ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพตนเอง ของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่รับบริการสุขภาพ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี
คำสำคัญ:
ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพตนเอง, ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงพรรณนาแบบหาความสัมพันธ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่รับบริการสุขภาพ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี จำนวน 82 ราย โดยใช้แบบสอบถามความรู้ ทดสอบด้วยค่าคูเดอร์-ริชาร์ดสันได้เท่ากับ 0.82 แบบสอบถามทัศนคติและพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพ ทดสอบด้วยค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคได้เท่ากับ 0.73 และ 0.89 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์สเปียร์แมน
ผลการวิจัยพบว่า ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับดี ทัศนคติและพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพรายด้าน พบว่าด้านการจัดการสุขภาพและการพัฒนาทางจิตสังคมอยู่ในระดับดี ส่วนด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย การจัดการความเครียด และการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น อยู่ในระดับปานกลาง และพบว่าความรู้มีความสัมพันธ์ทางบวกกับทัศนคติ และพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพด้านการจัดการสุขภาพ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r=0.318, p<0.01 และ r=0.262, p<0.05 ตามลำดับ) แต่ความรู้และทัศนคติไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพในภาพรวมและรายด้านอื่น ๆ
สรุป ทัศนคติและพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพโดยรวมยังอยู่ในระดับปานกลาง สะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดในการนำความรู้ไปสู่การเปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรม จึงเป็นข้อมูลสนับสนุนการจัดทำโปรแกรมการส่งเสริมทัศนคติและพฤติกรรมต่อไป
เอกสารอ้างอิง
กองโรคไม่่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. กรมควบคุมโรครณรงค์วันเบาหวานโลก 2567 มุ่งเน้นให้้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุข แม้จะต้องอยู่ร่วมกับโรคเบาหวาน. [อินเตอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อ 2568 มิถุนายน 25]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=47609&deptcode=brc&news_views=139
International Diabetes Federation. Diabetes around the world - 2024 [Internet]. 2025 [cited 2025 JUN 25]. Available from: https://diabetesatlas.org/media/uploads/sites/3/2025/04/IDF_Atlas_11th_Edition_2025_Global-Factsheet.pdf?utm_source=chatgpt.com
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2566 Clinical Practice Guideline for Diabetes 2023. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: ศรีเมืองการพิมพ์; 2567.
Ruan Y, Yan QH, Xu JY, Yang QD, Yao HH, Li R, Shi Y. Epidemiology of Diabetes in Adults Aged 35 and Older from Shanghai, China. Biomed Environ Sci. 2016 Jun;29(6):408-16. doi: 10.3967/bes2016.053.
ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC). ร้อยละผู้ป่วยโรคเบาหวานแยกตามพื้นที่และปีงบประมาณ [อินเตอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อ 10 มิ.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://hdc.moph.go.th/nbi/public/standard-report-detail/9cd87ceb6609d0183a3cfd2f0fd29553
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี. สรุปรายงานข้อมูลอัตราป่วยโรคเบาหวานปี 2563-2566. จากระบบส่งข้อมูล Data center กลุ่มรายงานมาตรฐานข้อมูลเพื่อตอบสนอง Service Plan สาขาโรคไม่ติดต่อ (NCD DM, HT, CVD) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี [อินเตอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อ 25 มิถุนายน 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://udn.hdc.moph.go.th/
มนตรี นรสิงห์, สุทธิพันธ์ ถนอมพันธ์. ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดหรือความดันโลหิต กรณีศึกษาโรงพยาบาลนครพิงค์. วารสารโรงพยาบาลนครพิงค์. 2562;10(1):35-50.
นเรศ ขำเจริญ, สุดารัตน์ สุดเขียว, อภิญญา ผันอักษร, วชากร นพนรินทร์. ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มารับบริการหน่วยบริการปฐมภูมิ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลยางเรียง ตำบลคลองแม่ลาย อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร. วารสารสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง. 2568;10(1):233-50.
ยวิิษฐา สุขวาสนะ, อรพิินท์์ สีีขาว, ทวีีศักดิ์ กสิิผล. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ความรอบรู้ด้านสุขภาพ พฤติิกรรมการดููแลตนเองกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่่ 2. ราชาวดีีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีี สุรินทร์. 2564;11(1):52-65.
Pender NJ, Murdaugh CL, Parsons MA. Health promotion in nursing practice. 7th ed. Bloomington, MN: Pearson Education; 2014.
Bloom BS. Human characteristics and school learning. New York: McGraw–Hill Book; 1982.
Cohen J. Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum Associates; 1988.
ลักษณา พงษ์ภุมมา, ศุภรา หิมานันโต. ความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ตำบลบางทราย อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี. วารสารมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ วิชาการ. 2560; 20(40):67-76.
ศิริอรทัย เชาว์ดำรงสกุล. พฤติกรรมการดูแลตนเอง และระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน โรงพยาบาลสีดา จังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิชาการทางการแพทย์และสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา. 2567;4(1): 85-105.
สุนิสา ทูโมสิก, อัมพิกา ปิ่นสุวรรณ, วิษณุ อนิลบล, มนต์ทิพา เทพเทียมทัศน์. พฤติกรรมการดูแลสุขภาพของตนเองในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลละแม จังหวัดชุมพร. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา. 2566;8(4):692-701.
ภฤดา แสงสินศร. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในเขตจังหวัดพิจิตร. วารสารวิจัยและวิชาการสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร. 2564;2(2):43-54.
นาตยา พีระวรรณกุล. พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นอร์ทเทิร์น. 2565;3(3):38-55.
พรรณิภา บุญเทียร, อัจฉริยา พ่วงแก้ว, อรวรรณ ประภาศิลป์, พักตร์ศิริ เกื้อกูล. ปัจจัยทำนายพฤติกรรม การจัดการโรคเบาหวานด้วยตนเอง. วารสารพยาบาลศาสตร์. 2564;39(1):13-23.
กัลยา กุระนาม, นภาพร ศรีเนตร, อาทิตยา สุมาศวรรนา. พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลขั้นไดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร. วารสารวิชาการเฉลิมกาญจนา. 2563;7(2):81-94.
ปัทมาวรรณ เค้าแคน, อภิชญา ดอนสินเพิ่ม. ความรู้ ทัศนคติและพฤติกรรมการป้องกันภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในเขตพื้นที่รับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลบ้านโนนศรีสวัสดิ์ ตำบลยอดแกง อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2562;2 (2):54-68.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ประกฎในวารสารศูนย์อนามัยที่ 9 เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน บรรณาธิการ คณะผู้จัดทำ และศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา (เจ้าของ) ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ผลการพิจารณาของกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิถือเป็นที่สิ้นสุด คณะบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขข้อความให้ถูกต้องตามหลักภาษาและมีความเหมาะสม
กองบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหาใด ๆ ของบทความ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของผลการประเมินบทความในวารสารฯ ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศูนย์อนามัยที่ 9