การพัฒนาระบบป้องกันและเฝ้าระวังปัญหาการฆ่าตัวตายระดับอำเภอโดยชุมชนมีส่วนร่วมในจังหวัดสตูล
Main Article Content
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ : 1) เพื่อศึกษาและวิเคราะห์สาเหตุ ปัจจัยของปัญหาการฆ่าตัวตายร่วมกับชุมชน 2) เพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตายระดับอำเภอโดยชุมชนมีส่วนร่วมในจังหวัดสตูล 3) เพื่อประเมินผลการใช้ระบบเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตายในพื้นที่ 7 อำเภอในจังหวัดสตูล
วิธีการศึกษา : เป็นการวิจัยและพัฒนาเชิงแบบผสมผสาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แกนนำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุข 2) คณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขอำเภอ (คปสอ.) ผู้นำทางจิตวิญญาณ ญาติ ครอบครัว และผู้มีประวัติทำร้ายตนเอง คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ เช่น นายอำเภอ นายกเทศมนตรี สาธารณสุขอำเภอ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้อำนวยการโรงพยาบาล โดยกำหนดพื้นที่ เป้าหมายจากหมู่บ้านที่มีประวัติการฆ่าตัวตายในปี 2566 จำนวน 9 หมู่บ้าน จำนวน 110 คน
ผลการศึกษา : ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างอยู่ในบริบทชุมชนชนบทที่มีความเข้มแข็งของครอบครัวและความผูกพันทางสังคมสูง ซึ่งเป็นปัจจัยคุ้มกันสำคัญต่อการป้องกันพฤติกรรมฆ่าตัวตาย ขณะเดียวกันบทบาทของสื่อโทรทัศน์และสื่อสังคมออนไลน์มีอิทธิพลต่อทัศนคติของประชาชนอย่างมาก อีกทั้งยังพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับความเชื่อ ความคิด ความรู้สึก และทัศนคติเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายและการจัดการศพและไว้ทุกข์หลังการพัฒนาสูงกว่าก่อนพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และผลการประเมินความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างต่อระบบโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
สรุป : ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าระบบป้องกันและเฝ้าระวังปัญหาการฆ่าตัวตายระดับอำเภอโดยชุมชนมีส่วนร่วมในจังหวัดสตูลสามารถเสริมสร้างความตระหนักรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับพื้นที่ อีกทั้งยังเป็นมีความเหมาะสม สอดคล้องกับบริบทวัฒนธรรมและสังคม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์แล้ว เป็นลิขสิทธิ์ของสมาคมพยาบาลจิตเวชแห่งประเทศไทย
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข. (2566). รายงานเกี่ยวกับสุขภาพจิตชุมชนและการป้องกันการฆ่าตัวตายในประเทศไทย. https://
suicide.dmh.go.th/news/files/s2566.pdf
กรมสุขภาพจิต. (2563). แนวทางยกระดับมาตรการป้องกันการฆ่าตัวตาย ปี พ.ศ. 2563–2564. โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์, กรมสุขภาพจิต. https://dmh-elibrary.org/ items/show/276
กรมสุขภาพจิต. (2564). คู่มือการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตาย กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. https://dmh-elibrary.org/items/show/126
กรมสุขภาพจิต. (2565). คู่มือการป้องกันและการช่วยเหลือปัญหาฆ่าตัวตายในชุมชน. https://dmh-elibrary.org/items/ show/127
ประภาพร จันทร์นาม. (2568). การพัฒนาระบบเฝ้าระวังและป้องกันการฆ่าตัวตายในผู้ป่วยซึมเศร้าและจิตเภท โดยการสร้างเครือข่ายชุมชนมีส่วนร่วม: กรณีศึกษาอำเภอภูหลวง จังหวัดเลย. วารสารสุขศึกษา, 48(2), 109-128.
ภาวิณี สุขสวัสดิ์. (2563). การพัฒนาแนวทางการดูแลและจัดการศพกรณีการฆ่าตัวตายในบริบทชุมชนไทยภาคใต้. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 33(2), 45-60.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูล. (2566). รายงานสถิติการฆ่าตัวตายและการพยายามฆ่าตัวตายในจังหวัดสตูล ประจำปี 2566-2567. https://shorturl.asia/oM8RF
พุทธิพร พงศ์นันทกุลกิจ, สุทธีพร มูลศาสตร์ และปราการ ถมยางกูร. (2565). การพัฒนารูปแบบการป้องกันการฆ่าตัวตาย ในกลุ่มเสี่ยงที่มีภาวะซึมเศร้าในชุมชน จังหวัดจันทบุรี. วารสารวิจัยสุขภาพ และการพยาบาล, 38(2), 187-197.
Beautrais, A. L. (2000). Risk factors for suicide and attempted suicide among young people. Australian and New Zealand Journal of Psychiatry, 34(3), 420-436.
Hawton, K., & Williams, K. (2001). The Papageno effect and the prevention of suicide. British Journal of Psychiatry, 178, 1-6.
Joiner, T. (2005). Why people die by suicide. Cambridge, MA: Harvard University Press.
Masten, A. S. (2014). Ordinary magic: Resilience in development. New York, NY: Guilford Press.
Niederkrotenthaler, T., Voracek, M., Herberth, A., et al. (2010). Role of media in suicide prevention: The Papageno effect. British Journal of Psychiatry, 197(3), 234-243.
Stufflebeam, D. L., & Shinkfield, A. J. (2007). Evaluation theory, models, and applications. San Francisco, CA: Jossey-Bass.
Tuckman, B. W., & Jensen, M. A. (1977). Stages of small-group development revisited. Group & Organization Studies, 2(4), 419-427.
World Health Organization, War Trauma Foundation, & World Vision International. (2011). Psychological first aid: Guide for field workers. World Health Organization. https://apps.who.int/iris/handle/10665/44615
World Health Organization. (2014). Preventing suicide: A global imperative. World Health Organization. https://www.who.int/publications/i/item/9789241564779
World Health Organization. (2019). Suicide worldwide in 2019: Global health estimates. https://www.who.int/publications/i/item/ 9789240026643