ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะน้ำหนักเกินของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
คำสำคัญ:
การศึกษาปัจจัย, ภาวะน้ำหนักเกิน, นักศึกษาระดับอุดมศึกษาบทคัดย่อ
ปัจจุบันภาวะน้ำหนักเกินในกลุ่มเยาวชนและนักศึกษามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต และคุณภาพชีวิตในระยะยาว การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะน้ำหนักเกินของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 214 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถามเกี่ยวกับสุขภาพจิต ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.86 และแบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.84 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน รวมทั้งสถิติวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ ร้อยละ 77.6 ไม่มีโรคประจำตัว ร้อยละ 89.3 ไม่ออกกำลังกาย ร้อยละ 51.9 เคยสูบบุหรี่ ร้อยละ 5.10 เคยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร้อยละ 59.3 มีระดับสุขภาพจิตเท่ากับคนทั่วไป ร้อยละ 41.6 มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เหมาะสมอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 89.8 ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะน้ำหนักเกินของนักศึกษา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ เพศ (β=0.199, p<0.004) โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนของภาวะน้ำหนักเกินได้ร้อยละ 3.9 (R²=0.039, p<0.05)
ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพัฒนากิจกรรมและมาตรการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพของนักศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกิน โดยอาจพิจารณาความแตกต่างระหว่างเพศในการออกแบบโปรแกรม เช่น จัดกิจกรรมหรือแนวทางให้เหมาะสมกับเพศของนักศึกษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมในกลุ่มนักศึกษา
เอกสารอ้างอิง
WHO Expert Consultation. Appropriate body-mass index for Asian populations and its implications for policy and intervention strategies. Lancet. 2004 Jan 10;363(9403):157-63. doi: 10.1016/S0140-6736(03)15268-3.
กัลยาณี โนอินทร์. ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในวัยเรียนและเยาวชนไทย. วารสารพยาบาลทหารบก. 2560;18(ฉบับพิเศษ):1-8.
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. กรมอนามัย ห่วงเด็กไทยอ้วน เดินหน้าขับเคลื่อนการป้องกันและควบคุมปัญหาโรคอ้วนในเด็ก [อินเตอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 2568 ตุลาคม 22]. เข้าถึงได้จาก https://anamai.moph.go.th/th/news-anamai/4383
สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. พฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชากร พ.ศ. 2560. กรุงเทพฯ: กองสถิติพยากรณ์ สำนักงานสถิติแห่งชาติ; 2561.
Burns N, Grove S. The practice of nursing research: Appraisal, synthesis, and generation of evidence. 7th ed. St. Louis: Saunders Elsevier; 2009.
อภิชัย มงคล, ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์, ทวีตั้งเสรี, วัชนี หัตถพนม, ไพรวัลย์ ร่มซ้าย, วรวรรณ จุฑา. การพัฒนาและทดสอบดัชนีชี้วัดสุขภาพจิตคนไทย (Version 2007). นนทบุรี: กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข; 2552.
นัชชา ยันติ, กริช เรืองไชย. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อภาวะน้ำหนักเกินในนักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง จังหวัดปทุมธานี. วารสารวิจัยและพัฒนา วไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 2564;16(2):71-86.
Best JW. Research in Education. New Jersey: Prentice Hall Inc; 1977.
ปริยดา ปิยกุลมาลา, กิตติพงศ์ เทพวงษา. ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะโภชนาการเกินของนิสิตแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ชั้นปีที่ 4-6 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาโรงพยาบาลกาฬสินธุ์. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2561;3(2):23-9.
อรัญญา หมั่นธรรม, มธุรส ทิพยมงคลกุล, วัชราภรณ์ เปาโรหิตย์. ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในผู้รับบริการตรวจสุขภาพ ณ กองเวชศาสตร์ป้องกัน กรมแพทย์ทหารอากาศ. เวชสารแพทย์ทหารบก. 2565;75(1):27-37.
Bredella MA. Sex Differences in Body Composition. Adv Exp Med Biol. 2017;1043:9-27. doi: 10.1007/978-3-319-70178-3_2.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ประกฎในวารสารศูนย์อนามัยที่ 9 เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน บรรณาธิการ คณะผู้จัดทำ และศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา (เจ้าของ) ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ผลการพิจารณาของกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิถือเป็นที่สิ้นสุด คณะบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขข้อความให้ถูกต้องตามหลักภาษาและมีความเหมาะสม
กองบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหาใด ๆ ของบทความ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของผลการประเมินบทความในวารสารฯ ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศูนย์อนามัยที่ 9