พฤติกรรมการดูแลเท้าของผู้ป่วยเบาหวานในพื้นที่ความรับผิดชอบ ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองบ่อ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงพรรณนาเพื่อศึกษาพฤติกรรมการดูแลเท้าของผู้ป่วยเบาหวานในพื้นที่ ความรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองบ่อ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โดยใช้กรอบแนวคิดการดูแลตนเองของโอเร็ม กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองบ่อ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 152 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์พฤติกรรมการดูแลเท้าของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ที่พัฒนาโดยลำยอง ทับทิมศรี (2541) มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของครอนบาค (Cronbach’s Coefficiency) 0.80 วิเคราะห์ข้อมูลโดยแจกแจงความถี่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 60-69 ปี สถานภาพสมรสคู่ ป่วยเป็นเบาหวานมานานมากกว่า 5 ปี ไม่สูบบุหรี่ ควบคุมระดับน้ำตาลโดยการคุมอาหารและรับประทานยา ไม่เคยรักษาในโรงพยาบาลด้วยเรื่องแผลที่เท้า และเคยได้รับคำแนะนำในการดูแลเท้า กลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรมการดูแลเท้าภาพรวมทุกด้านอยู่ในระดับปานกลาง (=3.16, SD.=0.80) โดยมีพฤติกรรมการดูแลเท้าทุกด้านอยู่ในระดับบ้านกลาง พฤติกรรมการรักษาความสะอาดของผิวหนัง (
=3.54, SD.=0.52) พฤติกรรมด้านการตรวจเท้าเพื่อค้นหาความผิดปกติ (
=3.24, SD.=0.85) พฤติกรรมด้านป้องกันการเกิดบาดแผล (
=2.81, SD.=0.40) พฤติกรรมส่งเสริมการไหลเวียนเลือดบริเวณเท้า (
=3.27, SD.=0.50) และพฤติกรรมการดูแลรักษาบาดแผล (
=3.29, SD.=0.56) และพบว่าผู้ป่วยโรคเบาหวานมีพฤติกรรมป้องกันการเกิดบาดแผลที่ไม่ถูกต้อง คือ ผู้ป่วยใช้มีด ไม้ หรือของแข็งอื่น ๆ แคะซอกเล็บเท้าเพื่อทำความสะอาด และมีการปฏิบัติพฤติกรรมที่เหมาะสมในการดูแลเท้า พฤติกรรมในระดับพอใช้ คือ ล้างเท้า หรือแช่เท้าในน้ำอุ่นให้เล็บนิ่มก่อนตัด และใส่รองเท้าบาง ๆ ขณะเดินในบ้าน ดังนั้นจึงควรสร้างความตระหนักในการดูแลเท้าอย่างถูกวิธีแก่ผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพื่อให้สามารถดูแลเท้าของตนเองและเฝ้าระวังการเกิดแผลที่เท้าได้ถูกต้องต่อไป
Article Details
ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะใดๆ ที่นำเสนอในบทความเป็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว โดยบรรณาธิการ กองบรรณาธิการ และคณะกรรมการวารสารราชธานีนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์สุขภาพไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด มหาวิทยาลัยราชธานี บรรณาธิการ และกองบรรณาธิการจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาดหรือผลที่เกิดขึ้น จากการใช้ข้อมูลที่ปรากฏในวารสารฉบับนี้
เอกสารอ้างอิง
http://203.157.166.6/chronic/rep_dmscreen2.php.
จารุวรรณ ศิลา, นงลักษณ์ แก้วศรีบุตร, กล้วยไม้ ธิพรพรรณ, ทินวิสุทธิ์ ศรีละมัย, และณัฐสิทธิ์ ร่มศรี (2556). พฤติกรรมการดูแลตนเองของพระสงฆ์โรคเบาหวาน โรงพยาบาลชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ปี 2554. วารสารการพยาบาลและการศึกษา, 6(1),120-129.
จิตรานนท์ โกสีย์รัตนาภิบาล. (2554). ความรู้และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพเท้าของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มารับบริการที่ตึกผู้ป่วยในโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้นอาจาโร อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร. สืบค้นจาก http://www.skko.moph.go.th/
dward/document_file/perdev/research_file_name/20120123161557_6971946.pdf
ณัตยา บูรณไทย. (2553). การวิเคราะห์สถานการณ์การส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลสุขภาพเท้าของผู้สูงอายุโรคเบาหวาน โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ธนาภรณ์ สาสี, เบญจา มุกตพันธุ์, และพิษณุ อุตตมะเวทิน. (2561). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับ พฤติกรรมการดูแลเท้าของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ตำบลคำบ่อ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัด สกลนคร. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร, 21(1), 87-98.
