ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการดื่มน้ำกระท่อมของเยาวชน : กรณีศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาแห่งหนึ่ง เขตจังหวัดนครราชสีมา
คำสำคัญ:
น้ำกระท่อม, เยาวชน, ความรู้, ทัศนคติ, พฤติกรรมบทคัดย่อ
ปัจจุบันพืชกระท่อมได้ถูกนำออกจากบัญชีสารเสพติดของประเทศไทยแล้ว ส่งผลให้มีการจำหน่ายใบกระท่อมหรือน้ำกระท่อมกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งการบริโภคพืชกระท่อมติดต่อกันในปริมาณมากอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ การวิจัยเชิงพรรณนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการดื่มน้ำกระท่อมของเยาวชนในสถาบันอุดมศึกษาแห่งหนึ่ง จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มตัวอย่างจำนวน 368 คน ได้จากการสุ่มแบบบังเอิญ (Accidental sampling) เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาและมีค่าความเชื่อมั่น Cronbach’s alpha coefficient เท่ากับ 0.85 ประกอบด้วย 4 ตอน ได้แก่ ข้อมูลทั่วไป ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการดื่มน้ำกระท่อม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การทดสอบไคสแควร์
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 55.40) อายุระหว่าง 21–24 ปี (ร้อยละ 51.63) นับถือศาสนาพุทธ (ร้อยละ 85.60) อยู่ชั้นปีที่ 3 (ร้อยละ 32.90) และมีรายได้ครอบครัวเพียงพอและมีเงินเก็บ (ร้อยละ 39.10) ความรู้เกี่ยวกับการดื่มน้ำกระท่อม ส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 45.65) รองลงมาคือระดับต่ำ (ร้อยละ 31.79) และระดับสูง (ร้อยละ 22.55) ทัศนคติส่วนใหญ่อยู่ในระดับควรปรับปรุง (ร้อยละ 65.49) รองลงมาคือระดับปานกลาง (ร้อยละ 25.00) และระดับดี (ร้อยละ 9.51) ส่วนพฤติกรรมการดื่มน้ำกระท่อม พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยู่ในระดับควรปรับปรุง (ร้อยละ 70.92) รองลงมาคือระดับปานกลาง (ร้อยละ 29.08) ผลการวิเคราะห์สถิติไคสแควร์พบว่า ระดับความรู้และระดับทัศนคติมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับพฤติกรรมการดื่มน้ำกระท่อม (p<0.05) โดยผู้ที่มีความรู้และทัศนคติในระดับต่ำมีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมการดื่มน้ำกระท่อมในระดับควรปรับปรุงมากกว่าผู้ที่มีความรู้และทัศนคติในระดับสูง
เอกสารอ้างอิง
วุฒิเชษฐ รุ่งเรือง. พิษวิทยาของพืชกระท่อม. วารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล. 2563;30(2):118-24.
Talek M, Cottler LB, Wichaidit W, Assanangkornchai S. Patterns of kratom use among male drug users in the deep south of Thailand. Thai J Public Health. 2021;51(1):16-24.
พระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. 2565. ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 139 ตอนที่ 52 ก [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 2567 มิถุนายน 30] เข้าถึงได้จาก: https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2565/A/052/T_0001.PDF
สุไหวด๊า บุหลาด, ทวัช บุญแสง, ดาราวรรณ รองเมือง. ประสบการณ์ผู้ติดยาเสพติด 4x100 ของวัยรุ่นในตำบลแห่งหนึ่งของจังหวัดกระบี่. พิฆเนศวร์สาร. 2558;11(2):41-9.
จิราภรณ์ บุญมาก. พืชกระท่อม : ยาสมุนไพรและการใช้ตามภูมิปัญญาท้องถิ่นภาคใต้ภายใต้ข้อจำกัดทางกฎหมายและการนำไปใช้ในทางที่ผิดของเยาวชน. วารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข. 2563;6(1):211-26
Yothasupap A, Bunman S, Nomsiri A. Kratom use and health literacy of Kratom for user: A narrative review. The Bangkok Medical Journal. 2024;20(1):42-88. doi:10.31524/bkkmedj.2024.13.001.
