การพัฒนาระบบยาของผู้ป่วยระยะท้ายในสถานชีวาภิบาล โรงพยาบาลอุดรธานี

ผู้แต่ง

  • อุดมลักษณ์ รังสิยาภรณ์รัตน์ กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลอุดรธานี
  • วราภรณ์ ริมชัยสิทธิ์ กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลอุดรธานี

คำสำคัญ:

การดูแลผู้ป่วยระยะท้าย, สถานชีวาภิบาล, ปฏิทินยา

บทคัดย่อ

การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) เพื่อศึกษาผลลัพธ์การพัฒนาระบบยา จัดการ

ปัญหาการใช้ยา ผลลัพธ์ทางด้านคลินิกและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยระยะท้ายที่สถานชีวาภิบาล ดำเนินการในเดือน มีนาคม - มิถุนายน 2568 กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยระยะท้ายที่อาศัยอยู่ในสถานชีวาภิบาลพุทธบุตร สวนเวฬุวัน ต.เชียงยืน จ.อุดรธานี จำนวน 24 ราย เครื่องมือที่ใช้คือแบบประเมิน Edmonton Symptom Assessment System, แบบบันทึก drug related problems และแบบประเมิน Palliative care Outcome Scale ฉบับภาษาไทย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติร้อยละ ความถี่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Paired t-test

ผลการวิจัย ผู้ป่วยระยะท้ายส่วนใหญ่เป็นเพศชาย (ร้อยละ 58.33) อายุมากกว่า 60 ปี (ร้อยละ 79.17) โรคหลัก 3 อันดับแรกเป็น โรคหลอดเลือดสมอง (ร้อยละ20.28) โรคสมองเสื่อม (ร้อยละ16.67) และ  มะเร็งตับ (ร้อยละ 12.50) พบปัญหาด้านยา 17 ราย ร้อยละ 70.83 ปัญหา 3 อันดับแรก ได้แก่ ใช้ยาไม่ตรงตามแพทย์สั่ง (ร้อยละ 33.33) ความถี่ไม่เหมาะสม (ร้อยละ 22.22) ใช้ยาขนาดต่ำ (ร้อยละ 16.67) ทำให้ไม่ได้ผลจากการรักษา (ร้อยละ 50.00) เกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา (ร้อยละ 22.22) และอื่น ๆ วิธีการจัดการปัญหาได้แก่ ใช้ปฏิทินยา ให้คำแนะนำการใช้ยา ทวนสอบวิธีบริหารยา ประสานรายการยา จัดเก็บยาในถุงผ้า และใช้สื่อความรู้ ผลลัพธ์ทางคลินิกเปรียบเทียบก่อนและหลังการบริบาลทางเภสัชกรรม 72 ชั่วโมงพบว่าอาการทางคลินิกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ปวด เหนื่อยอ่อนเพลีย คลื่นไส้ ซึมเศร้า วิตกกังวล ง่วงซึม/สะลึมสะลือ เบื่ออาหาร สบายดีทั้งกายใจและเหนื่อยหอบ ( < 0.001 ทุกรายการ) และพบว่าผลลัพธ์ด้านคุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ       (p < 0.001) โดยก่อนการเยี่ยมบ้านมีคะแนนเฉลี่ย 6.54 (SD=5.03) และหลังการเยี่ยมมีคะแนนเฉลี่ย 2.91      (SD=6.08)  

สรุป: การบริบาลทางเภสัชกรรม การใช้ปฏิทินยาแก่ผู้ป่วยระยะท้ายที่สถานชีวาภิบาล ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ทางคลินิกที่ดีและผลลัพธ์ด้านคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

 

เอกสารอ้างอิง

Worldwide Palliative Care Alliance. Global atlas of palliative care at the end of life [Internet]. 2020 [cited 2023 Jun 19]. Available from: https://www.who.int/nmh/Global_Atlas_of_Palliative_Care.pdf

ฐานข้อมูล ระบบสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข. Health data center; HDC service [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 19 มิถุนายน 2566]. เข้าถึงได้จาก: https://hdcservice.moph.go.th/hdc/

reports/report.php?&cat_id=b08560518ca0ebcaf2016dab69fb38b5&id=203af802132eb248d8bf1da-c725113bf#

กองบริหารการสาธารณสุข. คู่มือดำเนินการตามนโยบายสถานชีวาภิบาล 2024 กระทรวงสาธารณสุข. [อินเทอร์เน็ต]. [cited 2024 Dec 20]. Available from: https://phdb.moph.go.th/main/index/detail/31505

กระทรวงสาธารณสุข. กองบริหารการสาธารณสุข. แนวทางการจัดการระบบยาในการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง (Palliative care) ของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. นนทบุรี: กองบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข: 2561.