ประสพชัย พสุนนท์. (2557). การกำหนดขนาดตัวอย่างตามแนวทาง Krejcie and Morgan (1970) ในการวิจัยเชิงปริมาณ. วารสารวิชาการศิลปศาสตร์ประยุกต์, กรกฎาคม-ธันวาคม, 112-125.
พารุณี วงษ์ศรี และทีปทัศน์ ชินตาปัญญากุล. (2561). การประยุกต์ใช้ทฤษฎีของโอเร็มกับการดูแลและการให้คำแนะนำผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว. วารสารพยาบาลตำรวจ, 10(1), 209-219.
มณกร ศรีแป๊ะบัว. (2557). ผลของโปรแกรมการพยาบาลระบบสนับสนุนและให้ความรู้ต่อการรับรู้ความสามารถในการดูแลเท้า และพฤติกรรมการดูแลเท้าในการดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวานกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดแผลที่เท้า. (วิทยานิพนธ์ปริญญา พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา การพยาบาลผู้ใหญ่). มหาวิทยาลัยบูรพา. ชลบุรี
ลำยอง ทับทิมศรี. (2541). ผลของการสนับสนุนด้านข้อมูลและด้านอารมณ์ต่อพฤติกรรมการดูแลเท้า ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินสุลิน. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สถิติสาธารณสุข สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุขรายงาน. (2561). จำนวนและอัตราการเจ็บป่วย ด้วยโรคสำคัญ ปี พ.ศ.2537–2560. สืบค้นจาก http://social.
nesdb.go.th/SocialStat/StatReport_FullScreen.aspx?reportid=226&template=2R1C&yeartype=M&subcatid=17
สมเพียร ประภาการ. (2552). การตรวจคัดกรองภาวะเสี่ยงต่อการเกิดแผลที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวาน. (วิทยานิพนธ์ปริญญา พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่). มหาวิทยาลัยขอนแก่น. ขอนแก่น
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์. (2558). สถิติเบาหวานทั่วโลก. สืบค้นจาก http://www.diabetesatlas.org/
สุมาลี เชื้อพันธ์. (2553).ผลของการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนต่อพฤติกรรมการดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน ชนิดที่ 2.วารสารสภาการพยาบาล, 25(1),77-87.
สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กองยุทธศาสตร์และแผนงาน. (2561). สถิติสาธารณสุข พ.ศ.2560: จำนวนและอัตราตายต่อประชากร 100,000 คน จำแนกตามเพศ และสาเหตุตามตารางการตายทั่วไปของบัญชีจำแนกโรคระหว่างประเทศ ฉบับแก้ไขครั้งที่ 10 พ.ศ. 2556-2560. สืบค้นจากhttp://bps.moph.go.th/new_bps/sites/ default/files/ stratistics60.pdf
หนึ่งฤทัย จันทร์อินทร์, อภิญญา ศิริพิทยาคุณกิจ, และพรทิพย์ มาลาธรรม. (2558). พฤติกรรม การดูแลเท้าของผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2. รามาธิบดีพยาบาลสาร, 21(2),199-213.
อโนทัย ผลิตนนท์เกียรติ. (2560). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดแผลที่เท้าของผู้ป่วยโรคเบาหวานในโรงพยาบาลของเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ. วารสารวิชาการ สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี), 1, 56-67.
อริสรา สุขวัจนี. (2558). แนวปฏิบัติเพื่อป้องกันและดูแลการเกิดแผลที่เท้า และการถูกตัดขาหรือเท้า ในผู้ป่วยเบาหวาน. วารสารการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 22(2), 99-107.
อัทคพล มลอา, กนกพร นทีธนสมบัติ, และชฎาภา ประเสริฐทรง. (2558). ประสบการณ์การดูแลเท้า ของทหารที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะแทรกซ้อนที่เท้า. วารสารพยาบาลทหารบก, 16(2), 50-58.
อำภาพร นามวงศ์พรหม และน้ำอ้อย ภักดีวงศ์. (2553). การเกิดแผลที่เท้าและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดแผลที่เท้าของผู้ป่วยเบาหวาน. วารสารการพยาบาล, 25(3), 51-63.