สมนึก บุญสุภา. กระท่อม..พืชที่ทุกคนอยากรู้. คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล [อินเทอร์เน็ต]. 2559 [เข้าถึงเมื่อ 2567 มิถุนายน 20]. เข้าถึงได้จาก: https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/354
Striley CW, Hoeflich CC, Viegas AT, Berkowitz LA, Matthews EG, Akin LP, Iheanyi-Okeahialam C, Mansoor U, McCurdy CR. Health Effects Associated With Kratom (Mitragyna speciosa) and Polysubstance Use: A Narrative Review. Subst Abuse. 2022 May 20;16:11782218221095873. doi: 10.1177/11782218221095873.
ปัณณทัต ตันธนปัญญากร, ทัศนพรรณ เวชศาสตร์, นลพรรณ ขันติกุลานนท์, ศศิวิมล จันทร์มาลี, อภิเชษฐ์ จำเนียรสุข. ความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการใช้พืชกระท่อม ของประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่อาศัยอยู่ในชุมชนบ้านกระแชง จังหวัดปทุมธานี. วารสารวิจัยและพัฒนาวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 2566;18(2):45-59.
สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน, มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง. รายงานจำนวนนักศึกษาทั้งหมด, จำนวนนักศึกษาปริญญาตรี [อินเตอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 2567 ธันวาคม 1]. เข้าถึงได้จาก: https://apro.nrru.ac.th
Krejcie RV, Morgan DW. Determining sample size for research activities. Educ Psychol Meas. 1970;30(3):607 10.
Bloom BS, Hastings JT, Madaus GF. Handbook on formative and summative evaluation of student learning. New York: McGraw-Hill; 1971.
Best JW. Research in Education. (3rd ed). New Jersey: Prentice Hall; 1977.
ศุภกิตติ์ เลขวิจิตร์, จิตติมา ดำรงวัฒนะ, พงศ์ประเสริฐ อ่อนจันทร์, บุญยิ่ง ประทุม. พฤติกรรมของเยาวชนที่เสพติดน้ำกระท่อม กรณีศึกษา กลุ่มเยาวชนกลุ่มหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารสังคมพัฒนศาสตร์. 2563;3(1):16-29.
ภัทรวดี นิลบารันต์, อภัสรา บุระณะกิติ, สุชาดา ฐานชูมั่น, กนกวรรณ วงษ์สุนทร, ธาดารัตน์ ศรีวงษ์, รุ่งฤดี บัวใหญ่รักษา, สุภัสสร เลาะหะนะ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมเสี่ยงในการดื่มน้ำกระท่อมของนักศึกษาชาย มหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่ง. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์. 2567;8(2):e270974.
รดาธร อัญภัทรถาวร, พิพัฒน์ นนทนาธรณ์. ความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติต่อการใช้กระท่อมของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารสมาคมนักวิจัย. 2565;27(2):150-65.
ศุภฤกษ์ สุขสมาน, พรลภัส สุวรรณรัตน์. อิทธิพลของทัศนคติต่อพฤติกรรมการใช้พืชกระท่อมของผู้บริโภคในประเทศไทย. วารสารบริหารธุรกิจเทคโนโลยีมหานคร. 2567;21(1):187-211.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ประกฎในวารสารศูนย์อนามัยที่ 9 เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน บรรณาธิการ คณะผู้จัดทำ และศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา (เจ้าของ) ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ผลการพิจารณาของกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิถือเป็นที่สิ้นสุด คณะบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขข้อความให้ถูกต้องตามหลักภาษาและมีความเหมาะสม
กองบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหาใด ๆ ของบทความ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของผลการประเมินบทความในวารสารฯ ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศูนย์อนามัยที่ 9