Joint Commission of Pharmacy Practitioners. Pharmacists’ Patient Care Process. May 29, 2014 [Internet]. [cited 2023 Jun 18]. Available from: https://jcpp.net/patient-care-process/

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด และ ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 19 มิถุนายน 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://narcotic.fda.moph.go.th/law-type/category/act-na-pa

กระทรวงสาธารณสุข. กรมการแพทย์. แนวทางการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย 2557. กรุงเทพฯ: กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข; 2557.

มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว. วิธีการประเมินอาการต่างๆโดยใช้แบบประเมิน Edmonton Symptom Assessment System (ESAS) [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 19 มิถุนายน 2023]. เข้าถึงได้จาก: https://www.rama.mahidol.ac.th/ fammed/th/palliativecare/

tools/doctorpalliative2th

พิจักษณา มณีพันธุ์, กรกมล รุกขพันธ์. ปัญหาด้านยาของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาตัว ณ โรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่ง ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และการจัดการปัญหาโดยเภสัชกร. ว.เภสัชกรรมไทย 2561;10(2):551-562.

โรงพยาบาลมหาราชเชียงใหม่. ฝ่ายการพยาบาล. คู่มือการใช้แบบประเมินผลลัพธ์การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง (Palliative care Outcome Scale: POS). เชียงใหม่: โรงพยาบาลมหาราชเชียงใหม่; 2556.

อัทธยา พิจอมบุตร, รัตนาภรณ์ อาวิพันธ์, นราวดี เนียมหุ่น. การพัฒนาและประเมินผลโปรแกรมการจัดการความปวดโดยญาติซึ่งเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะท้าย. ว.เภสัชกรรมไทย 2566;15(1):73-88.

ทิพวรรณ สิมสินธุ์, หทัย ยาทองไชย, ณัฐวุฒิ สารโพคา. ปฏิทินเตือนกินยาวาร์ฟาริน. ชุมชนนักปฏิบัติทางสาธารณสุขไทย [อินเทอร์เน็ต]. 2560 [เข้าถึงเมื่อ 16 กันยายน 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://mednacea.ict.mahidol.ac.th/project/2560000254

รุจิรา อนุสุริยา. การศึกษาผลของการใช้ยามอร์ฟีนชนิดน้ำเชื่อมเพื่อรักษาอาการหายใจลำบากในผู้ป่วยระยะท้าย โรงพยาบาลอุดรธานี. ว.การแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี 2560;25(2):190-198.

ทิพย์สุคนธ์ เจริญพันธ์, จันทรรัตน์ สิทธิวรนันท์. การพัฒนาบทบาทเภสัชกรในทีมสหวิชาชีพสำหรับการจัดการอาการปวดด้วยยาในผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะลุกลาม อย่างต่อเนื่องจนถึงที่บ้าน โรงพยาบาลหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี. ว.ไทยไภษัชยนิพนธ์ 2022;17(2):1-21

ช่อทิพย์ พรหมมารัตน์. ปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยประคับประคองที่มารับการรักษาที่คลินิกประคับประคองแผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลลำพูน. ว.สาธารณสุขล้านนา 2561;16(1):70-81.

ขวัญจิรา ถนอมจิตต์, สุรีพร ธนศิลป์. ปัจจัยคัดสรรที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย มะเร็งปอด. ว.พยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2558;27(1):120-132.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-30

รูปแบบการอ้างอิง

1.
รังสิยาภรณ์รัตน์ อ, ริมชัยสิทธิ์ ว. การพัฒนาระบบยาของผู้ป่วยระยะท้ายในสถานชีวาภิบาล โรงพยาบาลอุดรธานี. udhhosmj [อินเทอร์เน็ต]. 30 เมษายน 2026 [อ้างถึง 3 พฤษภาคม 2026];34(1):14-25. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/udhhosmj/article/view/281942

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย