ผลของโปรแกรมสนับสนุนครอบครัวในการเพิ่มความรู้ของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภทและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเภท

Main Article Content

มยุรี ลัคนาศิโรรัตน์
จารุมน ลัคนาวิวัฒน์
ไพจิตร พุทธรอด

บทคัดย่อ

               วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมสนับสนุนครอบครัวต่อการเพิ่มความรู้ของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภทและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเภท


               วิธีการศึกษา : การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง วัดกลุ่มเดียวก่อนและหลัง กลุ่มตัวอย่าง แบ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยจิตเภทและกลุ่มผู้ดูแล คัดเลือกตามเกณฑ์ กลุ่มละ 32 คน ได้รับโปรแกรมสนับสนุนครอบครัวจำนวน 6 ครั้ง ในระยะเวลา 16 สัปดาห์ เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ดูแลและของผู้ป่วยจิตเภท แบบทดสอบความรู้ของผู้ดูแลเรื่องโรคจิตเภทและการดูแลผู้ป่วยจิตเภท แบบบันทึกความรุนแรงของอาการเบื้องต้น แบบประเมินความสามารถโดยรวมของกรมสุขภาพจิต แบบวัดคุณภาพชีวิต และแบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล


               ผลการศึกษา : 1) กลุ่มผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภทมีค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ในการดูแลผู้ป่วยจิตเภทหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 2) กลุ่มผู้ป่วยจิตเภทมีค่าเฉลี่ยคะแนนความรุนแรงของอาการเบื้องต้นดีขึ้น ค่าเฉลี่ยคะแนนความสามารถโดยรวมและคุณภาพชีวิต หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ


               สรุป : โปรแกรมสนับสนุนครอบครัวมีส่วนช่วยให้ผู้ดูแลมีความรู้ในการดูแลผู้ป่วยจิตเภทเพิ่มขึ้นและผู้ป่วยจิตเภทได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการลดความรุนแรงของอาการ มีความสามารถโดยรวมดีขึ้นและมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

Article Details

บท
บทความวิจัย

References

กนกวรรณ บุญอริยะ, รุ่งอรุณ โตศักดิ์ภราเลิศ, และศันสนีย์ ประชุมศรี. (2552) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยจิตเภทที่รับไว้รักษาในสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา. วารสารสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา, 3(1), 1-11.

กนกวรรณ บุญเสริม. (2559). ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการกลับมารักษาซ้ำในผู้ป่วยจิตเภท: มุมมองผู้ป่วย. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 30(1), 123-138.

กรมสุขภาพจิต. (2557). โปรแกรมการพัฒนาการเข้าถึงบริการและการดูแลผู้ป่วยโรคจิต: คู่มือสำหรับผู้ปฏิบัติ: สำหรับพื้นที่นำร่อง ปีงบประมาณ 2557. กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข.

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2560). คู่มือการดูแลผู้ป่วยโรคจิตเภท สำหรับโรงพยาบาลในเขตสุขภาพ ฉบับพยาบาล/นักวิชาการสาธารณสุข (พิมพ์ครั้งที่ 2). บริษัทวิคทอเรีย อิมเมจ.

กองบริหารระบบบริการสุขภาพจิต. (2563). รายงานประจำปี 2563. กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข.

จันทร์ทิรา เจียรณัย. (2556). การพยาบาลแบบองค์รวม ( Holistic Nursing). สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี.

จารุรินทร์ ปิตานุพงศ์, และชลทิชา เรืองวิริยะนันท์. (2562). ความรู้สึกเป็นภาระของผู้ดูแลผู้ป่วยโรคจิตเภทและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย, 27(2), 95-106.

เจษฎา โชคดำรงสุข. (12 พฤษภาคม 2559). แพทย์ชี้สถิติผู้ป่วยจิตเภท ก่ออาชญากรรมไม่ถึง 5% วอนสังคมหยุดตีตรา https://shorturl.asia/MgebE

ทัศนีย์ เชื่อมทอง. (7, กรกฎาคม 2555). ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการขาดยาของผู้ป่วยโรคจิตเภทที่กลับมารักษาซ้ำในโรงพยาบาลชลบุรี. [เอกสารนำเสนอในที่ประชุม]. การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากงานประจำสู่งานวิจัย ครั้งที่ 5 (Routine to research : R2R) : วิถี R2R: เรียบง่าย คุณภาพ ครบวงจร]. ศูนย์การประชุมอิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี.

บัวลอย แสนละมุล, และปัตพงษ์ เกษสมบูรณ์. (2557). ผลของโปรแกรมการให้ความรู้แก่ผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภท. วารสารการพัฒนาสุขภาพชุมชน มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2(3), 273-284.

กรมสุขภาพจิต. (14 กันยายน 2561). กรมสุขภาพจิต ย้ำเตือนผู้ป่วยจิตเวช อย่าขาดยาเด็ดขาด แม้อาการดี ขึ้น. https://dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=28208

เบญจมาศ สุขศรีเพ็ง. (11 ธันวาคม 2555). ทฤษฎีแรงสนับสนุนทางด้านสังคม (Social Support Theory). https://www.gotoknow. org/posts/115753

เพ็ญศิริ สมใจ, วิภาดา คณะไชย, และสุบิน สมีน้อย. (2555). ผลของการใช้โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพดีต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคจิตเภทที่มารับบริการในแผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์. วารสารสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 30(3), 113-121.

ไพจิตร พุทธรอด. (2559). กระบวนการดูแลต่อเนื่องในผู้ป่วยจิตเภทโดยผู้ดูแลและภาคีเครือข่ายในชุมชน. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย, 24(2), 122-129.

ฟองคำ ดำลกสกุลชัย. (2549). การปฏิบัติการพยาบาลตามหลักฐานเชิงประจักษ์:หลักฐานและวิธีปฏิบัติ (Evidence-Based Nursing:Principle and Method). คณะพยาบาลศาสตรมหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วนจำกัด พรี-วัน.

มยุรี ลัคนาศิโรรัตน์, จารุมน ลัคนาวิวัฒน์, สุวนิตย์ วงศ์ยงศิลป์ และปิยวิทย์ เนกขพัฒน์. (2566). การพัฒนารูปแบบการดูแลต่อเนื่องผู้ป่วยจิตเภท โดยผู้ดูแล และภาคีเครือข่ายในชุมชน ตามกรอบแนวคิดการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสุขภาพจิต แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 8(1), 130-142.

รัชนี นามจันทรา. (2553). การทบทวนการพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลตามหลักฐานเชิงประจักษ์ สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน. วารสารสภาการพยาบาล, 25(4), 109-125.

วิภาวี คงอินทร์. (2546). ทฤษฎีการพยาบาลของโอเร็ม. เอกสารประกอบการสอนรายวิชา 640-121 มโนทัศน์พื้นฐานทางการพยาบาล. คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์.

วัชรินทร์ วุฒิรณฤทธิ์. (2560). การส่งเสริมความร่วมมือในการรับประทานยาสำ หรับผู้ป่วยจิตเภทในชุมชน. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 31(1), 1-12.

ศูนย์พัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลห้วยยอด. (2557). การพัฒนาแนวปฏิบัติทางการพยาบาล: การดูแลผู้ป่วยจิตเภทเพื่อป้องกันอาการกำเริบซ้ำ. โรงพยาบาลห้วยยอด จังหวัดตรัง.

ศูนย์พัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลห้วยยอด. (2562). โปรแกรมสนับสนุนครอบครัวในการดูแลผู้ป่วยจิตเภทเพื่อป้องกันอาการกำเริบซ้ำ. โรงพยาบาลห้วยยอด จังหวัดตรัง.

