ผลของการใช้แอปพลิเคชันจัดการความเครียดต่อระดับความเครียดของนิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก

ผู้แต่ง

  • อุษณีย์ เกตุแก้ว สาขาวิชาสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
  • พงศ์พัทธ์ เสริฐศรี สาขาวิชาสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
  • ปาริชาติ หินประกอบ สาขาวิชาสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
  • กัญญาพัชร์ เครือบสูงเนิน สาขาวิชาสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
  • นิศารักษ์ หงษา สาขาวิชาสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
  • ไวภพ สมสถาน สาขาวิชาสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
  • ศักดิ์สิทธิ์ กุลวงษ์ สาขาวิชาสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

คำสำคัญ:

ความเครียด, การจัดการความเครียด, แอปพลิเคชัน Alljit, นิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพ, แอปพลิเคชัน

บทคัดย่อ

ปัจจุบันความเครียดของผู้เรียนในระดับอุดมศึกษามีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะนิสิตที่อยู่ระหว่างการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ซึ่งต้องปรับตัวต่อบทบาทและสภาพแวดล้อมการทำงานจริง การวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มควบคุมไม่เท่าเทียม วัดผลก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้แอปพลิเคชันจัดการความเครียดต่อระดับความเครียดของนิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัย มหาวิทยาลัยบูรพา กลุ่มตัวอย่างเป็นนิสิตชั้นปีที่ 4 จำนวน 30 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 15 คน ได้รับการติดตั้งและได้รับคำแนะนำการใช้แอปพลิเคชัน Alljit และกลุ่มควบคุม 15 คน ดำเนินการติดตามเป็นเวลา 6 สัปดาห์ เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบวัดความเครียดสวนปรุง (SPST-20) แบบบันทึกการใช้แอปพลิเคชัน และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา paired sample t-test และ independent sample t-test ผลการศึกษาพบว่า ก่อนดำเนินกิจกรรมกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีคะแนนความเครียดเฉลี่ยไม่แตกต่างกัน (51.67equation20.04 และ 52.47equation13.27 ตามลำดับและ p = 0.898) ภายหลังดำเนินกิจกรรม กลุ่มทดลองมีคะแนนความเครียดเฉลี่ยลดลงจาก 51.67equation20.04 เป็น 37.47equation10.01 (p < 0.001) กลุ่มทดลองมีคะแนนความเครียดหลังดำเนินกิจกรรมต่ำกว่ากลุ่มควบคุม (37.47equation10.01 และ 57.27equation14.59 ตามลำดับ และ p < 0.001) นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มทดลองมีความพึงพอใจต่อการใช้แอปพลิเคชันในระดับมาก ร้อยละ 73.30  การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าแอปพลิเคชันจัดการความเครียด Alljit มีประสิทธิผลในการลดความเครียดของนิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพได้ ดังนั้นการเลือกใช้แอปพลิเคชันดังกล่าว จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ควรส่งเสริม เพื่อให้บุคคลสามารถจัดการกับปัญหาความเครียดเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง ซึ่งจะนำไปสู่การป้องกันและลดปัญหาสุขภาพจิตในสังคมต่อไป

 

เอกสารอ้างอิง

กรมสุขภาพจิต. รายงานสถานการณ์ปัญหาสุขภาพจิต [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 23 มกราคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://dmh-elibrary.org/items/show/1681

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. สถิติประชากรที่มีความเครียดในกลุ่มวัยเรียนและวัยทำงาน [อินเทอร์เน็ต].2566 [เข้าถึงเมื่อ 23 มกราคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: http://www.nso.go.th

ชวิศา แก้วอนันต์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดของนักศึกษามหาวิทยาลัย. วารสารสังคมศาสตร์ 2562;12(1):89–104.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม. รายงานจำนวนหลักสูตรการฝึกประสบการณ์วิชาชีพในระดับอุดมศึกษา [อินเทอร์เน็ต]. 2563 [เข้าถึงเมื่อ 23 มกราคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: http://www.mhesi.go.th

จิตรา สุขเจริญ, พัทธ์ธีรา วุฒิพงษ์พัทธ์, จิดาภา เรือนใจมั่น, วีนะ อนุตรกุล. ปัจจัยที่มีผลต่อความเครียดและการเผชิญความเครียดของนักศึกษาในการฝึกปฏิบัติวิชาปฏิบัติหลักการและเทคนิคการพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ชลบุรี. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดนนทบุรี 2563;14(3):107–18.

