การปรับปรุงการพยากรณ์โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดด้วยปัญญาประดิษฐ์: การศึกษาเกี่ยวกับการถ่ายภาพหัวใจทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์

ผู้แต่ง

  • ธฤต แตระกุล กลุ่มงานรังสีวิทยา โรงพยาบาลราชวิถี
  • ธราทิพย์ นาราวงศ์ กลุ่มงานรังสีวิทยา โรงพยาบาลราชวิถี
  • ศิริวรรณ ศรีใส กลุ่มงานรังสีวิทยา โรงพยาบาลราชวิถี
  • กรกช วรธรรมมงคล กลุ่มงานรังสีวิทยา โรงพยาบาลราชวิถี

คำสำคัญ:

Myocardial perfusion imaging, Artificial intelligence, 4DMSPECT, QGSQGPS, Corridor 4D

บทคัดย่อ

ภูมิหลัง: ในการตรวจหาความผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจด้วยการตรวจทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ได้รับความนิยมเนื่องจากเป็นการตรวจที่ไม่คุกคาม แต่ก็ยังต้องมีการอิงกับการตรวจสวนหัวใจซึ่งเป็นการตรวจที่คุกคามอยู่ อย่างไรก็ตาม การตรวจทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ยังมีการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปและเครื่องมือที่หลากหลายการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำปัญญาประดิษฐ์มาช่วยในการวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดด้วยการถ่ายภาพทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ จะช่วยแพทย์เวชศาสตร์นิวเคลียร์ในการแปลผลภาพถ่ายหัวใจทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ให้ถูกต้องแม่นยำและช่วยลดการตรวจสวนหัวใจที่ไม่จำเป็น วัตถุประสงค์: 1. เพื่อหาความสัมพันธ์ของการแปลผลภาพถ่ายหัวใจทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ โดยแพทย์เวชศาสตร์นิวเคลียร์กับผลการพยากรณ์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ 2.เพื่อเปรียบเทียบความแม่นยำที่ได้จากผลการพยากรณ์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ที่ได้จากเครื่องมือและโปรแกรมสำเร็จรูปที่ต่างจากโปรแกรมสำเร็จรูปที่นำไปพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ 3. เพื่อศึกษาค่าเชิงปริมาณที่ได้จากโปรแกรมสำเร็จรูปที่ต่างจากโปรแกรมสำเร็จรูปที่นำไปพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ วิธีการ: เก็บข้อมูลย้อนหลังจากผู้ป่วยที่มาตรวจหัวใจทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ร่วมกับได้รับการสวนหัวใจ จำนวน501 ราย พยากรณ์ด้วยปัญญาประดิษฐ์เพื่อหาความสอดคล้องกับผลอ่านของแพทย์เวชศาสตร์นิวเคลียร์จากนั้นศึกษาค่าเชิงปริมาณจากโปรแกรม Corridor4D และ QGSQPS เทียบกับโปรแกรม4DMSPECT ซึ่งเป็นโปรแกรมที่นำไปพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ และศึกษาความไว (sensitivity) และความจำเพาะ (specificity) จากผลการพยากรณ์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ที่ได้จากเครื่องถ่ายภาพอวัยวะภายในสามมิติด้วยรังสีแกมม่าพร้อมเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์(สเปคซีที) รุ่น 870DR ร่วมกับโปรแกรม QGSQPS เทียบกับเครื่องถ่ายภาพอวัยวะภายในสามมิติด้วยรังสีแกมม่า (สเปค) รุ่น Infiniaร่วมกับโปรแกรม 4DMSPECT ซึ่งเป็นเครื่องและโปรแกรมสำเร็จรูปที่นำไปพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ ผล: การแปลผลโดยแพทย์เวชศาสตร์นิวเคลียร์กับผลการพยากรณ์ด้วยปัญญาประดิษฐ์มีความสอดคล้องกันน้อย (r = -0.006) ค่าเชิงปริมาณระหว่างโปรแกรม 4DMSPECTกับ Corridor4D มีความสัมพันธ์ที่หลากหลาย (ค่า r = 0.39-0.96)เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ระหว่าง Corridor 4D กับ QGSQPS ซึ่งมีความสอดคล้องอยู่ในช่วงกว้าง (r = 0.26-0.89) ความไวและความจำเพาะของปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้ร่วมกับเครื่องสเปค รุ่น Infinia และประมวลผลข้อมูลด้วยโปรแกรม 4DMSPECT มีค่าร้อยละ 49.0 และร้อยละ 63.1 ขณะที่ปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้ร่วมกับเครื่องสเปคซีทีรุ่น 870DR และประมวลผลข้อมูลด้วยโปรแกรม QGSQPS มีค่าร้อยละ75.6 และร้อยละ 35.3 ตามลำดับ สรุป: ปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาขึ้นยังมีความแม่นยำไม่สูงเพียงพอ อีกทั้งโปรแกรมสำเร็จรูปที่ต่างชนิดกันมีความสอดคล้องอยู่ในช่วงกว้าง จึงยังไม่สามารถนำมาใช้ในทางคลินิกได้ ทางทีมวิจัยจึงอยู่ระหว่างการพัฒนาปรับปรุงปัญญาประดิษฐ์ให้มีความแม่นยำเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ทางคลินิกกับผู้ป่วยต่อไปในอนาคต

