Alder KR, Olshansky EF. Maternity & women’s health care. 12th ed. St. Loius, USA: Missouri; 2020.
ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย เรื่องการดูแลรักษาภาวะเจ็บครรภ์คลอดและถุงน้ำคร่ำรั่วก่อนกำหนด. กรุงเทพฯ: คณะอนุกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ.2565-2567 ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย; 2567.
สร้อย อนุสรณ์ธีรกุล, พงษ์ศักดิ์ จันทร์งาม. ความสัมพันธ์ระหว่างความเครียด ภาวะซึมเศร้า อายุครรภ์ก่อนคลอด และน้ำหนักทารกแรกเกิดของมารดาหลังคลอดในโรงพยาบาลชุมแพ จังหวัดขอนแก่น.
ว.ศูนย์อนามัยที่ 9 2568;19(2):484-95.
Polit DF, Hungler BF. Nursing research principles and methods. 6th ed. Philadelphia: Lippincott; 1999.
Schlesselman JJ. Case control studies: design, control, analysis. New York: Oxford University Press; 1982.
กระทรวงสาธารณสุข. กรมอนามัย. สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก (สมุดสีชมพู). นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2566.
รุ้ง ขันธวิชัย. ผลของโปรแกรมการป้องกันการคลอดก่อนกำหนดในสตรีตั้งครรภ์เสี่ยงโรงพยาบาลไชยวาน จังหวัดอุดรธานี. รายงานวิจัย เผยแพร่ผ่านระบบ open access (backoffice) ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี (UDPHO) และเว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุข [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 13 พฤษภาคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://backoffice.udpho.org/openaccess/control/download.php
Barrios MA, Alvarado GF. Risk Factors for premature birth in a hospital. Rev. Latino-Am. Enfermagem Epub 2016;24:2750-8.
Najafzadeh A. Stress and preterm birth: biological and vascular mechanisms affecting the feto-placental circulation and the length of gestation. Sonography 2016;3:95-102.
เบญจวรรณ ละหุการ, วลัยลักษณ์ สุวรรณภักดี, ทัศณีย์ หนูนารถ, มลิวัลย์ บุตรดำ. ความเครียดในหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด. ว.มหาจุฬานาครทรรศน์ 2563;7(10):1-13.
Lilliecreutz C, Larén J, Sydsjö G, Josefsson A. Effect of maternal stress during pregnancy on the risk for preterm birth. BMC Pregnancy Childbirth 2016;16(5):1-8.
ทัศณีย์ หนูนารถ, เบญจวรรณ ละหุการ. นุจเรศ โสภา. การกระทำรุนแรงในครอบครัวต่อสตรีตั้งครรภ์. ว.สังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ 2564;6(8):1-12.
Holmes MR, June-Yung Kim LY. Prenatal exposure to domestic violence: summary of key research findings. Center on Trauma and Anversity: Case Western Reserve University; 2019.
Lockington EP, Sherrell HC, Crawford K, Rae K, Kumar S. Intimate partner violence is a significant risk factor for adverse pregnancy outcomes. AJOG Glob Rep 2023;3(4):1-100283.
Melaku G, Getahun SB, Abebe M, Shumye S, Semagn S. The association between domestic violence and adverse pregnancy outcomes in pregnant women seeking antenatal care at Public Hospitals in Gedeo Zone: a prospective cohort study. J Multidiscip Healthc 2023;16:1833–43.
ฐิรวรรณ บัวแย้ม, เพียงบุหลัน ยาปาน, สุจิตตรา พงศ์ประสบชัย. การพยาบาลสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด. รามาธิบดีพยาบาลสาร 2562;25:243-54.
Tsai JM, Tsai LY, Tsay SL, Chen YH. The prevalence and risk factors of postpartum depression among women during the early postpartum period: a retrospective secondary data analysis. Taiwan J Obstet Gynecol 2023;62(3):406-11.
World Health Organization. World health data platform SDG Target 3.1 maternal mortality ratio (per 100,000 live births) [Internet]. 2020 [cited 2022 Feb 2]. Available from: https://who.int/topics/sustain
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ส่งบทความโดยตรง
ผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้นิพนธ์ ขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหา ทัศนะ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของบทความในวารสารไปเผยแพร่ทางการค้าก่อนได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร