การศึกษาเปรียบเทียบผลการรักษาผู้ป่วยลำไส้กลืนกันแบบไม่ผ่าตัดระหว่างวิธีสวนน้ำเกลือโดยประเมินภาพระหว่างการรักษาผ่านเครื่องคลื่นเสียงความถี่สูงและวิธีสวนลมโดยประเมินภาพระหว่างการรักษาผ่านเครื่องเอกซเรย์ฟลูโอโรสโคปีในสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
คำสำคัญ:
ลำไส้กลืนกัน, การสวนน้ำเกลือโดยประเมินภาพระหว่างการรักษาด้วยเครื่องคลื่นเสียงความถี่สูง, การสวนลมโดยประเมินภาพระหว่างการรักษาผ่านเครื่องเอกซเรย์ฟลูโอโรสโคปบทคัดย่อ
ภูมิหลัง: ภาวะลำไส้กลืนกันเป็นสาเหตุเกิดลำไส้อุดตัน ที่พบบ่อยในผู้ป่วยเด็ก การวินิจฉัยและการรักษาที่ทันท่วงทีมีความสำคัญ ในการลดภาวะแทรกซ้อน ภาวะลำไส้กลืนกันสามารถให้การรักษา ด้วยวิธีไม่ผ่าตัดได้ วัตถุประสงค์: เปรียบเทียบผลการรักษาผู้ป่วย ลำไส้กลืนกันแบบไม่ผ่าตัด ระหว่างวิธีใช้น้ำเกลือโดยประเมินภาพ ระหว่างการรักษาผ่านเครื่องคลื่นเสียงความถี่สูง และวิธีใช้ลมดัน โดยประเมินภาพระหว่างการรักษาผ่านเครื่องเอกซเรย์ฟลูโอโรสโคปี ในผู้ป่วยที่ทำการรักษาที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี วิธีการ: ศึกษาย้อนหลังเพื่อเปรียบเทียบผลสำเร็จของการรักษาผู้ป่วย ภาวะลำไส้กลืนกัน ที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีใช้น้ำเกลือดันลำไส้กลืน กันประเมินภาพระหว่างการรักษาผ่านเครื่องคลื่นเสียงความถี่สูง และ วิธีการใช้ลมดันลำไส้กลืนกันประเมินภาพผ่านเครื่องฟลูโอโรสโคปี ที่ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ระหว่าง 1 ตุลาคม 2560 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2562 ผล: ผู้ป่วยลำไส้กลืนกันที่ได้รับการรักษาด้วย วิธีไม่ผ่าตัด 53 ครั้ง จากผู้ป่วย 49 ราย อายุระหว่าง 2 เดือน ถึง 4 ปี 1 เดือน รักษาด้วยวิธีสวนน้ำเกลือเพื่อดันลำไส้กลืนกัน ประเมิน ภาพระหว่าง การรักษาด้วยเครื่องคลื่นเสียง ความถี่สูงจำนวน 19 ครั้ง รักษาสำเร็จจำนวน 13 ครั้ง คิดเป็น ร้อยละ 68.4 การรักษา 34 ครั้ง ใช้วิธีสวนลมดันลำไส้กลืนกันประเมินภาพระหว่างการรักษา ด้วยเครื่องฟลูโอโรสโคปี สำเร็จ 30 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 88.2 พบ ลำไส้ทะลุระหว่างรักษาด้วยการใช้ลม 2 ราย คิดเป็นร้อยละ 5.9 พบการเป็นซ้ำของลำไส้กลืนกันที่เคยรักษาโดยวิธีใช้ลมที่ 2 วัน ถึง 4 เดือนหลังการรักษาครั้งแรก อัตราการเป็นซ้ำ คิดเป็นร้อยละ 14.7 ผู้ป่วย 1 ราย รักษาไม่สำเร็จด้วยการรักษาทั้งสองวิธี สรุป: การรักษาด้วยวิธีสวนน้ำเกลือดันลาไส้กลืนกันโดยประเมินภาพด้วย เครื่องคลื่นเสียงความถี่สูง ผลสำเร็จของการรักษาไม่แตกต่างเมื่อ เทียบกับวิธีการสวนลมโดยประเมินภาพระหว่างรักษาด้วยเครื่อง ฟลูโอโรสโคปี มีค่า p = 0.077
เอกสารอ้างอิง
Coley BD. Caffey’s Pediatric Diaggnostic Imaging.13th ed. Philadelphia: Elsevier; 2019.
Talabi AO, Famurewa OC, Bamigbola KT, Sowande OA, Afolabi BI, Adejuyigbe O. Sonographic guided hydrostatic saline enema reduction of childhood intussusception: a prospective study. BMC Emerg Med 2018; 18:1-7.
Avci V, Agengin K, Bilici S. Ultrasound Guided Reduction of Intussusception with Saline and Evaluating the Factors Affecting the Success of the Procedure. Iranian Journal of Pediatrics 2018; 28:e62442.
Khorana J, Singhavejsakul J, Ukarapol N, Laohapensane M, Wakhandrittee J, Patumanond J. Enema reduction of intussusception: the success rate of hydrostatic and pneumatic reduction. Ther Clin Risk Manag 2015;11:1837-42.
Srisarakham P, Nueaitone K, Sankote W, Hangsanankul N, Jaroensuk SP, Sujritkul J, et al. New era in intussusception reduction under ultrasound guidance by pneumatic and hydrostatic technique, Ten years experience in Mahasarakham Hospital, North Eastern, Thailand [Internet] 2019. [cited
Mar 30]. Available from: www.rcrt.or.th/rcrt-rst-2019-download/download/RCRT-RST_2019_E-BOOK.pdf.
Wattanaruangkowit P. Hydrostatic Reduction of Intussusception under Ultrasound Guidance: Report of 8 cases and Review of Literatures. Thammasat Medical Journal 2001; 1: 1-10.
Mahayosnond A, Sethsakul E, Trinavarat P, Chomdej S, Roekwibunsi S. Treatment of pediatric intussusception by pneumatic reduction under ultrasound guidance: first case of King Chulalongkorn Memmorial Hospital. Chula Med J 2004; 48:299-307.
Ito Y, Kusakawa I, Murata Y, Ukiyama E, Kawase H, Kamagata S, et al. Japanese guidelines for the management of intussusception in children, 2011. Pediatr Int 2012; 54: 948-58.
Sompun K, Aunchalee K. Development of the treatment of Intussusception in children by the wind to enema in Queen Sirikit National Institute of Child Health since 1992 – 2009, Sarnraksarnfun Journal 2553;2:9.
Khong PL, Peh WC, Lam CH, Chan KL, Cheng W, Lam WW, et al. Ultrasound-guided hydrostatic reduction of childhood intussusception: technique and demonstration. Radiographics 2000; 20:E1.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
ข้อความและข้อคิดเห็นต่างๆ เป็นของผู้เขียนบทความ ไม่ใช่ความเห็นของกองบรรณาธิการหรือของวารสารกรมการแพทย์