เอกสารอ้างอิง

Laslett LJ, Alagona P Jr, Clark BA 3rd, Drozda JP Jr, Saldivar F, Wilson SR, et al. The worldwide environment of cardiovascular disease: prevalence, diagnosis, therapy, and policy issues: a report from the American College of Cardiology. J Am Coll Cardiol 2012;60(25 Suppl):S1-49.

Fihn SD, Gardin JM, Abrams J, Berra K, Blankenship JC, Dallas AP, et al. 2012 ACCF/AHA/ACP/AATS/PCNA/SCAI/STS guideline for the diagnosis and management of patients with stable ischemic heart disease: a report of the American College of Cardiology Foundation/American Heart Association task force on practice guidelines, and the American College of Physicians, American Association for Thoracic Surgery, Preventive Cardiovascular Nurses Association, Society for Cardiovascular Angiography and Interventions, and Society of Thoracic Surgeons. Circulation 2012;126(25):e354-471.

Fihn SD, Gardin JM, Abrams J, Berra K, Blankenship JC, Dallas AP, et al. 2012 ACCF/AHA/ACP/AATS/PCNA/SCAI/STS guideline for the diagnosis and management of patients with stable ischemic heart disease: executive summary: a report of the American College of Cardiology Foundation/American Heart Association task force on practice guidelines, and the American College of Physicians, American Association for Thoracic Surgery, Preventive Cardiovascular Nurses Association, Society for Cardiovascular Angiography and Interventions, and Society of Thoracic Surgeons. Circulation 2012;126(25):3097-137.

Kostkiewicz M. Myocardial perfusion imaging in coronary artery disease. Cor Vasa 2015;57(6):e446–52.

Wayne DW. Biostatistics: A Foundation for analysis in the health sciences. 6th ed. New York: Wiley; 1995.

Seetharam K, Shresthra S, Mills JD, Sengupta PP. Artificial intelligence in nuclear cardiology: Adding Value to Prognostication. Curr Cardiovasc Imaging Rep 2019;12(5):14.

Shibutani T, Nakajima K, Wakabayashi H, Mori H, Matsuo S, Yoneyama H, et al. Accuracy of an artificial neural network for detecting a regional abnormality in myocardial perfusion SPECT. Ann Nucl Med 2019;33(2):86-92.

Wolak A, Slomka PJ, Fish MB, Lorenzo S, Acampa W, Berman DS, et al. Quantitative myocardial-perfusion SPECT: comparison of three state-of-the-art software packages. J Nucl Cardiol 2008;15(1):27-34.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

15-09-2023

รูปแบบการอ้างอิง

1.
แตระกุล ธ, นาราวงศ์ ธ, ศรีใส ศ, วรธรรมมงคล ก. การปรับปรุงการพยากรณ์โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดด้วยปัญญาประดิษฐ์: การศึกษาเกี่ยวกับการถ่ายภาพหัวใจทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์. J DMS [อินเทอร์เน็ต]. 15 กันยายน 2023 [อ้างถึง 3 กุมภาพันธ์ 2026];48(3):38-45. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/JDMS/article/view/260127

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