ฐิติกาญจน์ บูญรักษา อินทาปัจ. กรอบมโนทัศน์ความเครียดจากการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูในนักศึกษาวิชาชีพครู. วารสารศึกษาศาสตร์ 2563;48(4):147–65

กรมสุขภาพจิต. คู่มือการจัดการกับความเครียด [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://dmh-elibrary.org/items/show/1560

ฐมาพร เชี่ยวชาญ, อภิฤดี พาผล. ความเครียดในการขึ้นฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษาพยาบาล.วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย 2564;15(1):21–8.

กชกร ธรรมนำศีล, สุปราณี น้อยตั้ง, กาญจนา ปัญญาเพ็ชร์, วริศรา โสรัจจ์. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเครียดของนักศึกษาพยาบาลสถาบันเอกชนแห่งหนึ่งกรุงเทพมหานคร. วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ 2564;7(1):60–75

Maslach C, Leiter MP. Burnout: a multidimensional perspective. J Organ Behav 2016;33(2):301–5.

Roberts L, Jones J, Freeman T. Workplace support and stress among student interns: a longitudinal study. J Vocat Behav 2019;115:103–14.

Electronic Transactions Development Agency (ETDA). รายงานพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยปี 2563.พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์; 2020.

Iconnex. การพัฒนาโปรแกรม Chatbot สำหรับธุรกิจยุคดิจิทัล.พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพมหานคร:บริษัทไอคอนเน็กซ์; 2022.

Mindfulness App Research. The effects of mindfulness applications on stress reduction. J Behav Health 2023;12(3):145–57.

Firth J, Torous J, Nicholas J, Carney R, Rosenbaum S, Sarris J. Can smartphone mental health interventions reduce symptoms of anxiety? A meta-analysis of randomized controlled trials. J Affect Disord 2017;218:15–22.

Huberty J, Green J, Glissmann C, Larkey L, Puzia M, Lee C. Efficacy of the mindfulness meditation mobile app “Calm” to reduce stress among college students: randomized controlled trial. JMIR Mhealth Uhealth 2019;7(6):e14273.

Des Jarlais DC, Lyles C, Crepaz N; TREND Group. Improving the reporting quality of nonrandomized evaluations of behavioral and public health interventions: the TREND statement. Am J Public Health 2004;94(3):361–6.

Eysenbach G; CONSORT-EHEALTH Group. CONSORT-EHEALTH: improving and standardizing evaluation reports of Web-based and mobile health interventions. J Med Internet Res 2011;13(4):e126.

Julious SA. Sample size of 12 per group rule of thumb for a pilot study. Pharm Stat 2005;4(4):287–91.

สุวัฒน์ มหัตนิรันดร์กุล, วนิดา พุ่มไพศาลชัย, พิมพ์มาศ ตาปัญญา. การสร้างแบบวัดความเครียดสวนปรุง. เชียงใหม่:โรงพยาบาลสวนปรุง; 2540.

Alljit Blog. เกี่ยวกับเรา Alljit Blog [อินเทอร์เน็ต].[ไม่ปรากฏปีที่เผยแพร่] [เข้าถึงเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.alljitblog.com

Srichan P, Ruanjai T, Khunthason S, Apidechkul T. Factors associated with high-to-severe stress among university students in Northern Thailand. J Med Assoc Thai 2020;103(6):594–603.

Davis FD. Perceived usefulness, perceived ease of use, and user acceptance of information technology. MIS Q 1989;13(3):319–40.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-17

รูปแบบการอ้างอิง

เกตุแก้ว อ., เสริฐศรี พ., หินประกอบ ป., เครือบสูงเนิน ก., หงษา น., สมสถาน ไ., & กุลวงษ์ ศ. (2026). ผลของการใช้แอปพลิเคชันจัดการความเครียดต่อระดับความเครียดของนิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก. วารสารวิชาการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา, 32(2), 59–70. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ODPC9/article/view/275611

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