โรงพยาบาลห้วยยอด. (2565). ทะเบียนข้อมูลผู้รับบริการคลินิกจิตเวชโรงพยาบาลห้วยยอด. โรงพยาบาลห้วยยอด จังหวัดตรัง.

สุจรรยา โลหาชีวะ, นันทภัค ชนะพันธ์, และพูลสิน เฉลิมวัฒน์. (2565). ผลของโปรแกรมการให้สุขภาพจิตศึกษาร่วมกับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องต่อความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วยจิตเภทที่เจ็บป่วยครั้งแรก. วารสารโรงพยาบาลชลบุรี, 47(2), 105-112.

สุณีย์ แสงดาว, เพ็ญพักตร์ อุทิศ, และรัชนีกร เกิดโชค. (2555). ผลของโปรแกรมสนับสนุนทางสังคมแบบกลุ่มต่อภาระในการดูแลของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภท. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 26(3), 97-111.

สุวัฒน์ มหัตนิรันดร์กุล, วิระวรรณ ตันติพิวัฒนสกุล, วนิดา พุ่มไพศาลชัย, กรองจิตต์ วงศ์สุวรรณ และ ราณี พรมานะรังกุล. (2545). โครงการจัดทําโปรแกรมสําเร็จรูปในการสํารวจสุขภาพจิตในพื้นที่ ปี พ.ศ. 2545. กรมสุขภาพจิต ค้นเมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2557 จาก https://www.dmh.go.th/test/ download/files/whogol.pdf.

สมลักษณ์ เขียวสด, ทับทิม อุตะเดช, และวัลลภา แสนศิลา. (2555). ผลของการใช้โปรแกรมให้ความรู้แบบกลุ่มต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยจิตเภท. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 26(1), 74-85.

สมศรี กิตติพงศ์พิศาล, ภัทรวรรธน์ สุขยิรัญ, และฌาณวัฒน์ ลีบัณฑูรเดช. (2563) การพัฒนากิจกรรมกลุ่มฟื้นฟูสมรรถภาพทางการรู้คิดสำหรับผู้ป่วยจิตเภทเรื้อรัง. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย, 28(2), 161-172.

สำนักยุทธศาสตร์สุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2559). รายงานการทบทวนสถานการณ์และแนวโน้มการดำเนินงานด้านสุขภาพจิต ประกอบการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ กรมสุขภาพจิต ในช่วงแผนฯ 12 (พ.ศ.2560-2564).

อิสระ แสงทอง, และ มยุรี ลัคนาศิโรรัตน์. (2562). ภาระการดูแลของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภท. วารสารวิชาการ เขต 12, 30(1), 21-29.

อุษา แก้วอำภา. (2555). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ภาระในการดูแล กับสุขภาพจิตของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภท. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 6(2), 127-143.

Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed). Lawrence Erlbaum Associates.

Grove, S. K., Burns, N., & Gray, J. (2012). The practice of nursing research: Appraisal, synthesis, and generation of evidence. Elsevier Health Sciences.

House, J.S. (1981). The nature of social support. In M.A. Reading (Ed.). Work stress and social support. Addison–Wesley.

Katsumi, A., Hoshino, H., Fujimoto, S., Yabe, H., Ikebuchi, E., Nakagome, K., & Niwa, S. I. (2019). Effects of cognitive remediation on cognitive and social functions in individuals with schizophrenia. Neuropsychological rehabilitation, 29(9), 1475-1487.

Lortrakul, M. & Sukanich, P. (2009). Textbook of Ramathibodi psychiatry (3rd ed). Beyond Enterprise.

Orem, D. E. (1991). Nursing: Concepts of Practice (4th ed.). Mosby.

Puspitosari, W.A., Wardaningsih, S., & Nanwani, S. (2019). Improving the quality of life of people with schizophrenia through communitybased rehabilitation in Yogyakarta Province, Indonesia: A quasi experimental study. Asian Journal of Psychiatry, 42, 67-73.